
ปปง.เล็งยึดทรัพย์"ประชา-อธิลักษณ์"
"สีหนาท"สั่งสถาบันการเงินตรวจสอบทรัพย์สินในชื่อ “ประชา-อธิลักษณ์” ก่อนเสนอบอร์ดธุรกรรมยึด ย้ำมีอำนาจตามยึดทั้งในและต่างประเทศ
"สีหนาท"สั่งสถาบันการเงินตรวจสอบทรัพย์สินในชื่อ “ประชา-อธิลักษณ์” ก่อนเสนอบอร์ดธุรกรรมยึด ย้ำมีอำนาจตามยึดทั้งในและต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 11 ก.ย. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวถึงการยึดทรัพย์สินของนายประชา มาลีนนท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.ต. อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินลงโทษจำคุก ในคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย มูลค่า 6,600 ล้านบาท ว่า ก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน ปปง.ต้องขอคัดคำพิพากษาจากศาลฎีกาว่า มีรายละเอียดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้อย่างไร และมีคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตหรือไม่ หากมีรายละเอียดชัดเจนจะเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรมปปง.พิจารณาเพื่อมีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ของนายประชาและพล.ต.ต.อธิลักษณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนจำเลยคนอื่นๆ รวมถึงนายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งเข้าไปเกี่ยวพันในฐานะอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะถูกดำเนินการทางทรัพย์หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคำพิพากษา หากศาลตัดสินว่าไม่มีความผิดก็คงเข้าไปดำเนินการใดๆ ไม่ได้
เลขาธิการปปง. กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ ไม่ทราบว่าป.ป.ช. ได้ไต่สวนคดีร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ซึ่งจะเข้าข่ายยึดทรัพย์ได้ ตามมาตรา 79 อย่างกรณีคดีนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ป.ป.ช.มีอำนาจดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมาย แต่หากเป็นสำนวนคดีอาญา อย่างเดียว ปปง.จะเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินที่มาจากการกระทำผิด ทั้งนี้คดีทุจริต มีความยุ่งยากที่ไม่ใช่ความผิดในตัวเอง อย่างคดีฆ่าคนตาย หรือคดีฉ้อโกงประชาชน แต่คดีทุจริต ต้องรอให้ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อนจึงจะดำเนินการได้ อย่างไร็ตามจากนี้ ปปง.ก็จะเร่งประสานกับสถาบันการเงินทุกแห่ง เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินนายประชาและนายอธิลักษณ์ก่อนเสนอเข้าคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณา







