
ซีพีแลนด์ทุ่มหมื่นล.ผุด30โครงการใหญ่
ซี.พี.แลนด์ ลั่นปีหน้าลงทุน 30 อาคาร งบ 1 หมื่นล้าน ทั้งคอนโด โรงแรม ออฟฟิศ
ซี.พี.แลนด์ ลั่นปีหน้าลงทุน 30 อาคาร งบ 1 หมื่นล้าน ทั้งคอนโด โรงแรม ออฟฟิศ
นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี.พี.แลนด์ เปิดเผยว่า จากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ปี 2558 จะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาค และทำให้ความต้องการอาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น ทั้งกรุงเทพฯ รวมถึงหัวเมืองใหญ่
จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทจึงลงทุนครั้งใหญ่ในปี 2557 กว่า 1 หมื่นล้านบาท ทั้งคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และโรงแรม กว่า 30 อาคารตามหัวเมืองหลัก อาทิ พิษณุโลก เชียงราย เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี และนครราชสีมา
สำหรับรูปแบบลงทุนจะเน้นคอนโดมิเนียมกว่า 20 อาคาร โรงแรม จะทำอีก 10 แห่ง ใน 3 ปี โดยใช้ทั้งซื้อกิจการเดิมหรือลงทุนใหม่ ซึ่งปลายปีนี้จะเปิด 2 แห่ง มูลค่า 800-1,000 ล้านบาท เป็นลงทุนใหม่ 1 แห่ง และซื้อ 1 แห่ง
ด้านอาคารสำนักงานปัจจุบันมีที่ดินแล้ว 5 แปลง คือ พิษณุโลก นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานีหาดใหญ่ และเชียงใหม่ จะเป็นอาคารสูงไม่เกิน 10 ชั้น ลงทุน200-300 ล้านบาทต่ออาคารหลังจากนั้นมีแผนที่จะซื้อกิจการโรงแรมเพิ่มเติมจากแผนเดิมที่มีอยู่โดยเฉพาะ หัวเมืองหลักและท่องเที่ยวเป็นโรงแรม ขนาด 150 ห้องพักขึ้นไป
ทางด้านอาคารสำนักงานนั้น อยู่ระหว่างลงทุนพัฒนากระจายตามหัวเมืองหลักๆ เช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีที่ดินสำหรับพัฒนาแล้ว 5 แปลง ได้แก่ พิษณุโลก นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ และเชียงใหม่ โดยจะเป็นอาคารสำนักงาน สูงไม่เกิน 10 ชั้น มูลค่าลงทุน 200-300 ล้านบาทต่ออาคาร
ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ซี.พี.อินดัสเทรียล เอสเตท จ.ระยอง เนื้อที่ 3,200 ไร่ โดยเริ่มพัฒนามาแล้ว 23 ปี คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ในปี 2558
นอกจากนี้ บริษัทฯ เตรียมนำอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าของ ซี.พี.แลนด์ ที่ประกอบไปด้วย อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ 1 (สีลม) ซี.พี.ทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูนทาวน์) และซี.พี.ทาวเวอร์ 3 (พญาไท) จัดตั้งเป็นกองทุนอสังหาฯ ซึ่ง 3 อาคารอาคารดังกล่าวมีมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่น ล้านบาท สร้างรายได้ค่าเช่าปีละกว่า 1,200 ล้านบาท โดยได้เริ่มดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้วคาดว่าจะสามารถตั้งกองทุนได้ภายในสิ้นปีนี้
สำหรับในปีนี้ บริษัทฯได้เปิดขาย คอนโดมิเนียมจำนวน 20 อาคาร จำนวน 5,600 ยูนิต ราคาเฉลี่ย 11.5 ล้านบาท มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ กัลปพฤกษ์ ปัจจุบันมียอดขายไปแล้ว 80%
ทั้งนี้บริษัทฯตั้งเป้าใน 3 ปี ข้างหน้า นับจากปี 2557 เป็นต้นไป สัดส่วนรายได้ของบริษัทเปลี่ยนไปจากเดิมรายได้จากการเช่าคิดเป็น 75% ของรายได้รวมและรายได้จากการขาย 25% เปลี่ยนเป็นรายได้จากการขาย 50% และเช่า 50% โดยปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,700 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าไว้ 2,300 ล้านบาท
นอกจากการลงทุนในประเทศแล้วบริษัทฯ ยังสนใจขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน โดยได้ให้ทีมงานเข้าไปศึกษาความเป็นไปได้และยังได้เริ่มชักชวนนักลงทุนรายใหญ่ด้านอสังหาฯ ชาวจีน เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 ปี ข้างหน้า







