posttoday
แอลพีจีพุ่งข้าวแกงลดปริมาณขึ้นราคา5บาท

แอลพีจีพุ่งข้าวแกงลดปริมาณขึ้นราคา5บาท

09 กันยายน 2556

โดย...รัฐพงศ์ เทียมทองใบ

โดย...รัฐพงศ์ เทียมทองใบ

นับเป็นฝันร้ายของประชาชนผู้หาเช้ากินค่ำ เมื่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบปรับราคาขายปลีกแอลพีจีภาคครัวเรือนเดือนละ 0.50 บาทต่อกิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา

จากเดิมราคาอยู่ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม จะปรับขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 24.82 บาทต่อกิโลกรัม

ผลพวงจากราคาก๊าซกระทบเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะต้นทุน “ข้าวแกง” ที่เพิ่มสูงขึ้น

เกศริน ชลสาคร แม่ค้าข้าวแกงย่านลาดพร้าว บอกว่า ทันทีที่แอลพีจีขึ้นราคา ต้นทุนเพิ่มขึ้นเดือนละ 200 บาท นั่นหมายความว่าการขึ้นราคาแต่ละครั้งต้นทุนจะต้องสูงขึ้นรอบละ 200 บาท 12 ครั้ง ก็ 2,400 บาท

นอกจากนี้ ราคาวัตถุดิบอื่นๆ ยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันหมูกิโลกรัมละ 140 บาท ไก่กิโลกรัมละ 100 บาท เนื้อวัวกิโลกรัมละ 260 บาท ผักคะน้ากิโลกรัมละ 30 บาท ไข่ไก่เบอร์ 3 ฟองละ 5 บาท ทั้งหมดจึงนำมาสู่การขึ้นราคาข้าวแกง

แม่ค้ารายนี้บอกอีกว่า สาเหตุหลักที่ข้าวของสินค้าแพงแล้วมาตกกับแม่ค้าก็คือยี่ปั๊วข้างบนที่กำหนดราคาสินค้าตามใจชอบทุกอย่าง ทั้งหมู ผัก ไข่ พวกยี่ปั๊วจะกำหนดราคาตามมติที่ตกลงกันแล้ว โดยเฉพาะช่วงที่รัฐบาลปรับค่าก๊าซแอลพีจี ยี่ปั๊วก็จะอาศัยสถานการณ์อ้างว่าค่าขนส่งเพิ่มขึ้นจึงปรับราคาสินค้าขึ้นไปด้วย

“เรื่องที่ข้าวแกงจะปรับขึ้นราคาต้องโทษรัฐบาลที่ไม่เคยมาดูแลควบคุมราคาสินค้าให้เป็นระบบ วันหนึ่งพ่อค้าแม่ค้าเจอสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นก็ต้องมาปรับราคาอาหาร มันกระทบกับลูกค้าแบบช่วยไม่ได้” เกศริน ระบุ

อดิศร คำประกา พ่อค้าอาหารตามสั่งย่านเพชรบุรี เล่าว่า เมื่อราคาก๊าซแอลพีจีขยับก็ต้องปรับขึ้นราคาอาหารอีก 5 บาท จากเดิมจานละ 35 บาท เป็น 40-45 บาท และยังต้องลดปริมาณกับข้าวลง

อดิศร อธิบายว่า สาเหตุที่ต้องปรับราคาอาหารเพิ่ม นอกเหนือจากราคาค่าแอลพีจีแล้ว ยังเป็นเพราะต้นทุนข้าวของเครื่องใช้ วัตถุดิบ เครื่องปรุง มีราคาสูงมากขึ้น พอก๊าซขึ้นทุกอย่างก็ขึ้นตาม ถ้าพ่อค้าแม่ค้าไม่ปรับราคาตามก็อยู่ไม่ได้

“เบื้องต้นใช้วิธีลดปริมาณอาหารและคุณภาพของวัตถุดิบลง แต่ก็เสี่ยงที่จะเสียลูกค้าไป บางครั้งเราก็ตกอยู่ในภาวะจำยอม จึงอยากฝากถึงรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนอย่างเร่งด่วนเรื่องนี้เสียที” พ่อค้าอาหารตามสั่งกล่าว

ขณะที่ สมพร ไชยแก้ว แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวย่านอุดมสุข ระบุว่า แม้รัฐบาลจะขึ้นราคาก๊าซหุงต้มเดือนละ 50 สตางค์ และตัวเองต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น แต่ก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ขึ้นราคาอาหาร เพราะหากขึ้นแล้วลูกค้าจะหนีหายไปหมดอย่างแน่นอน

“พี่ไม่กล้าขึ้นนะ ที่ร้านก็ขายอยู่อย่างธรรมดา 35 บาท พิเศษ 45 บาท ถ้าขึ้นคนหนีแน่ ใครจะมากินก๋วยเตี๋ยวที่ตกชามละ 50 บาท เขาไปกินอย่างอื่นดีกว่า แต่ว่าหากมีต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้น พี่อาจจะใช้วิธีลดปริมาณลง แต่พี่ก็จะแจ้งให้ลูกค้าทราบไว้ก่อน” สมพร ยอมรับ

ทว่า ในมุมของร้านข้าวราดแกงแห่งหนึ่งย่านเดียวกันกับร้านก๋วยเตี๋ยวของสมพร “โก้” หนุ่มวัย 42 ปี บอกว่า จำเป็นต้องขึ้นราคาข้าวราดแกงเพราะต้นทุนที่สูงขึ้นมาก มันไม่ใช่เพราะเหตุผลที่ก๊าซหุงต้มราคาพุ่งขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะต้นทุนด้านอื่นๆ ขึ้นมาตั้งนานแล้ว

ไม่ต่างจาก ทอย โชคกุล คนขับรถแท็กซี่ ซึ่งต้องฝากท้องไว้กับร้านข้าวแกงย่านเทเวศร์เป็นประจำ ทอยบอกว่า ร้านแถวนี้ยังดีอยู่ ราคาเท่าเดิม ได้ปริมาณมากเหมาะสมกับคนหาเช้ากินค่ำ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารอีสาน ก็ต้องอาศัยกินข้าวเหนียวให้มากหน่อยเพื่อให้อิ่มท้อง

“อย่างผมได้รับผลกระทบเต็มๆ แท็กซี่ก็ต้องใช้ก๊าซ กินข้าวแพงขึ้นอีก จากเดิมแต่ละวันจะกินข้าวไม่เกิน 150 บาท ก็ต้องเพิ่มเงินไว้ประมาณ 200 บาท ถ้าก๊าซขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่รู้จะไปกินที่ไหนแล้ว” ทอยหัวเราะในโชคชะตา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท