
หยุดความรุนแรง
เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะในระดับปัจเจกหรือปัญหาใหญ่ระดับชาติ มีทางเลือกหลากหลายวิธีในการหาทางออก
เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะในระดับปัจเจกหรือปัญหาใหญ่ระดับชาติ มีทางเลือกหลากหลายวิธีในการหาทางออก การใช้ความรุนแรงนั้น เป็นเพียงวิธีการหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทางออกเดียวที่จะจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้
การทุบม็อบสองรอบโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแก้ปัญหาการชุมนุมปิดถนนของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ สะท้อนว่าหน่วยงานรัฐไม่ได้ยึดหลักมนุษยธรรม ขาดความเป็นมืออาชีพ ไม่แสวงหาทางเลือกในการจัดการปัญหา มุ่งใช้แต่อำนาจและกำลัง ซึ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้สถานการณ์รุนแรงมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังเป็นการตอกย้ำวัฒนธรรมความรุนแรงในมือรัฐต่อการแก้ปัญหาอื่นๆ ซึ่งมีโอกาสเกิดความขัดแย้งขึ้นอีกมากในอนาคต
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลและหน่วยงานรัฐขาดความรู้ความเข้าใจหลักการสันติวิธีในการจัดการความขัดแย้ง ทั้งที่เป็นวิธีการที่สามารถลดการสูญเสียได้ดีที่สุด ไม่ว่าขณะเผชิญหน้าหรือในระยะยาวก็ตาม
ปัญหาราคายางพาราตกต่ำเป็นเรื่องที่รัฐบาลรับรู้มาต่อเนื่อง เป็นปัญหาที่รัฐบาลปฏิเสธการแก้ไขไม่ได้ แต่แทนที่จะนำข้อเท็จจริงทั้งหมดมากางเพื่อหาทางแก้ไข รัฐบาลกลับตาขวางมองเรื่องยางเป็นเรื่องการเมือง มองผู้ชุมนุมเป็นประชาชนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จึงใช้วิธีการชิงไหวชิงพริบ คนหนึ่งบอกไม่สลายการชุมนุม คนหนึ่งบอกจะยึดหลักกฎหมาย ท้ายสุดนำไปสู่การใช้ความรุนแรงจนมีผู้บาดเจ็บและล้มตายในที่สุด
ในที่สุดความสูญเสียจากปัญหาราคายางที่ภาคใต้ก็ไม่ได้ช่วยให้รัฐบาลพบทางออก การเอาชนะกันทางการเมืองจึงกลายเป็นทางตันแลกด้วยเลือดเนื้อประชาชนที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
ดังนั้น รัฐบาลควรนำบทเรียนการแก้ปัญหาราคายางที่ภาคใต้ไปทบทวน เลิกใช้ชีวิตประชาชนเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อเป้าหมายทางการเมือง
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบปัญหาควรเอาชนะใจประชาชนทั้งประเทศ มองปัญหาที่แท้จริงให้แตก เพื่อจะได้นำไปสู่การแก้ไขที่ถูกต้องและได้ใจเกษตรกรทุกกลุ่มทุกพื้นที่
รัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นรัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่รัฐบาลของเสียงข้างมาก ดังนั้น ไม่ควรดำเนินนโยบายและตัดสินใจเชิงนโยบายที่เพิ่มความแตกแยกให้สังคมแบ่งฝักแบ่งฝ่ายไปมากกว่านี้
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐเป็นต้นตอสร้างความขัดแย้งไว้ทุกพื้นที่ การใช้อำนาจอันมิชอบได้แฝงอยู่ในวิธีคิดเจ้าหน้าที่รัฐมาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งขึ้นในระยะยาวยังมีอีกมาก หากรัฐบาลไม่เรียนรู้หลักอำนวยความยุติธรรม ไม่จริงใจลดความเหลื่อมล้ำ เป้าหมายการสร้างความเป็นธรรมขึ้นในชาติย่อมไม่อาจเป็นจริง
รังแต่จะขยายบาดแผลและเพิ่มความเกลียดชัง นำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างกันมากยิ่งขึ้น







