posttoday
โอลิมปิก ญี่ปุ่น 2020 เดิมพันใหญ่พลิกฟื้น ศก.ชาติ

โอลิมปิก ญี่ปุ่น 2020 เดิมพันใหญ่พลิกฟื้น ศก.ชาติ

10 กันยายน 2556

“ญี่ปุ่นจมอยู่กับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันมานานถึง 15 ปี และทำให้เราสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเองไป

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

“ญี่ปุ่นจมอยู่กับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันมานานถึง 15 ปี และทำให้เราสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเองไป แต่ผมเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นโอกาสให้เราเรียกความเชื่อมั่นกลับมาอีกครั้ง” นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ประกาศความมั่นใจหลังจากที่ประเทศได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพมหกรรมโอลิมปิกเกมส์ ปี 2563

สำหรับอาเบะและชาวญี่ปุ่นกว่า 127 ล้านคนแล้ว “โตเกียว 2020” ไม่ได้เป็นเพียงเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาเท่านั้น หากแต่ยังเป็นยาโด๊ปกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการดำเนินนโยบาย “อาเบะโนมิกส์” เมื่อช่วงต้นปี และยังเป็นยาใจที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของสังคมผู้สูงอายุแห่งนี้ให้กลับมาคึกคัก พร้อมจับจ่ายใช้สอยและลงทุนกันอีกครั้งด้วย

แม้ว่าการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกจะยังหมายถึง “หนี้มหาศาล” ที่จะพอกพูนขึ้นจากการลงทุน และก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ด้วยก็ตาม ทว่ารัฐบาลกรุงโตเกียวก็พร้อมที่จะยอมแลกบนความเชื่อมั่นว่า โตเกียว 2020 จะไม่ใช่การตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเหมือน “ปักกิ่ง 2008” ในประเทศจีน หรือถึงขั้นทำให้ประเทศชาติล่มจมเหมือนกรณีของ “เอเธนส์ 2004” ในกรีซ

ความได้เปรียบของญี่ปุ่นสำหรับการเป็นเจ้าภาพในอีก 7 ปีข้างหน้าก็คือ การเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่พรั่งพร้อมไปด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เช่น สนามบิน รถไฟความเร็วสูง และกระทั่งสนามกีฬาต่างๆ ที่ได้มาตรฐานสากล ทำให้ไม่จำเป็นต้องทุ่มงบก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานใหม่ๆ เพิ่มมากนักเหมือนในกรณีของกรีซ ซึ่งลงทุนไปสูงถึง 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.8 แสนล้านบาท) หรือแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเจ้าภาพโอลิมปิก แต่กลับไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้ว

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นก็เห็นบทเรียนจากกรณีของจีนที่ประกาศศักดาทางเศรษฐกิจมาแล้วเช่นกัน กับการลงทุนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ถึง 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) แต่กลับไม่สามารถใช้ประโยชน์จากอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ได้เต็มที่เช่นกัน ซึ่งบางแห่งนั้นถึงกับถูกปล่อยให้รกร้างในเวลาต่อมา

ความเสี่ยงหนึ่งเดียวของญี่ปุ่นนั้น อยู่ที่ภาระหนี้ที่จะพอกพูนขึ้นอีกมหาศาล จากเดิมที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระดับหนี้สาธารณะสูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ถึง 10.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 330 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 230% ของจีดีพีประเทศ โดยญี่ปุ่นมีแผนจะลงทุนในฐานะเจ้าภาพเพิ่มอีกราว 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.9 แสนล้านบาท) กับการก่อสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ และการขยับขยายสาธารณูปโภคหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกรุงโตเกียวนั้นเชื่อว่าผลด้านบวกที่ได้รับจะคุ้มค่ากว่าหนี้ที่ก่อไว้มาก ทั้งประโยชน์ในด้านตัวเงิน และประโยชน์ในด้านการฟื้นความเชื่อมั่นในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากต่ออนาคตของญี่ปุ่นที่จะหลุดพ้นจากภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจที่มีมานานกว่า 15 ปี

ผลการศึกษาของทางการญี่ปุ่นเชื่อว่า การเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกจะช่วยทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลถึงกว่า 4 ล้านล้านเยน (เกือบ 1.3 ล้านล้านบาท) สร้างงานอีกกว่า 1.58 แสนอัตรา พร้อมทั้งกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวขนานใหญ่ โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้มากกว่าเท่าตัว จากเดิมที่ 8.36 ล้านคนในปี 2555 ขึ้นมาเป็น 30 ล้านคนในปีที่จัดมหกรรมขึ้น

แม้ว่านักวิเคราะห์หลายฝ่าย เช่น โรเบิร์ต เฟลด์แมน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจญี่ปุ่นของบริษัทหลักทรัพย์ มอร์แกน สแตนลีย์ เอ็มยูเอฟเจ ซีเคียวริตีส์ จะเชื่อว่าโอลิมปิกจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ช่วงสั้นๆ และเพิ่มมูลค่าของจีดีพีได้เพียง 0.3% เท่านั้น เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในอังกฤษ ทว่าในมุมมองของรัฐบาลและนักวิเคราะห์อีกหลายฝ่ายนั้น โอลิมปิกจะมีส่วนช่วยอย่างมากต่อการฟื้นความเชื่อมั่นระยะยาวของผู้บริโภคและนักลงทุนในประเทศ

“เรื่องนี้จะให้ผลในทางบวก เพราะจะช่วยเพิ่มความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งที่เอื้อต่อระบบเศรษฐกิจมากกว่านั้นก็คือ การช่วยปรับทัศนคติของประชาชนให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ซึ่งบรรยากาศทางธุรกิจนั้นขึ้นอยู่กับทัศนคติเช่นนี้” ทาดาชิ อิชิอิ ประธานของเดนท์สึ บริษัทโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ให้ความเห็นกับบลูมเบิร์ก

ขณะที่ฮิเดยูกิ อิชิกูโระ นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทหลักทรัพย์ โอคาซัน ซีเคียวริตีส์ เชื่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดของโตเกียว 2020 ก็คือ การช่วยลดความเสี่ยงที่นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบอาเบะโนมิกส์ อาจล้มเหลวกลางทาง

การเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกจึงเป็นเหมือนยากระตุ้นก๊อก 2 ในระยะยาวไปจนถึงอีก 7 ปีหลังจากนี้เป็นอย่างต่ำ ผู้บริโภคในญี่ปุ่นซึ่งเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุไปแล้วจะเริ่มกลับมาใช้จ่ายอีกครั้ง ขณะที่ภาคเอกชนก็มีความเชื่อมั่นต่อแผนการลงทุนระยะสั้นไปจนถึงระยะยาว และยังทำให้ทุกฝ่ายสามารถลดความกังวลจากแผนขึ้นภาษีการขาย ซึ่งรัฐบาลเตรียมประกาศใช้เพื่อลดการขาดดุลงบประมาณมหาศาล

หากเตรียมการให้รัดกุม และไม่ย่ำซ้ำรอยความผิดพลาดของเจ้าภาพที่ผ่านๆ มา “โตเกียว 2020” ก็อาจเป็นยากระตุ้นที่พลิกฟื้นญี่ปุ่นในทศวรรษหน้าได้อย่างคาดไม่ถึง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท