
จับตาบิ๊ก สธ.ยึดอำนาจ "เคลียริงเฮาส์"
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
กว่า 800 ชีวิต ในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) น้ำตาตกใน ความกลัวเข้าปกคลุมทั่วทุกหัวระแหง ความหวาดระแวงเสริมแรงให้พนักงานอยู่ในอาการวิตกจริต จดหมายร้องเรียนพฤติกรรมอันมิชอบของผู้บริหารระดับสูงมีขึ้นหลายสิบฉบับ อาทิ มีหน่วยรักษาความปลอดภัยติดตามตลอด การนำสุภาพสตรีซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเข้ามาในองค์กรใช้อำนาจสั่งการแทนจนเจ้าหน้าที่ต่างอึดอัด การเบิกเงินอย่างฟุ่มเฟือยทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ให้กับคนใกล้ชิดทั้งในและต่างประเทศ
นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. หัวเรือใหญ่ขององค์กร ทำได้เพียงกลืนก้อนแห่งความขมขื่นลงในลำคอ ด้วยรู้ว่าบางครั้งนโยบายอยู่เหนือเหตุผล บางข้อเสนออยู่เหนือการปฏิเสธได้
ย้อนกลับไป 23 เดือนก่อน ปรากฏข้อพิรุธบนโครงการที่น่าติดตามยิ่ง สปสช.ในฐานะหัวใจของการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพมาตรฐานเดียว เดินหน้าตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา รับบทบาทเป็นหน่วยงานกลางจัดการธุรกรรมการเบิกจ่ายและระบบข้อมูลบริการสาธารณสุข หรือ National Clearing House (NCH)
สำหรับ “เคลียริงเฮาส์” ที่จะตั้งขึ้น นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) วาดฝันให้เป็นหน่วยงานใหม่ที่ทำหน้าที่ดูแลเงินที่จ่ายไปยังกองทุนประกันสังคม กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
กรอบระยะเวลาดำเนินการ กำหนดไว้ว่าในวันที่ 1 ต.ค. 2557 เคลียริงเฮาส์แห่งนี้ จะแยกออกเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งรูปแบบ องค์กรมหาชนรัฐวิสาหกิจ หรือแม้แต่องค์กรของรัฐ มีงบประมาณดำเนินงานทั้งสิ้น 17 ล้านบาท โดย 10 ล้านบาท เป็นส่วนของการก่อสร้าง
เดิมทีสำนักงานเคลียริงเฮาส์ถูกวางให้ตั้งอยู่ใน สปสช. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดย นพ.อรรถสิทธิ์ กาญจนสินิทธิ์ อดีต สส.ขอนแก่น พรรคไทยรักไทย ในฐานะรองเลขาธิการ สปสช. ได้ทำเรื่องประกาศจ้างปรับปรุงตกแต่งด้วยวิธีพิเศษในวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท
ทว่า นพ.อรรถสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้โดยตรงและมีอำนาจลงนามออกประกาศ กลับลอยเหนือปัญหาด้วยการโยนเรื่องต่อให้ นพ.วินัย เป็นผู้ลงนามแทน ระหว่างนั้นมีการทักท้วงจากผู้บริหารประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษอาจไม่ถูกต้อง แต่ นพ.อรรถสิทธิ์ ยังคงยืนกรานในหลักการเดิม
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เห็นว่าการคัดเลือกด้วยวิธีพิเศษนั้น กำหนดวิธีการจัดหาผู้เสนอราคาด้วยเทคนิคซับซ้อน ขั้นสูงเกินความจำเป็น อาจเป็นการไม่เปิดกว้าง หรืออาจเป็นการเอื้อประโยชน์แก่ผู้เข้าเสนอราคารายใด หรืออาจเป็นการกีดกันผู้เสนอราคาใด เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ จึงทำหนังสือให้ นพ.อรรถสิทธิ์ เข้าชี้แจง แต่การชี้แจงดังกล่าวกลับยังคลุมเครือ เป็นเหตุให้ สตง.ต้องถามหาความชัดเจนเป็นรอบที่ 2
ระหว่างนั้น นพ.อรรถสิทธิ์ ใช้สายสัมพันธ์อันดีต่อสายตรงไปยัง นพ.ประดิษฐ โดยอ้างว่าถูกคนใน สปสช. กลั่นแกล้ง และเป็นช่วงเดียวกับที่มีผู้ซื้อซองประกวดราคา 5 ราย ทว่าวันจริงกลับมาเพียง 2 ราย โดย 1 ราย ขาดคุณสมบัติ นพ.วินัย เห็นว่าสุ่มเสี่ยง จึงสั่งให้ยกเลิกประกาศฉบับเดิม และให้ออกประกาศใหม่
ในวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา นพ.อรรถสิทธิ์ ทำหนังสือด่วนที่สุดถึง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตใช้สถานที่ตึกศูนย์คอมพิวเตอร์ อาคาร 3 ชั้น (Data Center) เพื่อทำเคลียริงเฮาส์ ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 1 ต.ค.นี้
สำหรับศูนย์คอมพิวเตอร์ เดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ดำเนินการบริหารข้อมูลสุขภาพระดับประเทศ ในอนาคตจะตั้งเป็น National Health Information โดย สธ.ได้ของบจากสำนักงบประมาณถึง 43 ล้านบาท และเพิ่งจัดสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัด สธ. ลงนามอนุญาตให้ สปสช.ดำเนินการใช้สถานที่ได้ และสั่งการให้ข้าราชการเก็บของออกจากศูนย์คอมพิวเตอร์ภายในวันที่ 12 ก.ย.นี้ และให้กลับไปใช้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งคับแคบแออัด ข้าราชการที่ได้รับความเดือดร้อน 28 ราย จากทั้งหมด 44 ราย จึงทำหนังสือร้องเรียนไปยัง นพ.วินัย และ นพ.ณรงค์ เพื่อขอให้ทบทวนคำสั่งดังกล่าว
เกิดเป็นคำถาม ประการแรก การออกหนังสือของ นพ.อรรถสิทธิ์ ถึง สธ. โดยเลขาธิการ สปสช.ไม่ทราบเรื่อง เข้าข่ายผิดวินัยหรือไม่ ประการต่อมา มีความจำเป็นอันใดที่ต้องดึงดันใช้ศูนย์คอมพิวเตอร์ สธ. จนข้าราชการตัวเล็กๆ ได้รับความเดือดร้อน ประการสุดท้าย แม้ว่า นพ.ชาญวิทย์ กับ นพ.อรรถสิทธิ์ จะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่การตัดสินใจครั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของเหตุผลใดที่จะใช้อธิบายถึงความเหมาะสม
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันข้อครหาลุแก่อำนาจและข้อเคลือบแคลงเรื่องเปิดช่องให้ สธ. เตะตัดขา สปสช. ยึดกุมเคลียริงเฮาส์เอง







