
วิปค้านอัดปิดปากแก้รธน.ซ้ำซาก
ประธานวิปฝ่ายค้านอัด สมศักดิ์ - นิคม ทำผิดซ้ำซากปิดอภิปรายเร่งแก้รธน. เตรียมตั้งกระทู้สดยางพฤหัสนี้
ประธานวิปฝ่ายค้านอัด สมศักดิ์ - นิคม ทำผิดซ้ำซากปิดอภิปรายเร่งแก้รธน. เตรียมตั้งกระทู้สดยางพฤหัสนี้
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาและรับบาลจะจับมือกันปิดปากสมาชิกรัฐสภา เพื่อปิดหู ปิดตาประชาชนด้วยการปิดอภิปราย เปิดโอกาสให้คนเห็นต่างพูดไม่กี่คน และเร่งรัดลงมติเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จทันเดือนมีนาคม 2557 เพื่อให้ สว.ปัจจุบันลงเลือกตั้งได้ทันที ถือเป็นการทำผิดซ้ำซาก
อย่างไรก็ตาม สำหรับการพิจารณามาตรา 8 ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ต่อไปในการคัดค้านมีผู้สงวนความเห็นและคำแปรญัตติไว้ 94 คน จะอภิปราย 20 คน จึงฝากเตือนประธานและรัฐบาลอย่าทำผิดรัฐธรรมนูญซ้ำซากเพราะจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอันเป็นไปในที่สุด ซึ่ง หากปล่อยให้เสียงข้างมากปิดอภิปรายตัดสิทธิผู้สงวนความเห็นและคำแปรญัตติได้อย่างที่ดำเนินการมาตั้งแต่มาตรา 5,6,7 สมาชิกรัฐสภาจะไม่มีหลักประกันในการแสดงความเห็นในสภาได้เลย ทั้งที่รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิให้นำความเห็นต่างมาแสดงในที่ประชุมใหญ่ของสภาได้ แต่ถ้าปิดอภิปรายเท่ากับตัดสิทธิสมาชิกรัฐสภา
นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับญัตติแถลงผลงานของรัฐบาลอยู่ในระเบียบวาระก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สองปีแล้วรัฐบาลยังไม่แถลงผลงานเนื่องจากกลัวที่จะแถลงต่อสภา เพราะไม่มีผลงานหรือมีแต่ติดลบเพราะสร้างปัญหาประชาชน แพงทั้งแผ่นดิน สินค้าเกษตรตกต่ำ ฯลฯ การไม่แถลงผลงานครบ 1 ปี ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดจึงหมิ่นเหม่ต่อการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ ในการตั้งกระทู้ถามสดในวันที่ 12 ก.ย.นี้ เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ 1 กระทู้ และภูมิใจไทย 1 กระทู้ โดยในส่วนของพรรคจะถามนายกรัฐมนตรีเรื่องการแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำอีกครั้งหนึ่ง เพราะรัฐบาลไม่ได้สนองตอบความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยให้ปัจจัยการผลิต
อย่างไรก็ตามนายกฯอยู่ต่างประเทศคงไม่ได้มาตอบกระทู้จึงอยากเรียกร้องนายกรัฐมนตรีว่า ต้องเลิกเป็นนายกดีแต่เที่ยว อยู่ประเทศมารับผิดชอบปัญหาและใช้เวทีสภาแก้ปัญหาจริง ๆ เสียที อย่ามาเฉพาะในวันแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่มาในวันที่แก้ปัญหาประชาชน เพราะเรื่องราคายางพาราเกี่ยวกับหลายหน่วยงานต้องถามนายกฯเพราะเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล การแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กระทรวงเกษตรฯกระทรวงเดียวแต่ต้องบูรณาการทุกภาคส่วน







