
2วัน23บริษัทชิงทีวีดิจิตอล
กสท.ลุ้นซื้อซองเอชดีมากกว่าจำนวนช่องเบื้องต้นแห่ซื้อซองวาไรตีทั่วไปสูงสุด
กสท.ลุ้นซื้อซองเอชดีมากกว่าจำนวนช่องเบื้องต้นแห่ซื้อซองวาไรตีทั่วไปสูงสุด
ประมูลทีวีดิจิตอลเกินคาด กสท.ลุ้น 3 ตัวเต็ง ไทยรัฐ ทรู อาร์เอส ร่วมชิงช่องเอชดี หวังประมูลไม่ต้องนับหนึ่งใหม่
บรรยากาศการซื้อซองประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง วันที่ 2 เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการกลุ่มสื่อและโทรคมนาคมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมประมูลเกินจำนวนช่องที่กำหนด ยกเว้นช่องคมชัดสูง (ไฮเดฟิเนชัน หรือเอชดี) ที่มีผู้มาซื้อซอง 7 รายเท่ากับจำนวนช่องที่เปิดประมูล
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการซื้อซองประมูลทีวีดิจิตอลเกินกว่าจำนวนช่องที่กำหนด โดยยอดรวม 2 วัน มีผู้ประกอบการสนใจแล้ว 23 บริษัท รวม 34 ชุด โดยช่องทั่วไปความละเอียดมาตรฐาน (เอสดี) ยังคงได้รับความสนใจมากที่สุด 11 ราย ช่องความคมชัดสูง (เอชดี) 7 ราย ช่องข่าว 10 ราย และช่องเด็ก 6 ราย โดยวันที่ 2 (11 ก.ย.) มี 16 บริษัท ซื้อซองประมูลจำนวน 23 ชุด
นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ชัดเจนว่าจะเข้าร่วมประมูลแต่ยังไม่ได้มาซื้อซอง เช่น กลุ่มไทยรัฐ ทรู คอร์ปอเรชั่น อาร์เอส จึงคาดหวังว่าในวันที่ 12 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้าย จะมีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลช่องเอชดีเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้ทุกหมวดหมู่มีผู้ประกอบการเกินจำนวนช่องที่ประมูล
สำหรับทั้ง 16 บริษัทที่มาซื้อวันที่ 2 ประกอบด้วย บริษัท วอยซ์ทีวี สนใจประมูลช่องข่าวและช่องวาไรตีทั่วไป บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ของ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ช่องวาไรตีทั่วไปและช่องเอชดี บริษัท อสมท ซื้อซองประมูลช่องเด็ก ช่องวาไรตีและเอชดี บริษัท ทัช ทีวี กลุ่มอินทัช เข้าร่วมช่องเด็กเพิ่ม จากที่ซื้อช่องวาไรตีทั่วไปแล้วในวันแรก
บริษัท ไทยทีวี (กลุ่มนิตยสารทีวีพูล) สนใจช่องเด็ก ข่าว และวาไรตี บริษัท สปริงส์นิวส์ เทเลวิชั่น เข้าร่วมช่องข่าว บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง กลุ่มเวิร์คพอยท์ เข้าร่วมช่องวาไรตีและเอชดี เครือเนชั่นเข้าร่วม 3 ช่อง คือ ช่องเด็ก ช่องข่าว และวาไรตี กลุ่มโมโน เข้าร่วม 3 ช่อง คือ ข่าว เอชดี และวาไรตี
บริษัท ไอสปอร์ต มีเดีย บริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มสามารถและสยามกีฬา เข้าประมูลช่องข่าว บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ เครือเดลินิวส์ เข้าร่วมช่องข่าว และบริษัท 3 เอ มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตรายการข่าว 5 หน้า 1 ประมูลช่องข่าว
นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการบริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า สาเหตุที่บริษัทซื้อ 4 ซอง เพราะไม่แน่ใจว่าจะยื่นหมวดไหน และกลัวเสียโอกาส เพราะ กสทช.ไม่มีความชัดเจนทั้งราคาโครงข่ายและกฎระเบียบต่างๆ ในการทำรายการ และยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกโครงข่ายเพราะยังไม่มีรายละเอียด และยังไม่พบโครงข่ายที่ดีที่สุดในการลงทุนระยะเวลาถึง 15 ปี
“บริษัทกลัวเสียโอกาส ไม่เหมือนรายอื่นที่ซื้อน้อย เพราะเลือกมาแล้วว่าจะเข้าประมูลหมวดไหน แต่เรายัง ยืนยันแค่กลัวเสียโอกาส ไม่ได้ร่ำรวยอย่างกระแสข่าวที่ออกมา” รองกรรมการบริหารช่อง3 กล่าว
นายวิทเยนทร์ แสงห้าว ผู้อำนวยการฝ่ายกฏหมายทั่วไป อสมท. กล่าวว่า อสมท.จะประมูลช่องไฮเดฟ ช่องเอสดี และช่องรายการเด็ก และพร้อมปรับยุทธศาสตร์การประกอบกิจการให้สอดคล้องกับการแข่งขันของตลาดและการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ
นายพยุงศักดิ์ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด วอยซ์ ทีวี กล่าวว่า สนใจเข้าร่วมช่องข่าวและเอสดี ส่วนเรื่องที่หลายบริษัทได้ซื้อซองหลายซองนั้น มองว่าเป็นเรื่องของขั้นตอนการทำแผนธรุกิจ 3 เรื่อง คือเงินเข้าประมูล แผนรายได้ และ แผนคืนทุน 15 ปี
นายสุรการ ศิริโมทย์ ผู้ช่วยประสานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินการลงทุน เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกซื้อซองช่องเอสดี และไฮเดฟ ถือเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่บริษัทเตรียมไว้ เพราะขณะนี้ข้อกำหนดของ กสทช.หลายเรื่องไม่ชัดเจน
นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการบริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า สาเหตุที่บริษัท ซื้อ4ซอง เพราะไม่แน่ใจว่าจะยื่นหมวดไหน และกลัวเสียโอกาส เพราะกสทช. ไม่มีความชัดเจนทั้งราคาโครงข่าย และกฎระเบียบต่างๆ ในการทำรายการ และยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกโครงข่ายเพราะยังไม่มีรายละเอียด และยังไม่พบโครงข่ายที่ดีที่สุดในการในการลงทุนระยะเวลาถึง 15ปี
"บริษัท กลัวเสียโอกาส ไม่เหมือนรายอื่นที่ซื้อน้อย เพราะเลือกมาแล้ว ว่าจะเข้าประมูลหมวดไหน แต่เรายัง ยืนยันแค่กลัวเสียโอกาส ไม่ได้ร่ำรวยอย่างกระแสข่าวที่ออกมา" รองกรรมการบริหาร ช่อง 3 กล่าว
นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า บริษัท คงไม่ทำรายการหลายช่อง เพราะการทำ 1ช่อง ก็แย่แล้ว เป็นทีวีรายการต้อง 24 ชั่วโมง 7วันไม่มีวันหยุด และการทำทีวี ต้องสร้างการจดจำ และความคุ้นเคยให้คนมาดูช่อง ถ้ามีหลายช่องก็คงลำบาก







