posttoday
สภาเดือดฝ่ายค้านถล่มประธานไม่เป็นกลาง

สภาเดือดฝ่ายค้านถล่มประธานไม่เป็นกลาง

06 กันยายน 2556

รัฐสภาถกรธน.เดือด 'ขุนค้อน' เปิดใจกลางสภาแก้ข้อหารับใช้ทักษิณ 'ฝ่ายค้าน' ถล่ม 'สมศักดิ์-นิคม' ไม่เป็นกลาง

รัฐสภาถกรธน.เดือด 'ขุนค้อน' เปิดใจกลางสภาแก้ข้อหารับใช้ทักษิณ 'ฝ่ายค้าน' ถล่ม 'สมศักดิ์-นิคม' ไม่เป็นกลาง

การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่มาของสว.เป็นไปอย่างตึงเครียด เมื่อฝ่ายค้านแสดงความไม่พอใจที่ นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในรองประธานรัฐสภา ได้สั่งลงมติการอภิปรายมาตรา 5 ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสว.เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมาทั้งที่มีสมาชิกรัฐสภาเตรียมใช้สิทธิ์อภิปรายเป็นจำนวนมาก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า อยากสอบถามว่าในเมื่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้เคยมีคำวินิจฉัยไปก่อนหน้านี้แล้วว่า หากยังมีสมาชิกรัฐสภาต้องการใช้สิทธิอภิปรายในฐานะผู้เสนอคำแปรญัตติจะมีใครมาเสนอให้ปิดการอภิปรายเพื่อลงมติในรายมาตรานั้นไม่ได้ เพราะจะขัดกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภา แต่ปรากฏว่า นายนิคมไม่ได้ปฏิบัติตาม กลับปล่อยให้สส.พรรคเพื่อไทยเสนอปิดอภิปราย จึงอยากสอบถามว่าจากนี้ไปรัฐสภาจะมีมาตรฐานในการประชุมอย่างไร ในเมื่อผู้ทำหน้าที่ประธานควบคุมการประชุม ทั้งประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภามีคำวินิจฉัยไม่ตรงกันเอง

ถัดมา นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า ก่อนวินิจฉัยขอเปิดใจว่าตนเองถูกกล่าวหาทำหน้าที่ไม่เป็นกลางเพราะรับคำสั่งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ขอให้ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ซึ่งที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วจากการเป็นคนยื้อกฎหมายปรองดอง และการลงมติรัฐธรรมนูญมาตรา 291 วาระ 3 ออกไปก่อน อยากถามว่าแบบนี้ถือเป็นการรับใช้พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่

"ที่ผ่านมาทำหน้าที่เป็นกลางที่สุด แต่จะให้ถูกใจทุกคนไม่ได้ ถ้าพวกท่านมานั่งแทนผม จะวินิจฉัยแบบไหน ผมจนปัญญาช่วยสอนหน่อย ขอความเป็นธรรมด้วย" นายสมศักดิ์ กล่าว

ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า ในเมื่อนายนิคมใช้อำนาจวินิจฉัยไปแล้วถือว่าจบ และต้องเดินหน้ามาตรา 6 

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอเสนอทางออก 3 ข้อคือ 1.ให้นายสมศักดิ์ทำหน้าที่เป็นประธานตลอดการประชุมเพื่อเป็นหลักประกันให้ฝ่ายค้าน 2.ให้นายสมศักดิ์และนายนิคมนั่งทำหน้าที่ประธานคู่กันเพื่อวินิจฉัยร่วมกัน 3.ก่อนที่นายนิคมจะทำหน้าที่เป็นประธาน ขอให้หารือกับนายสมศักดิ์ก่อนว่า จะใช้คำวินิจฉัยรูปแบบใด แล้วแจ้งให้ฝ่ายค้านทราบเพื่อป้องกันปัญหา

นายสมศักดิ์ แย้งว่า ทั้งสามข้อไม่สามารถทำได้เพราะไม่ใช่เครื่องยนต์ โดยขอเสนอทางออกที่4 คือ ให้สมาชิกอภิปรายในข้อบังคับ ไม่พูดนอกประเด็น ขณะที่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอข้อสี่ แต่ขอคำยืนยันว่า เมื่อนายนิคมขึ้นมาเป็นประธานจะมีหลักประกันคุ้มครองเอกสิทธิผู้แปรญัตติอย่างไร ซึ่งนายสมศักดิ์ยืนยันว่า จะหารือกับนายนิคม หลังจากสมาชิกแสดงความเห็นจนถึงเวลา 17.10 น.นายสมศักดิ์สั่งพักประชุม 10 นาที

จนกระทั่งเวลา 17.45 น.นายสมศักดิ์ ได้สั่งเปิดการประชุมอีกครั้ง โดยกล่าวว่า ได้หารือกับนายนิคมแล้วได้ข้อสรุป 3 ข้อ คือ1.จะให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายได้ครอบคลุมในทุกประเด็นแต่ขอให้รักษาเวลา 2.มอบหมายให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐสภาจดประเด็นการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาแต่ละคนว่ามีประเด็นอะไรบ้างแล้วเผยแพร่ขึ้นกลางที่ประชุมเพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกรัฐสภารายอื่นอภิปรายซ้ำประเด็น และ3.มอบหมายให้วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และ วิปวุฒิสภา ไปจัดลำดับสมาชิกรัฐสภาที่จะขอใช้สิทธิ์อภิปรายใหม่

จากนั้นที่ประชุมรัฐสภาได้เริ่มการพิจารณาในมาตรา 6 ที่กำหนดให้สว.ที่พ้นจากตำแหน่งสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้

สภาเดือดฝ่ายค้านถล่มประธานไม่เป็นกลาง


 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท