
ม็อบยางฮึ่ม!ปิดศาลากลาง-ถนนทั่วใต้14ก.ย.
แกนนำม็อบยางฉุนรัฐบาลเบี้ยวข้อตกลงประกันราคาก.ก.ละ90บาท ประกาศปิดศาลากลางจังหวัด-ถนนทั่วใต้ 14 ก.ย.นี้
แกนนำม็อบยางฉุนรัฐบาลเบี้ยวข้อตกลงประกันราคาก.ก.ละ90บาท ประกาศปิดศาลากลางจังหวัด-ถนนทั่วใต้ 14 ก.ย.นี้
เมื่อวันที่ 9 ก.ย. นายมนูญ อุปลา กรรมการเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ตัวแทน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) มีมติช่วยเหลือชาวสวนยางด้วยการเพิ่มเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตจากจากเดิม ไร่ละ 1,260บาท เป็น 2,520 บาทให้กับเกษตรกรไม่เกิน 25 ไร่นั้น ถือว่าการเจราจาระหว่างตัวแทนเกษตรกร กับรัฐบาลล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และเป็นการโกหกคำโตของรัฐบาลที่ส่งตัวแทนมารับข้อเสนอ และมีการเปิดโต๊ะแถลงข่าว ยอมรับข้อเสนอของกลุ่มเกษตรกรด้วยการประกันราคายางพาราชั้น 3 ในราคา ก.ก.ละ 90 บาท แต่มากลับมติด้วยการเพิ่มเงินชดเชยปัจจัยค่าผลิตด้วยการอ้างกลไกตลาดโล ถือว่าเป็นการหักหลังเกษตรกร
"ขณะนี้ได้มีการหารือกันทางโทรศัพท์ร่วมกับแกนนำเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ นัดประชุมกันในวันที่ 10 ก.ย.เพื่อดำเนินการตามแนวทางเดิมที่ได้วางไว้ เมื่อแน่ใจว่ารัฐบาลจะไม่ประกันราคาและใช้การชดเชยให้แทน ซึ่งแนวทางดังกล่าว จะมีการดาวกระจายปิดเส้นทางการจราจร และปิดศาลากลางจังหวัดของแต่ละจังหวัดทั่วทั้งภาคใต้ ในวันที่ 14 ก.ย.นี้แน่นอน" นายมนูญ กล่าว
นายวิถี สุพิทักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องรีบเร่งใช้เวลาในช่วงสัปดาห์นี้เพื่อเจรจากับกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อแก้ปัญหาราคาตกต่ำให้เป็นรูปธรรมตามข้อเสนอ เพราะทางผู้ประกอบการไม่อยากเห็นภาพการประท้วงใหญ่เกิดขึ้น ด้วยการปิดถนนตามจุดสำคัญๆ หรือถึงขั้นการปิดท่าเรือส่งออกต่างประเทศ เพราะจะสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของไทยอย่างมาก
นายวิถี กล่าวอีกว่า หากมองตามต้นทุนของการทำสวนยางในปัจจุบันต่างก็ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ย ค่าวัสดุอุปกรณ์ หรือค่าแรง ซึ่งการช่วยเหลือให้ราคายางอยู่ที่ กก.ละ 95 บาทนั้น ถือว่าน่าจะเหมาะสมแล้ว เมื่อเทียบกับการที่รัฐบาลเคยช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาในช่วงที่ผ่านมา เพราะราคาข้าวในตลาดโลกอยู่ที่เกวียนละไม่ถึง 1 หมื่นบาท แต่รัฐบาลกลับไปแทรกแซงให้มีราคาสูงขึ้นถึงเกวียนละ 15,000 บาท ในขณะที่ราคายางในตลาดโลกขณะนี้อยู่ที่ กก.ละ 70-75 บาท ซึ่งหากแทรกแซงให้ราคาสูงขึ้นไปเป็น กก.ละ 95 บาท ก็ยังถือว่าน้อยกว่าข้าว
ทั้งนี้ แม้ว่าการเข้ามาแทรกแซงยางในครั้งนี้ รัฐบาลอาจจะต้องใช้งบประมาณสูง แต่ก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการ เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นกับเกษตรกรทุกกลุ่ม หลังจากนั้น รัฐบาลจะต้องมาวางแผนการแก้ปัญหาราคายางอย่างจริงๆ จังๆ ในระยะยาว เช่น ควบคุมโซนนิ่ง หรือพื้นที่การปลูกยางทั่วประเทศ ให้สอดคล้องกับภาวะความต้องการของตลาดโลก อย่านำยางไปใช้เป็นเครื่องมือในการหาเสียงทางการเมือง โดยต้องดูว่าทิศทางของผู้ซื้อสำคัญๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น เป็นอย่างไร เพราะขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มซบเซาลงมาก
ด้าน นายกุล สุนทรวิจิตร นายสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ จ.สงขลา กล่าวว่า หากมีการปิดด่านพรมแดนสะเดาในช่วงดังกล่าว จะสร้างความเสียหายให้กับภาพรวมของการท่องเที่ยวของจ.สงขลาทั้งระบบ ทั้งโรงแรม บริษัททัวร์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เพราะบริษัททัวร์ในมาเลเซียและบริษัททัวร์ในจ.สงขลาได้จ่ายเงินมัดจำไว้ล่วงหน้าและไม่สามารถยกเลิกการเดินทางได้ ซึ่งหากมีการยกเลิกการเดินทางจะทำให้สูญเสียรายได้ไม่ต่ำกว่า300 ล้านบาท ที่สำคัญจะทำให้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจ.สงขลาเสียหายอย่างหนัก และอาจจะกระทบยาวไปถึงช่วงปิดเทอม
ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้รัฐบาลรวมทั้งผู้ว่าราชการจ.สงขลา เร่งเจรจาเพื่อหาข้อยุติกับกลุ่มชาวสวนยางและสวนปาล์มโดยเร็ว ก่อนที่จะถึงวันที่14 ก.ย. ตามที่ภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและสวนปาล์มน้ำมัน16 จังหวัดภาคใต้ ประกาศที่จะปิดด่านพรมแดนสะเดา เพราะเท่ากับเป็นการปิดประเทศ







