posttoday
ผีหัวขาดกับการปฏิรูปการเมือง

ผีหัวขาดกับการปฏิรูปการเมือง

06 กันยายน 2556

การปฏิรูปที่แท้จริงของสังคมไทยขณะนี้ต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ หนึ่ง จะต้องเริ่มต้นด้วยการตอบคำถามเบื้องต้นให้ได้เสียก่อนว่า อะไรคือสาเหตุของวิกฤตการเมืองไทยที่ปะทุขึ้นและต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549 เพราะสังคมไทยแตกแยกร้าวลึก คนแบ่งออกเป็นสองขั้วที่มองสาเหตุของวิกฤตต่างกัน

การปฏิรูปที่แท้จริงของสังคมไทยขณะนี้ต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ หนึ่ง จะต้องเริ่มต้นด้วยการตอบคำถามเบื้องต้นให้ได้เสียก่อนว่า อะไรคือสาเหตุของวิกฤตการเมืองไทยที่ปะทุขึ้นและต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549 เพราะสังคมไทยแตกแยกร้าวลึก คนแบ่งออกเป็นสองขั้วที่มองสาเหตุของวิกฤตต่างกัน

อีกทั้งพรรคการเมืองก็มองต่างกัน เพื่อไทยมองอย่างหนึ่ง ประชาธิปัตย์มองอีกอย่างหนึ่ง พรรคร่วมรัฐบาลก็อาจจะมองอีกอย่างหนึ่ง เพราะถ้ามองอย่างเพื่อไทยก็คงไม่ไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับประชาธิปัตย์ หรือถ้ามองอย่างประชาธิปัตย์ก็คงไม่ไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทย พรรค “ร่วม” จะมีจุดยืนมุมมองอย่างไรนั้น ก็เป็นเรื่องน่าคิดน่าสงสัยอย่างยิ่ง เพราะพรรค “ร่วม” สามารถ “ร่วม” ได้กับทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ หรือจะเป็นว่าพรรคดังกล่าวไม่มีมุมมองหรือจุดยืนอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวเลย

ขณะเดียวกันภาคประชาชนอย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็มองอย่างหนึ่ง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติก็มองอีกอย่างหนึ่ง แล้วประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นพลังเงียบก็อาจจะมองอีกอย่างหนึ่ง แล้วสภาปฏิรูปจะมองอย่างไร

ถ้าสภาปฏิรูปไม่ตอบคำถามนี้ หรือได้คำตอบที่ไม่เป็นที่ยอมรับโดยคนส่วนใหญ่ในสังคม การปฏิรูปทางการเมืองก็จะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ หากจะใช้วิธีเดิมๆ นั่นคือ ลืมๆ กันไป ก็ไม่ถือว่าเป็นการปฏิรูปแต่อย่างใด เพราะเมื่อไม่แก้ที่สาเหตุ วิกฤตปัญหาก็พร้อมที่จะกลับมาได้ทุกเมื่อ เป็นวังวนวงเวียนไป และหากเมื่อตอบโจทย์ได้แล้วว่าสาเหตุคืออะไร และคำตอบดังกล่าวนี้เป็นที่ยอมรับได้โดยคนส่วนใหญ่ เงื่อนไขต่อมาก็คือ สภาปฏิรูปต้องคิดหาทางแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นให้ได้ แน่นอนว่า การแก้ไขต้นเหตุย่อมจะต้องกระทบถึงขั้วการเมืองทุกขั้ว ทุกฝ่ายย่อมจะต้องมีได้มีเสีย แต่การได้การเสียอย่างไรเล่าที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

เงื่อนไขต่อมา แนวทางแก้ไขที่ได้มานั้นสามารถปฏิบัติได้จริงหรือ การปฏิบัติได้จริงขึ้นอยู่กับว่าสภาปฏิรูปมีความชอบธรรมแค่ไหน เพราะต่อให้ได้คำตอบสวยงามเพียงไร แต่ถ้าขาดอำนาจความชอบธรรมที่จะนำไปปฏิบัติให้เกิดผลได้จริงก็ป่วยการ มันก็จะเป็นเพียงคำพูดที่เป็นลมปากหรือกระดาษเปื้อนหมึก

