
ผบ.ทบ.พร้อมนำร่องใช้ยางพาราสร้างถนนใต้
"ประยุทธ์"เชื่อม็อบสวนยางฯ 14 กย. ไม่ร้ายแรงหากไม่ใช้อาวุธ ยันถนนผสมยางแข็งแรง ทหารนำร่องทดลองสร้างใน 3 จชต.
"ประยุทธ์"เชื่อม็อบสวนยางฯ 14 กย. ไม่ร้ายแรงหากไม่ใช้อาวุธ ยันถนนผสมยางแข็งแรง ทหารนำร่องทดลองสร้างใน 3 จชต.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่ม๊อบสวนยางพารา จ.สงขลา อาจจะปิดถนนวันที่ 14 ก.ย.นี้ ว่า ได้สั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ไปติดตามความเคลื่อนไหวและรายงานมารวมถึงรายงานรัฐบาล ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ พลเรือน ตำรวจ ทหารเท่านั้น หากมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะใช้ใคร คิดว่า สถานการณ์ในประเทศระหว่างคนไทยกับคนไทยด้วยกันเอง อยากให้ใช้ตำรวจให้เป็นประโยชน์เพราะเป็นหน้าที่ของเขาโดยตรง ไม่ใช่คิดอะไรไม่ออกก็มาบอกทหาร
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางตำรวจ และผู้ว่าราชการจังหวัดจะเสนอข้อมูล ไปยังรัฐบาล และรัฐบาลจะต้องเรียกประชุม กอ.รมน.พร้อมทั้งเรียกตนไปให้ข้อมูล เพื่อบูรณาการด้านการข่าวและ ประเมินสถานการณ์ว่า ควรจะประกาศพ.ร.บ.มั่นคง หรือ จะประกาศภาวะฉุกเฉิน ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ ซึ่งถ้าไม่มีใครใช้อาวุธก็จะไม่เกิดความรุนแรงเพราะเจ้าหน้าที่ก็ใช้ไม่ได้ ตนอยากให้ดูว่าการชุมนุมของม็อบสวนยางฯ ที่ผ่านมาไม่ร้ายแรงถ้าหากไม่มีคนใช้อาวุธ
ผบ.ทบ. กล่าวถึงแนวทางของรัฐบาลในการใช้ยางพารามาทำถนนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ประสานมายังกองทัพบก ให้เข้าไปช่วยเรื่องการสร้างถนนด้วยยางพารา ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานต่างๆ ได้คิดค้นว่าใช้ยางพารามาทำถนนได้ จึงได้สั่งการให้เจ้ากรมการทหารช่างไปสำรวจร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)กองอำนวยการรักษาความั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า )ว่าเส้นทางใดที่ต้องไปทำ ทั้งนี้ ได้ให้เจ้ากรมการทหารช่าง นำข้อมูลที่ได้มาไปชี้แจงนายกรัฐมนตรีแล้ว รวมถึงข้อมูลทางเทคนิคว่ามีขีดความสามารถทำได้แค่ไหน และมีหน่วยงานใดทำได้ อีกทั้ง ต้องดูว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าใดในการดำเนินการ โดยไปจัดลำดับความเร่งด่วนในการดูว่าจะสร้างก่อนหรือหลัง
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวกระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพ และเป็นหน่วยงานที่ตั้งงบประมาณส่วนทหารช่างไปดำเนินการทางด้านเทคนิคเท่านั้น เพียงแต่ต้องจัดหาเครื่องมือในการผสมชิ้นส่วนงาน เข้าไปในอัลฟ่าคอนกรีต ต่อไปก็จะเป็นรับเบอร์คอนกรีต โดยนำยางพาราไปผสมเพิ่มเติม จะทำให้ลดการใช้ยางอัลฟ่าลงไป ทำให้เกิดความแข็งแรงมากขึ้น การดำเนินการต่างๆ ยังอยู่ในขั้นของการทดสอบอยู่ ถ้ามีการอนุมัติทางกองทัพบกก็จะดำเนินการทดลองนำร่องก่อน เพื่อดูว่าจะมีปัญหาตามมาหรือไม่ แต่เท่าที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้มีการทดลองใช้แล้ว ถ้าทำได้จริงก็เป็นเรื่องดีเพราะเป็นการใช้วัตถุดิบของเราเอง อีกทั้งก็มัปัญหาเรื่องราคายางพาราพอดี ถ้าทำแล้วแข็งแรงดีก็จะเกิดความพึงพอใจกับประชาชน และประชาชนก็จะสบายใจขึ้น
"เรื่องปัญหายางพารา นายกรัฐมนตรีได้พูดมานานแล้ว แต่ตอนนี้เกิดปัญหาพอดี ก็ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุดตรงกับยุทธศาสตร์ของ กอ.รมน. ในการพัฒนา ผมอยากวิงวอนไปยังประชาชนภาคใต้ว่า ถ้าอยากให้ภาคใต้มีความเจริญมีการพัฒนาทุกมิติ จะต้องช่วยกันทำให้สถานการณ์สงบโดยเร็ว เพราะถ้าไม่สงบ คนที่จะลงไปทำงานก็ไม่กล้าไป จะไปจ้างบริษัทไหนก็ไม่กล้าไป ทหารก็ต้องลงไปทำ อยากให้คนภาคใต้ช่วยกลับมาทบทวน และหันหน้ามาช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองดีกว่า อะไรที่ไม่พอใจและมีเงื่อนไขก็มาแก้ปัญหากัน คนไทยด้วยกันก็ต้องพูดจากันให้ได้ ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นแบบนี้ และจะอึดอัดไปทั้งหมด ซึ่งผมก็อึดอัด อยากให้ทุกอย่างเดินหน้าภายใต้กฎหมายที่มีอยู่" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ







