
แก้ให้ตรงจุด
นโยบายพิกลพิการถึงขณะนี้ต้องยอมรับว่าสินค้าเกษตรหลักที่เป็นโปรดักต์ แชมเปียนของไทย ทั้งข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพด ได้ยกสถานะขึ้นเป็นสินค้าการเมืองเต็มรูปแบบไปแล้ว
นโยบายพิกลพิการถึงขณะนี้ต้องยอมรับว่าสินค้าเกษตรหลักที่เป็นโปรดักต์ แชมเปียนของไทย ทั้งข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพด ได้ยกสถานะขึ้นเป็นสินค้าการเมืองเต็มรูปแบบไปแล้ว
ผลที่ตามมาคือการปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงของราคาสินค้าเกษตรเหล่านี้ มีผลผูกพันอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการเลือกตั้ง และการก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ ตลอดจนการกำหนดนโยบายใช้เงินหลวงมาโอบอุ้มเพื่อรักษาฐานคะแนนเสียงทางการเมืองให้กระชับแน่น
นโยบายการผลักดันและชี้นำราคาโดยรัฐบาล เพื่อสร้างให้มวลประชามานิยมรัฐบาล ได้ทำลายกระบวนการพัฒนา การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันไปจนหมดสิ้น
ตลอด 60 ปีที่ผ่านมาพื้นที่เพาะปลูกสินค้าเกษตรของไทยเพิ่มขึ้นทุกปี เฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวไม่น้อยกว่า 70 ล้านไร่ มีชาวนา 3.7 ล้านครัวเรือน ผลผลิตข้าวเปลือก 3537 ล้านตันต่อปี แต่บริโภคในประเทศ 20 ล้านตันต่อปี ส่วนพื้นที่ปลูกยางทั่วประเทศมี 16 ล้านไร่ มีชาวสวนยาง 1.5 ล้านครัวเรือน ผลผลิตยาง 3.8 ล้านตันต่อปี แต่ใช้ในประเทศ 5 แสนตันต่อปีเท่านั้น และขณะนี้พื้นที่การปลูกยางได้ขยายออกไปครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน อีกจำนวนมาก ผ่านนโยบายขยายพื้นที่เพาะปลูก
ขณะที่พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในปี 2556 มีพื้นที่เพาะปลูก 4.11 ล้านไร่ ชาวสวนปาล์ม 1.3 แสนครัวเรือน ผลผลิตรวม 12.02 ล้านตัน แปรรูปเป็นน้ำมันปาล์มดิบได้ 1.9 ล้านตัน ใช้ในประเทศทั้งการบริโภคและผลิตเป็นไบโอดีเซล บี 100 จำนวน 1.6 ล้านตัน ส่วนที่เหลือส่งออกในรูปน้ำมันปาล์มดิบ
แม้จำนวนเกษตรกรและผลผลิตจะมากมายมหาศาล แต่ทว่ารัฐบาลแทบทุกสมัยกลับละเลยการพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ของสินค้าเหล่านี้ แทบทุกสินค้าเกษตรกรผู้ผลิตทำได้แค่ขายข้าวเปลือก ข้าวสาร ขายน้ำยาง ขายยางแผ่น ขายปาล์มดิบออกไปเท่านั้น หากราคาพืชผลดีครัวเรือนเกษตรกรก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ราคาตกลงมาเมื่อไหร่ก็เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซง
เฉพาะช่วงปี 2547-2553 รัฐบาลแบกรับภาระการแก้ปัญหาราคาข้าว ยาง และปาล์มน้ำมัน ตกต่ำไปแล้ว 7 แสนล้านบาท เมื่อบวกกับปี 2554-2556 รัฐบาลใช้เงินอีก 6 แสนล้านบาท โดยที่แทบจะไม่มีบทบาทในการสร้างอำนาจต่อรองให้สินค้ากลุ่มนี้แม้แต่น้อย
ที่เลวร้ายไปกว่านั้น ประเทศไทยที่เป็นผู้ผลิตหลักในสินค้าเกษตรมายาวนานกลับไม่มียุทธศาสตร์ระยะยาวที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเหล่านี้ หรือส่งเสริม สนับสนุนการแปรรูป การใช้เทคโนโลยีมาสร้างความแข็งแกร่งให้สินค้าเกษตรของไทยแม้แต่น้อย
ถึงเวลายกเครื่องทางนโยบายในการดูแลสินค้าเกษตรของไทยทั้งระบบกันหรือยัง







