
อัดรัฐต่ออายุธาริต
ปชป.ชี้หวังใช้เป็นเครื่องมือขจัดคู่แข่งอัยการตีกลับไม่สั่งฟ้องคดีบีทีเอส
ปชป.ชี้หวังใช้เป็นเครื่องมือขจัดคู่แข่งอัยการตีกลับไม่สั่งฟ้องคดีบีทีเอส
ถาวรอัด ครม.ต่ออายุธาริต เพื่อใช้เป็นเครื่องมือขจัดฝ่ายค้าน
นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า การต่ออายุราชการให้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพิ่มอีก 1 ปี เพราะรัฐบาลยังต้องการใช้นายธาริตเป็นเครื่องมือในการขจัดคู่แข่งทางการเมืองต่อไป เพราะนายธาริต สนองงานอย่างได้ผล
ขณะเดียวกัน เวลานี้มีหลายเรื่องที่ยังค้างอยู่ระหว่างการดำเนินการ เช่น กรณีของพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีหลายเรื่องทั้งเรื่องเงินบริจาคพรรคการเมือง หรือเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เข้าข่ายความผิด ทางดีเอสไอก็ยังเดินหน้าเอาผิด หากเปลี่ยนให้คนอื่นมาทำหน้าที่อาจจะทำหน้าที่ไม่ได้ดังใจรัฐบาล
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษก ปชป.กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะคงไม่มีใครกล้ารับงานจากรัฐบาลเท่ากับนายธาริต เชื่อว่านายธาริตจะเข้ามาสานงานต่อ โดยเฉพาะคดีเงินบริจาคพรรค ปชป.ที่แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง เคยมีความเห็นแล้วว่าไม่มีความผิด แต่ทางดีเอสไอยังเดินหน้าทำคดีต่อ
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบต่ออายุราชการให้นายธาริตเพิ่มอีก 1 ปี ไปถึงวันที่ 18 ต.ค. 2557 หลังจากดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี ในวันที่ 18 ต.ค.นี้
วันเดียวกัน อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่สั่งฟ้อง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กับพวกรวม 9 คน และนิติบุคคลอีก 1 คน ในคดีต่อสัญญาเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายออกไปอีก 13 ปี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามที่ดีเอสไอส่งมาให้ดำเนินการ เพราะไม่มีอำนาจในการฟ้องคดี
นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า คณะทำงานของอัยการได้พิจารณารายละเอียดของคดีทั้งหมด รวมทั้งประเด็นที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ร้องว่า ดีเอสไอไม่มีอำนาจสอบสวนรวบรวมหลักฐาน เนื่องจากเป็นการกล่าวหาการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอัยการเห็นด้วยกับข้อกฎหมายประเด็นดังกล่าว
“สำนวนทั้งหมดถูกส่งกลับคืนให้ดีเอสไอเพื่อให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิด” นายวินัย กล่าว
ด้านนายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับสำนวนคดีดังกล่าวกลับคืนแล้ว โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.เป็นผู้สั่งฟ้องแทน







