
พณ.สอบน้ำหนักข้าวเปลือกทั่วประเทศ
รมช.พาณิชย์ปล่อยแถวขบวนรถเครนบรรทุกอุปกรณ์ลูกตุ้มตรวจสอบน้ำหนักข้าวเปลือกทั่วประเทศ
รมช.พาณิชย์ปล่อยแถวขบวนรถเครนบรรทุกอุปกรณ์ลูกตุ้มตรวจสอบน้ำหนักข้าวเปลือกทั่วประเทศ
นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ปล่อยขบวนรถเครน 10 ล้อ ที่หน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งบรรทุกอุปกรณ์ลูกตุ้ม ตรวจสอบน้ำหนัก ของสำนักงานชั่งตวงวัดในเขตจังหวัดภาคกลาง ซึ่งจะกระจายลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ ซึ่งทำนาปลูกข้าว และเกษตรกรนำข้าวเปลือก มาเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อตรวจสอบ เครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกข้าว ตรวจสอบอุปกรณ์ชั่งน้ำหนักสินค้าเกษตร และเครื่องวัดความชื้นข้าวเปลือก อันจะเป็นการรักษาความเป็นธรรม ในด้านน้ำหนักที่ถูกต้องแก่เกษตรกร
อย่างไรก็ตามในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ได้มีการตรวจสอบสถานรับซื้อพืชผลทางการเกษตรทั่วประเทศกว่า 7,200 แห่ง รวม 12,580 เครื่องชั่ง พบเครื่องผิดจำนวน 299 เครื่อง ดำเนินคดี 11 ราย และตรวจสอบเครื่องชั่งที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว 309 แห่ง รวม 1,300 เครื่อง พบเครื่องผิดปกติ 26 เครื่อง
โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับโรงสีหรือท่าข้าวที่แก้ไขดัดแปลงเครื่องชั่งน้ำหนัก เพื่อเอาเปรียบชาวนา โดยโทษหนักสุดคือฉ้อโกง
ทั้งนี้โครงการรับรอบจำข้าวปี 2556/57 นั้น กำหนด รอบแรกที่ราคา 15,000 บาท/ตัน วงเงิน 350,000 บาท/ราย และในรอบ 2 ให้ราคา 13,000 บาท/ตัน วงเงิน 300,000/ราย โดยคิดค่าเฉลี่ยประเมินชาวนาทำนาประมาณ 40 ไร่ / ราย หากทำนาได้ผลผลิตมาก หรือทำนาจำนวนมากกว่านี้ และมีข้าวเปลือกเกินโควตาวงเงิน ข้าวเปลือกที่เกินจะต้องไปขายในราคาท้องตลาดที่โรงสีหรือท่าข้าวทั่วไป ซึ่งมั่นใจว่าจะไม่ถูกพ่อค้ากดราคารับซื้อแน่นอน และเชื่อว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-11,000 บาท
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวอีกว่า กรณีตัวแทนชาวนามีความพยายาม จะขอให้ทบทวนมติ ครม. ในเรื่องเงื่อนไขราคาและโควต้าการรับจำนำข้าวนั้น ขอยืนยันว่าจะไม่แก้ไข และจะดำเนินการตามมติ ครม.เดิม ซึ่งจะมีการประเมินหลังดำเนินการโครงการไปแล้ว เพื่อให้อยู่ในวงเงินที่สำนักงบประมาณกำหนด และเพื่อความต่อเนื่องของโครงการนี้ในปีต่อไป
ส่วนชาวนาจังหวัดลพบุรี จะออกมาประท้วงปิดถนน ช่วงการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดลพบุรีที่จะถึงนี้ เบื้องต้นเป็นปัญหาข้าวตกค้าง โดยต้องเร่งตรวจสอบ ว่าเป็นข้าวหลงฤดู หรือออกใบรับรองเกษตรกรล่าช้า หรือเป็นข้าวเคลื่อนย้ายข้ามเขต
ทั้งนี้ล่าสุดมีการจับข้าวต่างด้าว จากชายแดนเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งต้องสืบสวนให้ถึงต้นตอ เพราะข้าวไทยคุณภาพดีที่สุด หากนำข้าวจากที่อื่นมาสวม จะไม่ส่งผลดีต่อโครงการรับจำนำข้าว และชื่อเสียงของข้าวไทยในตลาดโลก