พูดถึงอำนาจความชอบธรรมแน่นอนว่าในทางหลักการและทฤษฎี คนที่มีอำนาจตามกฎหมายและมีเสียงประชาชนข้างมากสนับสนุนอยู่ คือ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น หลังจากที่สภาปฏิรูปได้คำตอบแล้ว ถามว่า คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจทางการเมืองจริงๆ แค่ไหน และเพียงใด

การตัดสินใจของคุณยิ่งลักษณ์ถือว่าอิสระเด็ดขาดในฐานะที่เป็น สส.ที่ได้รับความไว้วางใจจาก สส.เสียงข้างมากในสภา และเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ และแค่ไหน หากสภาปฏิรูปคุยกันครบถ้วนกระบวนความแล้ว แต่การตัดสินใจของคุณยิ่งลักษณ์ไม่มีความหมาย เพราะต้องฟังการตัดสินใจของคุณทักษิณ การพูดคุยในสภาปฏิรูปก็ป่วยการ เพราะการต้องรอฟังคุณทักษิณของคุณยิ่งลักษณ์ก็เท่ากับว่าสภาปฏิรูปต้องรอฟังคุณทักษิณด้วย

ดังที่ คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ว่า สภาปฏิรูปควรต้องมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยหรือไม่ คุณสุวัจน์ตอบว่า ทุกท่านสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นได้ในฐานะที่เป็นคนไทยเพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทย แน่นอนว่าการรับฟังความคิดเห็นของคุณทักษิณในฐานะคนไทยไม่ใช่เรื่องไม่สมควร แต่สำหรับคุณยิ่งลักษณ์ความคิดเห็นของทักษิณมีค่าเท่าเทียมเสมอภาคกับความคิดเห็นของคนไทยคนหนึ่งหรือมีค่ามากกว่านั้น

ความไว้วางใจและความหวังร่วมกันอย่างจริงจังต่อสภาปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้ ก็ขึ้นอยู่กับการที่คุณยิ่งลักษณ์จะต้องพิสูจน์ให้สังคมทุกภาคส่วนประจักษ์ได้ว่า ตนมีอิสระเด็ดขาดในการตัดสินใจและใช้อำนาจอันชอบธรรมทางการเมืองที่มีอยู่ในมือเพื่อเป้าหมายการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง

เงื่อนไขสำคัญที่คุณยิ่งลักษณ์ต้องทำให้เห็นคือ คุมพรรคเพื่อไทยได้จริง คุมระบบราชการได้จริง และเป็นที่รับฟังของมวลชนพี่น้องเสื้อแดง ทั้งนี้มิพักต้องพูดถึงประชาธิปัตย์และพันธมิตรฯ สองพวกหลังนี้ตั้งท่าจะไม่ฟังอยู่แล้ว ที่พวกเขาไม่ฟังเพราะเขาไม่เชื่อว่าคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีจริงๆ ในทางปฏิบัติ

พฤติกรรมทางการเมืองทุกวันนี้ของพรรคเพื่อไทยไม่ต่างจาก “ผีหัวขาด” ลำตัวอยู่ในสภา หัวล่องลอยไปไหนก็ไม่รู้ ทั้งมีหลายหัวอีก หัวหนึ่งเป็น “หัวหน้าพรรค” (เป็นแต่ในนาม ไม่มีบทบาทอิทธิพลนำใดๆ ต่อ สส.พรรคในสภา และก็ไม่มีบทบาทอิทธิพลนำใดๆ ต่อคณะรัฐมนตรี)

อีกหัวหนึ่งล่องลอยไปมาในต่างแดน ดูจะเป็นหัวที่มีน้ำหนักกว่าหัวใครในพรรค แต่ก็อยู่ห่างไกลเสียเหลือเกินและแถมยังไม่มีอำนาจตามกฎหมายด้วย ส่วนอีกหัวหนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายสภาพว่าเป็นหัวอะไรแน่ แต่ที่แน่ๆ คือ ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร เวลาถูกตั้งข้อสงสัยแต่ละหัวก็โยนกันไปกันมา บางครั้งบางหัวก็ประกาศว่าหัวข้าคือหัวจริง แต่บางครั้งก็บอกปัด

ต้องแก้ไขสภาพ “ผีหัวขาด” ให้ได้เสียก่อน สภาปฏิรูปจึงจะเป็นความหวังสำหรับสังคมไทย (จากส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา [HS1068A] ปีที่สาม)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท