posttoday
กว่า 5 แสนหน่วย ตรวจสอบเองได้

กว่า 5 แสนหน่วย ตรวจสอบเองได้

08 กันยายน 2556

กลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับคนวงการอสังหาริมทรัพย์ เมื่อพบการใช้โฟมเป็นวัสดุก่อผนังคอนโดมิเนียมในห้องชุดโครงการ เดอะ เบส สุขุมวิท 77 ของบริษัท แสนสิริ

กลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับคนวงการอสังหาริมทรัพย์ เมื่อพบการใช้โฟมเป็นวัสดุก่อผนังคอนโดมิเนียมในห้องชุดโครงการ เดอะ เบส สุขุมวิท 77 ของบริษัท แสนสิริ โดยเรื่องนี้มาปูดขึ้นเมื่อห้องชุดของลูกบ้านชาวต่างชาติรายหนึ่ง มีปัญหาน้ำรั่วซึมบริเวณมุมกระจก แม้จะมีการแก้ไขด้วยการยิงซิลิโคน แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้

ลูกบ้านชาวต่างชาติคนดังกล่าว จึงให้ช่างอะลูมิเนียมอีกบริษัทหนึ่งมาทุบผนังเพื่อหาวิธีแก้ปัญหา แต่พบโฟมก้อนใหญ่กับเศษกระดาษสีน้ำตาล รวมทั้งเศษพลาสติกห่อลูกอม และจากการตรวจสอบยังพบว่ามีเศษวัสดุโฟมบริเวณรอบชุดเต้ารับไฟฟ้าของผนังสำเร็จรูปบริเวณใต้หน้าต่างด้วย หลังจากนั้นลูกบ้านชาวต่างชาติรายนี้จึงได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความสอบถามเจ้าของโครงการผ่านแสนสิริ แฟมิลีในเฟซบุ๊ก

แน่นอนว่าภาพสิ่งแปลกปลอมที่ถูกพบภายในผนังของห้องชุดนี้ ถูกแชร์ในโลกออนไลน์เป็นวงกว้างภายในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมกับคำถามที่ตามมามากมายเกี่ยวกับมาตรฐานการก่อสร้างของเจ้าของโครงการเดอะ เบส สุขุมวิท 77 รวมถึงห้องชุดห้องอื่นในโครงการนี้ หรือแม้แต่ห้องชุดในโครงการอื่นๆ ของเครือแสนสิริจะมีสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ด้วยหรือไม่?

นั่นคือคำถามจากมุมของผู้บริโภคที่แสนสิริเองต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลย จึงต้องเร่งชี้แจงเพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยมีการออกแถลงการณ์ให้ข้อมูลว่า งานผนังห้องชุดเป็นงานในกลุ่มงานสถาปัตยกรรม (Architecture) ซึ่งไม่มีผลกระทบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร

กว่า 5 แสนหน่วย ตรวจสอบเองได้

 

รูปแบบของผนังในห้องชุดโครงการ เดอะ เบส สุขุมวิท 77 นั้น ใช้ผนังหล่อสำเร็จจากโรงงาน (Precast) ประมาณ 98% ของงานผนังทั้งหมด เป็นผนังก่ออิฐฉาบปูน (Conventional Wall) 2% ของงานผนัง

นอกจากนี้ การตรวจสอบเบื้องต้นมี 2 ประเด็นสำคัญ ประเด็นที่ 1 มีการใช้วัสดุโฟมอุดช่องผนังขนาด 30X20 ซม. บริเวณมุมผนังบนชุดวงกบกรอบอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นงานผนังก่ออิฐฉาบปูน (Conventional Wall) และวัสดุโฟมดังกล่าวเป็นวัสดุที่ไม่ถูกต้องตรงกับมาตรฐานงานก่อสร้างงานผนังก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งส่งผลให้เกิดการรั่วซึมของน้ำจากภายนอกอาคาร สาเหตุของความบกพร่องดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากช่างก่ออิฐฉาบปูนและการควบคุมงานก่อสร้างโดยมีการใช้วัสดุโฟมปิดช่องผนังแทนในบริเวณดังกล่าวแทนที่จะเป็นงานปูน

ประเด็นที่ 2 พบเศษวัสดุโฟมบริเวณรอบชุดเต้ารับไฟฟ้าของผนังสำเร็จรูปบริเวณใต้หน้าต่างอะลูมิเนียม จำนวน 1 จุด ซึ่งจากการตรวจสอบ วัสดุโฟมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขึ้นชิ้นงานผนังสำเร็จรูป โดยใช้โฟมเป็นตัวเว้นช่องที่ใช้สำหรับเว้นตำแหน่งปลั๊กไฟตอนหล่อคอนกรีตเท่านั้น ซึ่งเศษวัสดุโฟมที่ตกค้างอยู่ภายหลังจากที่มีการติดตั้งชุดเต้ารับไฟฟ้าไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อความแข็งแรงของชิ้นผนัง

นอกจากการชี้แจงแล้ว กระบวนการทดสอบสิ่งแปลกปลอมภายในผนังห้องชุดต่างๆ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยหายคาใจ และยังเป็นการฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยแสนสิริทำการตรวจสอบ 2 ขั้นตอน ดังนี้ 1.จัดทีมตรวจสอบงานผนังทุกผนังภายในโครงการกว่า 900 ยูนิต โดยใช้อุปกรณ์ตรวจสอบความหนาแน่นของมวลผนังก่ออิฐฉาบปูน (Rebound Hammer) คาดจะเสร็จวันที่ 20 ก.ย.นี้ และ 2.จัดทีมตรวจสอบโครงสร้างและความแข็งแรงของอาคาร โดยส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์จากสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ให้มาเป็นตัวกลางตรวจสอบคุณภาพโครงสร้าง

