
ยังเห็นแสง
เมื่อวานนี้หลายประเทศเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเฉพาะบรรดามหาอำนาจทางเศรษฐกิจทั้งหลาย อย่างจีนก็มีตัวเลขการส่งออกในเดือน ส.ค. ที่ดีขึ้น อีกทั้งระดับเงินเฟ้อก็ยังอยู่ในระดับที่ 2.6% ซึ่งยังไม่อันตรายนัก
เมื่อวานนี้หลายประเทศเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเฉพาะบรรดามหาอำนาจทางเศรษฐกิจทั้งหลาย อย่างจีนก็มีตัวเลขการส่งออกในเดือน ส.ค. ที่ดีขึ้น อีกทั้งระดับเงินเฟ้อก็ยังอยู่ในระดับที่ 2.6% ซึ่งยังไม่อันตรายนัก
ส่วนญี่ปุ่นก็ประกาศตัวเลขการเติบโตทบทวนใหม่ประจำไตรมาส 2 ขึ้นมาที่ 3.8% จากเดิมที่ 2.6% บ่งบอกว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังพอฟื้นได้
ถ้าหากไม่คิดมาก ก็ต้องบอกว่า อนาคตเศรษฐกิจโลกนั้นดูดีขึ้นครับ สหรัฐเองก็เริ่มฟื้นตัว ยุโรปก็ดีขึ้นกว่าเดิม ยังพอมีแสงที่ปลายอุโมงค์ให้เห็นกัน
พูดกันตามตรง เศรษฐกิจโลกดูไม่ได้แย่นัก แต่ที่น่าจะแย่ก็คือตลาดทุน เพราะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นนั้น ยิ่งจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดเงินในโครงการกระตุ้นแบบคิวอีลงจริง สหรัฐก็ฟื้น จีนก็ดีขึ้น แนวโน้มที่เฟดจะตัดจริงๆ ก็มากขึ้นไปอีก
ความจริงตลาดทุนน่าจะสดใสเพราะสหรัฐและโลกดีขึ้น แต่เพราะที่ผ่านมา นักลงทุน นักเก็งกำไรในตลาดสหรัฐมัวแต่พึ่งพาแสวงหากำไรจากเงินที่ปล่อยมาจากเฟดมากเกินไปจนเลิกพึ่งตัวเอง ดังนั้นแนวโน้มที่ตลาดทุนจะถูกขย่มเพราะเฟดนั้นมีสูง
ต้องเรียกว่าเคยตัวกับอะไรๆ ที่ได้มาง่ายๆ จนเกินไปครับ เจ้าหน้าที่เฟดเองยังเคยบอกว่า ต้องเลิกคิวอีได้แล้ว เพราะดัดนิสัยตลาดทุนไม่ให้มัวรอแต่เงินที่ได้มาง่ายๆ จากโครงการคิวอี
สหรัฐตามใจนักลงทุนด้วยเงินจากคิวอีมาตั้งแต่ปี 2008 ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ ว่านักลงทุนย่อมเคยตัว แต่จากนี้ไปเมื่อเงินส่วนนี้ลดลงไปแล้ว จะต้องจับตาว่าตลาดทุนจะสดใสต่อได้จริงหรือไม่
ผมว่าไม่ครับ!







