posttoday
คอนเนคชั่น"บิ๊กเติ้ง"กุญแจสู่การปฏิรูป

คอนเนคชั่น"บิ๊กเติ้ง"กุญแจสู่การปฏิรูป

10 กันยายน 2556

การเมืองในเวลานี้ต้องจับจังหวะก้าวของ บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

การเมืองในเวลานี้ต้องจับจังหวะก้าวของ บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะผู้ประสานงานคณะทำงานเวทีปฏิรูปประเทศให้ดีๆ เพราะได้เร่งเครื่องเดินสายกับผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองหลายรายแบบเช้าถึงเย็นถึง โดยภายหลังพบกับ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ไปเมื่อวันที่ 9 ก.ย. มีปฏิทินประสานสิบทิศสร้างความปรองดองอีกหลายราย

ไม่ว่าจะเป็นวันที่ 11 ก.ย. พบ สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต่อด้วย นพ.ประเวศ วะสี และวันที่ 16 ก.ย. จิบน้ำชายามบ่ายกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์อย่าง ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้มีบารมีในพรรค

ดูจากตัวละครที่บรรหารเข้าไปนั่งจับเข่าคุยด้วยตัวเองล้วนเป็นบุคคลที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เคยพยายามใช้รัฐมนตรีอาวุโสในรัฐบาลอย่าง วราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เข้าไปเชิญมาร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองแล้วแต่ไม่ได้ผล จนต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน

การปฏิรูปการเมืองจะไม่มีทางสำเร็จได้ หากปราศจากความร่วมมือจากคู่ขัดแย้งของรัฐบาลและบุคคลที่มีความเป็นกลางในแบบที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย อย่างบุคคลที่บรรหารมีคิวเข้าไปพบดังกล่าว

ส่งผลให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องหวังพึ่งบารมีและคอนเนกชันของอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 เพื่อสานการปฏิรูปการเมืองให้เป็นรูปธรรมอย่างมีความชอบธรรม

คอนเนกชันสำคัญที่สุดที่บิ๊กเติ้งมีหนีไม่พ้นการมีสายสัมพันธ์กับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยบรรหารเคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.เปรม ถึงสองครั้ง ได้แก่ ปี 2523 ดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ ปี 25292531 เป็น รมว.คมนาคม

ถึงระยะหลังบรรหารจะแนบแน่นกับเพื่อนซี้ต่างวัยที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย แต่ไม่อาจสะเทือนมิตรภาพระหว่างบรรหารเปรม ดังจะเห็นได้จากการไปเยี่ยม พล.อ.เปรมถึงโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกันในบริบทของการปฏิรูปการเมืองนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าบรรหารนับเป็นผู้มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งและช่วยให้มีต้นทุนทางการเมืองที่สูงขึ้น

ไม่อาจลืมได้ว่าพรรคชาติไทยในอดีตเป็นผู้ริเริ่มการปฏิรูปการเมือง ด้วยการประกาศแนวทางการปฏิรูปการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 211 เพื่อจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญหลังจากได้เป็นนายกฯ เมื่อปี 2538 ได้ จนสามารถยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นผลสำเร็จ

ที่สำคัญผู้มาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างรัฐธรรมนูญขณะนั้น มีชื่อว่า อานันท์ ปันยารชุน

อย่าได้แปลกใจว่า ทำไมอดีตนายกฯ รายนี้ถึงเป็นตัวเลือกแรกที่บรรหารต้องขอเข้าพบ

ไม่ต่างอะไรกับหมอประเวศ นับเป็นบุคคลในดวงใจของบิ๊กเติ้งที่ต้องดึงมาร่วมเวทีให้ได้เช่นกัน โดยหวังว่าจะใช้อดีตที่ดีต่อกันมาเป็นเครื่องเชื่อมสัมพันธ์ในปัจจุบันให้ดีขึ้น

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 15 ปีที่แล้ว หมอประเวศนับเป็นปัญญาชนคนหนึ่งที่ออกมาสนับสนุนการปฏิรูปการเมือง เนื่องจากรัฐบาลบรรหารได้นำแนวคิดของคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย (คพป.) เมื่อปี 2537 ที่มี นพ.ประเวศ เป็นประธาน คือ การปฏิรูปการเมืองผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2535 มาตรา 211 ไปเป็นหลักของการปฏิรูปการเมือง

เป็นผลให้บรรหารหวังเป็นอย่างยิ่งว่าราษฎรอาวุโสท่านนี้ น่าจะชำเลืองคำเชิญการปฏิรูปการเมืองในปัจจุบันเหมือนกับที่ตัวเองเคยตอบรับข้อเสนอของ คพป.ในอดีต

รัฐบาลยิ่งลักษณ์มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าบรรหารสามารถเชิญอานันท์ประเวศ เข้ามาร่วมสภาปฏิรูปการเมืองได้สำเร็จ จะมีผลให้แรงต้านลดลงและฝ่ายตรงข้ามจะหันมาให้ความสนใจกับเวทีปฏิรูปครั้งนี้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์

ถึงแม้ประชาธิปัตย์จะไม่เข้าไปร่วมกับเวทีปฏิรูปของรัฐบาลเพราะกลัวเสียหน้า แต่อาจลดแรงต่อต้านการปฏิรูปของรัฐบาลลงเพื่อเป็นรักษาเยื่อใยเอาไว้ อย่างน้อยก็ในฐานะเคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันมาก่อน หรือในอนาคตหากประชาธิปัตย์มีความจำเป็นต้องพึ่งเสียงของบรรหารในการจัดตั้งรัฐบาลและดันให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ อีกครั้ง ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่กล้าที่จะหักกับบรรหารโดยตรง

สำหรับบรรหารแล้วจะเหนื่อยหน่อยก็ตรงที่ต้องไปคุยกับสนธิคู่อริหมายเลขหนึ่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ และหลายต่อหลายครั้งแกนนำพันธมิตรฯ คนนี้มักแสดงความคิดเห็นในทำนองต่อต้านระบบพรรคการเมือง

กระนั้นใช่ว่าสนธิจะปฏิเสธพรรคชาติไทยพัฒนาเสียทีเดียว โดยเมื่อครั้ง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ แกนนำพรรคยังมีชีวิตอยู่ ทั้งสองคนก็เคยได้เข้าพบกันที่บ้านพระอาทิตย์มาแล้ว ซึ่งช่วยให้บรรยากาศการเมืองดีขึ้น

บรรหารจึงหวังใช้การกรุยทางของ เสธ.หนั่นก่อนหน้านี้เป็นสะพานเชื่อมให้สนธิหันมาสนใจกับการปฏิรูปการเมือง

อย่างไรก็ตาม บารมีของบิ๊กเติ้งเพียงอย่างเดียวคงไม่อาจช่วยให้การปฏิรูปการเมืองประสบความสำเร็จ เนื่องจากขึ้นอยู่กับการประคับประคองบรรยากาศการเมืองทั้งในและนอกสภาของรัฐบาลด้วย ถ้าทำไม่ได้ทุกอย่างที่ทำมาก็คงสูญเปล่า

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69