กว่า 5 แสนหน่วย ตรวจสอบเองได้

 

สำหรับการตรวจสอบงานผนังก่ออิฐฉาบปูนว่ามีสิ่งแปลกปลอมหรือไม่ โดยใช้อุปกรณ์ตรวจสอบความหนาแน่นของมวลผนังก่ออิฐฉาบปูน Rebound Hammer ของแสนสิริ จะเป็นลักษณะการใช้เครื่องทดสอบความหนาแน่นของมวลผนัง โดยตัวอุปกรณ์จะมีตัวเลขระบุค่ารับกำลังอัดตามมาตรฐาน ซึ่งหากแผ่นผนังเป็นปูนจริงๆ จะสามารถรับกำลังอัดได้สูงกว่า 50 กก.ต่อ ตร.ซม. ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานอุตสาหกรรมที่มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ระบุไว้

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของแสนสิริ ได้ทดลองทดสอบการใช้เครื่องมือดังกล่าวเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของผนังให้ลูกบ้านได้รับรู้ ด้วยการทำผนังจำลองแบบปกติ และผนังจำลองแบบมีวัสดุแปลกปลอม โดยเมื่อนำเครื่อง Rebound Hammer อัดกระแทกกับผนังก่ออิฐ ฉาบ ปูนแบบมาตรฐาน บริเวณส่วนบนของตัวเครื่องที่มีลักษณะเป็นแท่งยาว จะหุบเข้าสู่ตัวเครื่อง พร้อมกับอ่านค่าออกมาว่าผนังนั้นๆ สามารถรับแรงกระแทกได้เท่าไร

หากเป็น ผนังก่ออิฐ ฉาบ ปูนแบบมาตรฐาน ที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอม จะต้องรับแรงกระแทกจากตัวเครื่องดังกล่าวได้สูงกว่า 50 ก.ก.ต่อตร.ซม. จะถือว่าผ่านมาตรฐาน

ขณะที่เมื่อนำเครื่อง Rebound Hammer อัดกระแทกกับผนังก่ออิฐ ฉาบปูนแบบที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในผนัง ตัวผนังจะไม่สามารถรับแรงกระแทกจากเครื่องทดสอบได้ บริเวณส่วนบนของตัวเครื่องที่มีลักษณะเป็นแท่งยาว จะหุบเข้าสู่ตัวเครื่องช้ากว่าปกติ และเมื่อกระแทกจนตัวแท่งยาวหุบเข้าสู่ตัวเครื่องทั้งหมดแล้ว เครื่องจะไม่สามารถอ่านค่าความสามารถในการรับกำลังอัดได้เลย อีกทั้ง ตัวผนังจะเกิดเป็นรอยขึ้น ซึ่งหากลองเปิดรอยนั้นขึ้นมาดู ก็จะพบสิ่งแปลกปลอมด้านใน นั่นคือ กระบวนการทดสอบของแสนสิริ ส่วนผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมทั่วไปอีกกว่า 5 แสนยูนิต และทยอยเปิดใหม่อีกปีละกว่า 6 หมื่นหน่วยของเมืองไทย หากสงสัยว่าห้องชุดของตัวเองจะมีสิ่งแปลกปลอมในผนังห้องชุดหรือไม่ ถ้าไม่มีเครื่อง Rebound Hammer เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบได้ด้วย การนำค้อนยางเคาะบริเวณผนังด้านที่ก่ออิฐ ฉาบปูน หากเสียงเคาะหนาแน่น วิเคราะห์ได้ว่า ไม่มีสิ่งแปลกปลอม แต่ถ้าเสียงเคาะมีความกลวง ไม่แน่น มีความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ด้านใน

นอกจากนี้ ผู้บริโภคสามารถใช้ “มือ” เคาะผนัง เพื่อทำการทดสอบ โดยส่วนใหญ่แล้วห้องชุดที่มีการแบ่งห้องเป็นสัดส่วน เช่น 13 ห้องนอน จะมีส่วนที่เป็นผนังก่ออิฐ ฉาบปูน และส่วนที่เป็นผนังเบาที่ใช้กั้นห้องให้เป็นสัดส่วน เช่น กั้นห้องนอนกับห้องนั่งเล่น กั้นห้องครัว ซึ่งเจ้าของห้องสามารถทดสอบด้วยการใช้มือเคาะผนังทั้งสองส่วน เพื่อสังเกตเสียงที่แตกต่าง

ผนังด้านที่ก่ออิฐ ฉาบปูน ที่มีมาตรฐานและไม่มีสิ่งแปลกปลอม เวลาเคาะจะมีเสียงที่มีความหนาแน่น ซึ่งตามมาตรฐานแล้ว ส่วนนี้จะต้องมีเสียงหนาแน่นทั้งหมด ขณะผนังเบาที่ใช้กั้นห้องให้เป็นสัดส่วน (ไม่ใช่ผนังระหว่างห้องชุดกับอีกห้องชุด) จะมีเสียงกลวง ไม่แน่น ซึ่งเป็นปกติของผนังเบา ส่วนผนังระหว่างห้องชุดกับอีกห้องชุด ตามมาตรฐานจะต้องเป็นผนังก่ออิฐ ฉาบปูนที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเช่นกัน

กว่า 5 แสนหน่วย ตรวจสอบเองได้

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน