วัดนครพนมแกะสลักพุทธประวัติบนไม้ตะเคียนยักษ์
พระเจ้าคณะอำเภอบ้านแพงออกแบบแกะสลักภาพนูนสูงพระพุทธรูป-พุทธประวัติบนไม้ตะเคียนทองยักษ์
พระเจ้าคณะอำเภอบ้านแพงออกแบบแกะสลักภาพนูนสูงพระพุทธรูป-พุทธประวัติบนไม้ตะเคียนทองยักษ์
พระครูปิยคามเขตคณาภิรักษ์ หรือ พระอาจารย์จินดา เจ้าอาวาสวัดปทุมมาราม ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอบ้านแพง จ.นครพนม ได้มีการนำไม้ตะเคียนทองยักษ์เก่าแก่ ขนาดความยาวประมาณ 20 เมตร เส้นรอบวงโคลนต้น ประมาณ 5 เมตร มาแกะสลักเป็นภาพนูนสูง เป็นรูปพระพุทธเจ้าปางปรินิพพาน 2 ด้าน พร้อมมีการออกแบบแกะสลักลายไม้ เป็นภาพพุทธประวัติ ได้อย่างสวยงามลงตัว เพื่อต้องการที่จะให้ประชาชน ได้มาเที่ยวชม กราบไหว้ เป็นสิริมงคล ที่จะเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน เยาวชน ลูกหลาน มีจิตสำนึกอนุรักษ์หวงแหนในพระพุทธศาสนา ในยุคสังคมที่มีความเจริญก้าวหน้าในเรื่องของเทคโนโลยี
จากการสอบถามที่มาของต้นตะเคียน พระครูปิยคามเขตคณาภิรักษ์ หรือพระอาจารย์จินดา กล่าวว่า ได้บวชเล่าเรียนศึกษามานานกว่า 23 พรรษา เพื่อต้องการสืบทอดพระพุทธศาสนา จึงได้มาพัฒนาดูแลวัดแห่งนี้ ที่เป็นบ้านเกิด ต่อจากเจ้าอาวาสองค์เดิม จนกระทั่งมีความตั้งใจว่าจะสร้างอุโบสถ แต่ต้องการทำด้วยไม้ เพื่อให้เกิดความสวยงาม หาดูได้ยากให้ประชาชนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม กราบไหว้ทำบุญ
ต่อมาไม่นานได้มีชาวบ้านมาบอกว่า มีคนพบไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ที่ห้วยบางทราย จ.มุกดาหาร เมื่อปี 2554 จึงเกิดความแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตามนิมิตและมีความคิดว่าจะไปดูและอยากได้ไม้ตะเคียนต้นดังกล่าวมาไว้ที่วัด แต่หลังจากการไปดูแล้วพบว่าไม้มีขนาดใหญ่มาก ความยาวประมาณ 20 เมตร ขนาดความกว้างรอบลำต้นประมาณ 5 เมตร จึงได้พยามเคลื่อนย้ายไม้ตะเคียนยักษ์ต้นนี้มาไว้ที่วัด ซึ่งต้องมีการผ่านกระบวนการทางกฎหมายหลายขั้นตอน ถึงนำมาไว้ที่วัดได้
อย่างไรก็ตามภายหลังได้เกิดความคิดว่าการนำไม้ตะเคียนมาไว้ที่วัดเพียงอย่างเดียวคงไม่เกิดจุดสนใจ จึงเกิดความคิดที่จะทำการแกะสลักไม้ตะเคียน เพื่อให้เกิดความขลังศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น จึงได้หารือกับช่างแกสลักมาลงมือแกะสลัก โดยเป็นคนออกแบบให้ช่างลงมือ เนื่องจากมีความรู้พื้นฐาน และชอบศึกษาเกี่ยวกับงานศิลปะมาอยู่แล้ว ซึ่งได้กำหนดแกะสลักให้ต้นตะเคียนเป็นรูป พระพุทธเจ้าปางปรินิพพาน เป็น 2 ด้าน ลักษณะเป็นภาพนูนสูง ด้านหนึ่งจะมีการลงสีให้สวยงาม ส่วนอีกด้านจะคงเป็นสภาพเดิมให้เห็นลักษณะความสวยงามของเนื้อไม้ และแก่นแท้ของไม้ตะเคียน
นอจกากนี้ส่วนที่เหลือ จะมีการแกะสลักเป็นรูปพุทธประวัติ และพุทธสาวกในพระพุทธศาสนา ผสมผสานธรรมชาติ ให้มีความลงตัว พร้อมกับภาพสื่อความหมายของพระพุทธศาสนา กับสังคมยุคปัจจุบัน ให้ประชาชน ที่ได้มาเยี่ยมชมเกิดความคิด มีความหมายในตัว โดยเป้าหมายที่แกะสลักภาพลงบนไม้ตะเคียนต้นนี้ ต้องการที่จะสร้างจุดสนใจให้กับผู้ที่มาพบเห็นได้สำนึกในหลักธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ช่วยกันทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา
พระครูปิยคามเขตคณาภิรักษ์ กล่าวอีกว่า ภายในวัดยังได้มีการรวบรวมสะสมรากไม้ตะเคียน รวมถึงไม้ที่กลายเป็นหิน ที่ได้มาจากญาติโยมบริจาคให้ เพื่อที่จะนำมาทำการก่อสร้างอุโบสถรากไม้ เน้นความสวยงามตามธรรมชาติ เนื่องจากวัดยังไม่มีอุโบสถที่จะใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติกิจสงฆ์ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาต่อไปในอนาคต


