
ชาวนาร้องชวดเข้าร่วมโครงการจำนำข้าว
ชาวนาบางระกำร้องเกษตรพิษณุโลกช่วยหลังเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวนาปรังรอบ 2 ไม่ได้
ชาวนาบางระกำร้องเกษตรพิษณุโลกช่วยหลังเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวนาปรังรอบ 2 ไม่ได้
กลุ่มตัวแทนชาวนาจาก 2 หมู่บ้าน ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กว่า 20 คน เข้าร้องเรียนเกษตรจังหวัดพิษณุโลก หลังเกิดข้อผิดพลาดด้านการสื่อสารกับทางเกษตรอำเภอบางระกำส่งผลให้เอกสารไม่สมบูรณ์ จนทำให้ชาวนาที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไว้แล้วแต่ไม่สามารถนำผลผลิตข้าวนาปรับรอบ 2 เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายรัฐบาลได้ ต่างเดือดร้อนขาดทุนไปคนละกว่าแสนบาท
นายใจ สุมโชติ หนึ่งในตัวแทนเกษตรกร อ.บางระกำ กล่าวว่า ชาวนาที่ประสบปัญหาส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ปลูกข้าวในพื้นที่ โครงการไชยานุภาพ กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งมีเกษตรกรปลูกข้าว 47 รายกว่า 1,000 ไร่ โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2549 ที่ผ่านมาไม่มีปัญหา สามารถเข้าร่วมโครงการรับจำนำและประกับราคาข้าวของรัฐบาลได้ตามปกติ แต่มาครั้งนี้หลังจากชาวนาไปขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรทำนาปลูกข้าวไม่ได้เนื่องจากขาดการติดต่อประสานงานระหว่างผู้นำท้องถิ่น เกษตรกรอำเภอบางระกำ จนทำให้ไม่มีการทำประชาคมเพื่อออกใบรับรองเกษตรกร ทำให้ไม่สามารถนำข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำได้ ก่อนหน้านี้ได้มีความพยายามในการสอบถามไปยังเกษตรกรอำเภอบางระกำแต่ก็ไม่ได้รับ
"ผมทำนา 40ไร่ ลงทะเบียนเกษตรกรปลูกข้าวปี 2555/2556 นาปรังรอบ 2 วันที่ 21 เม.ย.2556 - วันที่ 5 ส.ค. 2556 หลังเก็บเกี่ยวแล้วนำข้าวไปเข้าร่วมโครงการับจำนำกับโรงสีจึงทราบว่าเอกสารไม่เรียบร้อย จึงนำข้าวเปลือกฝากไว้กับทางโรงสีได้ราคา 6,000-7,000 บาท /ตัน เพื่อรอทำเอกสารให้เรียบร้อย ซึ่งพบว่าชาวนาหลายรายในหมู่บ้านประสบปัญหาแบบเดียวกันจำนวนมาก จึงไปสอบถามเจ้าหน้าที่ ๆ ให้ยื่นโฉนดที่ดิน แต่พอไปยื่นก็บอกส่งหลักฐานช้าเกินไปไม่ทันอีก จึงพากันมาเรียกร้องในครั้งนี้"นายใจ กล่าว
นางมะลิ กันวงค์ เกษตรกร หมู่ 11 ต.ท่านางงาม กล่าวว่า เกิดปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนทำให้ข้าวที่เก็บเกี่ยวไม่สามารถเข้าร่วมโรครงการรับจำนำได้ และด้วยที่ผ่านไปทำให้นานทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ชาวนาจึงต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น อาทิ ปุ๋ย ยา และน้ำมันแพงถึงถังละ 6,700 บาท ซึ่งข้าว 1 ตันยังซื้อน้ำมันทำนา 1 ถังได้เลย วันนี้หากการเรียกร้องเจ้าหน้าที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดจากเจ้าหน้าที่เกษตรกรอำเภอให้กับชาวนาได้ ชาวนาคงต้องยอมขายข้าวในราคาตันละ 6,300 บาท จากปกติหากนำเข้าร่วมจำนำจะได้ราคาตันละ 11,500 บาท ซึ่งความผิดพลาดดังกล่าวทำให้ชาวนาเดือดร้อน สูญเสียเงินรายได้และแบกรับขาดทุนจากการทำนารายละกว่า 1 แสนบาท
ด้านนายวีระศักดิ์ อัตถไพศาล เกษตรจังหวัดพิษณุโลก ได้เดินทางมารับเรื่อง ร้องเรียนพร้อมกล่าวชี้แจงว่า จังหวัดพิษณุโลกประสบปัญหาจากข้อผิดพลาดของเจ้าหน้าทำให้ไม่สามารถทำประชาคมและออกใบรับรองเกษตรกรได้ทัน จำนวน 3 อำเภอ คือ อ.พรหมพิราม เกษตรกร 200 คน อ.วัดโบสถ์ เกษตรกร 40 คนและอ.บางระกำ 40 คน ที่ทางเกษตรจังหวัดกำลังดำเนินการตรวจสอบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
อย่างไรก็ตามสำหรับเกษตรกรบางระกำ 2 หมู่บ้านที่มาเรียกร้องอยู่นอกเหนือแนวช่วยเหลือ สาเหตุเนื่องจากทำประชาคมหมู่บ้านทำไม่ได้เพราะนาข้าวไม่มีข้าวอยู่ แนวทางแก้ไขปัญหาคงต้องให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกขอความร่วมมือจากโรงสีในการรับซื้อข้าวในราคาที่สูงขึ้นเท่านั้น ส่วนชาวนาเกือบ300 รายจาก 3 อำเภอ ได้ร้องเรียนมาก่อนวันที่ 15 ก.ย.นี้และมีข้าวที่ปลูกอยู่ในพื้นที่จึงไม่ผิดเงื่อนไขในการช่วยเหลือ







