posttoday
ว่างงานมะกันไม่ฟื้นจริงแผนชะลอ "คิวอี" สะเทือน

ว่างงานมะกันไม่ฟื้นจริงแผนชะลอ "คิวอี" สะเทือน

11 กันยายน 2556

เหมือนจะเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจของสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ไม่น้อย เมื่อตัวเลขอัตราการว่างงานล่าสุดประจำเดือน

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

เหมือนจะเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจของสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ไม่น้อย เมื่อตัวเลขอัตราการว่างงานล่าสุดประจำเดือน ส.ค. โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐพบว่าอัตราดังกล่าวลดลงเหลือ 7.3% หรือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์หลายสำนักถึงกับแสดงความเห็นไปในทำนองเดียวกันแทบจะทันทีว่า ข่าวน่ายินดีข้างต้นคือสัญญาณสำคัญที่เปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าชะลอนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ด้วยการลดปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรรายเดือนลงจากเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เหลือประมาณ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภายในเดือนนี้ หลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ในวันที่ 1718 ก.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อพินิจพิเคราะห์รายละเอียดของรายงานอย่างถี่ถ้วนแล้ว ผู้เชี่ยวชาญและนักเศรษฐศาสตร์อีกส่วนหนึ่งกลับอดรู้สึกวิตกกังวลไม่ได้ เพราะเบื้องหลังข่าวดีของการว่างงานที่ลดลงกลับเป็นผลมาจากข้อเท็จจริงที่น่าสะพรึงว่าปริมาณแรงงานลดลงไม่ใช่จำนวนคนได้งานทำเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

ต้องยอมรับว่า อัตราการว่างงานของสหรัฐนับเป็นตัวเลขสำคัญที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ เพราะเมื่อคนอเมริกันมีแหล่งรายได้ที่แน่นอน ปริมาณความต้องการบริโภคสินค้าภายในประเทศซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ก็จะมีมากขึ้นเพียงพอที่จะช่วยให้สหรัฐสามารถขยับขยายเติบโตต่อไปได้

ยิ่งไปกว่านั้น อัตราดังกล่าวยังได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดชนิดที่นักลงทุนไม่ยอมให้คลาดสายตา เมื่อเฟดประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่าจะเริ่มชะลอการใช้คิวอีเมื่อเศรษฐกิจส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยรวมถึงอัตราว่างงานที่ลดลง ขณะเดียวกัน ทันทีที่อัตราว่างงานลดลงแตะระดับ 6.5% เฟดจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยทันทีจากระดับปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคารระยะเวลา 1 วัน อยู่ที่ระดับ 0% นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551

ทั้งนี้ รายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่าอัตราการเข้ามาทำงานของประชากรวัยแรงงานอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 35 ปี โดยนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2552 เป็นต้นมา อัตราการว่างงานของสหรัฐมีสาเหตุหลักมาจากอัตราเข้ามาทำงานของแรงงานสหรัฐลดลงหรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 63.2% ของอัตราว่างงานที่ลดน้อยถอยลง

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือว่า ขณะที่อัตราว่างงานลดลง จำนวนแรงงานที่ต้องเข้าร่วมตลาดแรงงานต้องปรับตัวสวนทางกับอัตราดังกล่าวคือมีแรงงานทำงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อปริมาณรายได้จากการจัดเก็บภาษีของภาครัฐ เพราะตัวเลขอัตราการเข้าร่วมของแรงงานสามารถนำมาใช้เพื่อคำนวณปริมาณภาษีเงินเดือน (เพย์โรล แท็กซ์) ในแต่ละเดือนได้

นักวิเคราะห์จากบลูมเบิร์กอธิบายว่าถ้าอัตราการลดลงมาจากเหตุผลทางประชากรศาสตร์ที่แรงงานยุคเบบี้บูมเริ่มเกษียณ อัตราการว่างงานที่ลดลงย่อมเป็นภาพสะท้อนที่แท้จริงของตลาดแรงงานสหรัฐที่เริ่มหย่อนยาน แต่ถ้าอัตราว่างงานมีสาเหตุมาจากการที่แรงงานถอดใจไม่ยอมลุกขึ้นมาหางานทำเอง สาเหตุดังกล่าวย่อมไม่เป็นผลดีแน่หากเฟดจะเดินหน้าชะลอแผนการซื้อคืนพันธบัตร

จอห์น เฮอร์แมนน์ ผู้อำนวยการด้านกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ซิเคียวริตี้ ยูเอสเอ อิงค์ ในนิวยอร์กคาดการณ์ว่าการปรับขั้วนโยบายจากแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นแนวทางรัดเข็มขัดของเฟดจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยน่าจะแตะระดับ 3.25% ภายในสิ้นปีนี้

หรือเท่ากับว่าต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจจะสูงขึ้น ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจยังไม่ทันจะได้ฟื้นตัวแข็งแกร่งอย่างแท้จริง จนอาจส่งผลกระเทือนต่ออัตราการว่างงานที่กำลังลดลงให้หวนกลับมาเพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่อีกครั้งได้โดยง่าย

ทั้งนี้ จำนวนแรงงานที่มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุจากปริมาณประชากรวัยทำงานลดหรือจากการที่คนท้อใจกับการหางานทำจนเลิกยื่นใบสมัครงาน แม้ว่าสถานการณ์ของตลาดการจ้างงานในปัจจุบันจะดีขึ้นแค่ไหนก็ตาม ส่งผลให้ภาระสำคัญของเฟดในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเดินหน้าชะลอแผนคิวอีเมื่อไร แต่อยู่ที่การที่เฟดจะต้องหาคำอธิบายให้ได้ว่าอัตราการเข้าทำงานของแรงงานจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน ยาวนานเพียงใด และเป็นวงจรเพียงชั่วคราวใช่หรือไม่

ไมเคิล เฟโรลี อดีตนักวิจัยของเฟดและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเจพี มอร์แกน เชสแอนด์โค ในนิวยอร์กคิดว่าการประชุมเฟดที่จะมีขึ้นในกลางเดือนนี้ถือเป็นอีกหนึ่งการพบปะหารือครั้งสำคัญของเฟดที่ละสายตาไปไม่ได้ เพราะการว่างงานจากเหตุผลที่ไม่เหมาะสมทำให้เฟดอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เนื่องจากหากเดินหน้าลดการซื้อคืนพันธบัตรตามที่ได้เกริ่นไปหลายครั้งก่อนหน้านี้ก็อาจจะเร็วเกินไปสำหรับเศรษฐกิจที่ยังไม่แข็งแกร่งดีพอ แต่ถ้าหากไม่ทำอะไรเลยภาระจากแผนกระตุ้นที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอาจทำให้เฟดถอนตัวได้ยากมากยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท