
ต่างชาติจับตาไทยแบกราคายาง
ข่าวเกี่ยวกับประเทศไทยที่บรรดาสื่อต่างชาติให้ความสนใจมากที่สุดวานนี้ หนีไม่พ้นการที่ประเทศไทยประกาศอุ้มราคายางพาราในที่สุด หลังจากที่เกิดการชุมนุมประท้วงของเกษตรกรชาวสวนยางอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นสินค้าเกษตรสำคัญชนิดที่ 2 ที่รัฐบาลต้องเข้าช่วยอุ้มราคาต่อจากข้าว ซึ่งทำให้เกิดภาระการคลังมหาศาลต่อรัฐบาลไทยไปก่อนหน้านี้แล้ว
ข่าวเกี่ยวกับประเทศไทยที่บรรดาสื่อต่างชาติให้ความสนใจมากที่สุดวานนี้ หนีไม่พ้นการที่ประเทศไทยประกาศอุ้มราคายางพาราในที่สุด หลังจากที่เกิดการชุมนุมประท้วงของเกษตรกรชาวสวนยางอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นสินค้าเกษตรสำคัญชนิดที่ 2 ที่รัฐบาลต้องเข้าช่วยอุ้มราคาต่อจากข้าว ซึ่งทำให้เกิดภาระการคลังมหาศาลต่อรัฐบาลไทยไปก่อนหน้านี้แล้ว
รอยเตอร์สรายงานว่า คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติให้ช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกรชาวสวนยางเพิ่มจากเดิมไร่ละ 1,260 บาท เป็น 2,520 บาท โดยจำกัดไม่เกิน 25 ไร่ เป็นระยะเวลา 7 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2556 เพื่อยุติปัญหาการชุมนุมประท้วงที่ทำให้สินค้าหลายพันตันต้องส่งออกล่าช้ากว่ากำหนด
แนวทางการอุดหนุนราคายางในวงเงิน 2.12 หมื่นล้านบาทครั้งนี้ ออกมาในรูปแบบให้กับเกษตรกรตามพื้นที่ปลูกยาง แทนที่จะอุดหนุนตามปริมาณยางเช่นเดียวกับข้าว อย่างไรก็ตาม การอุดหนุนทั้งราคายางและข้าวต่างก็ทำให้เกิดการผลิตล้นสต๊อกเป็นจำนวนมาก และทำให้รัฐบาลต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการระบายสินค้า
บรรดานักวิเคราะห์ต่างให้ความเห็นว่า การอุดหนุนด้วยวิธีดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อราคายางในตลาดโลก โดยปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางรายใหญ่ 1 ใน 3 ของการผลิตทั้งหมด และส่งออกยางถึง 90%
การอุดหนุนครั้งนี้เทียบเท่าได้กับการช่วยราคายางกิโลกรัมละ 10 บาท จากราคาในปัจจุบันที่ 81 บาท ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้ตามเงื่อนไขที่เคยยื่นขอไปก่อนหน้านี้ที่กิโลกรัมละ 90 บาท แม้ว่าบางฝ่ายจะร้องขอราคาที่ 95 บาทก็ตาม
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ราคายางพาราร่วงลงหนักในปีที่แล้ว รัฐบาลได้ใช้งบเข้าช่วยเหลือไปแล้ว 2.2 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2555-พ.ค. 2556 ขณะที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี ไทยยังได้พยายามขอความร่วมมือจากมาเลเซียและอินโดนีเซียให้ควบคุมปริมาณการส่งออกเพื่อพยุงราคา ทว่ากลับไม่เป็นผลเท่าที่ควร ท่ามกลางการนำเข้าของจีนที่ลดลง
อย่างไรก็ดี กู่ เจียง นักวิเคราะห์จากบริษัท ยูทากะ โชจิ ในประเทศญี่ปุ่น ให้ความเห็นว่า มาตรการช่วยเหลือล่าสุดของรัฐบาลไทยนั้น จะไม่ส่งผลในด้านราคายางในตลาดโลก เนื่องจากเป็นเพียงการให้เงินช่วยเหลือพิเศษแก่เกษตรกรที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งต่างจากการรับประกันราคายาง ที่เข้าซื้อยางจากเกษตรกรโดยตรง
ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลได้ทำให้ราคายางแผ่นดิบขยับขึ้นไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 81 บาทแล้ว จากเดิมที่ 75 บาท เมื่อช่วงปลายปี 2555 ทว่าก็ยังคงห่างไกลจากในช่วงที่ราคายางทุบสถิติกิโลกรัมละ 180 บาท เมื่อเดือน ก.พ. 2554







