
อภ.บรรจุยาผิดให้คนไข้5รพ.
‘ยาโรคหัวใจ’สลับใส่ซอง‘ยาความดัน’เรียกคืนล็อตมีปัญหาเฝ้าระวังอาการคนไข้
‘ยาโรคหัวใจ’สลับใส่ซอง‘ยาความดัน’เรียกคืนล็อตมีปัญหาเฝ้าระวังอาการคนไข้
อภ.รับบรรจุยาผิดซองจริง บรรจุยาโรคหัวใจลงในซองยาความดัน
เกิดความผิดพลาดอย่างร้ายแรงขึ้นในขั้นตอนการบรรจุยาขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) โดยพบว่ามีการบรรจุยา Isosorbide Dinitrate 10 มิลลิกรัม ซึ่งใช้รักษาผู้ป่วยโรคหัวใจลงในซองยา Amlodopine 5 มิลลิกรัม สำหรับรักษาโรคความดันโลหิตสูง
สำหรับยาล็อตหมายเลข F561217 ซึ่งบรรจุผิดนั้น อภ.ได้กระจายไปยังหลายโรงพยาบาลประมาณเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีโรงพยาบาลที่ได้รับ อาทิ โรงพยาบาลมะการักษ์ จ.กาญจนบุรี โรงพยาบาลยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ โรงพยาบาลภูเขียว จ.ชัยภูมิ โรงพยาบาลหนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี โรงพยาบาลโคกสำโรง จ.ลพบุรี
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ อภ.ได้ประสานไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ที่ได้รับยาให้หยุดจ่ายยาโดยทันทีและเรียกคืนยาล็อตดังกล่าว นอกจากนี้ เตรียมจัดส่งยาทดแทนไปให้ตามจำนวนเงินที่ซื้อ และให้โรงพยาบาลประสานผู้ป่วยว่ามีผลกระทบจากยาหรือไม่ พร้อมกันนี้ อภ.ได้ตรวจสอบการผลิตยาล็อตข้างเคียงว่าเกิดความผิดพลาดหรือไม่
ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวยอมรับว่า อภ.บรรจุยาผิดจริง โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมาได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่ อภ.แล้ว คาดว่าจะได้รายละเอียดที่ชัดเจนในวันที่ 6 ก.ย.นี้
นพ.สุวัช เซียศิริวัฒนา ผู้อำนวยการ อภ. กล่าวว่า ได้เรียกคืนยาล็อตที่มีปัญหากลับมาทั้งหมดแล้ว โดยเบื้องต้นทราบว่ามีการกระจายยาล็อตดังกล่าวไปในโรงพยาบาล 7 แห่ง ในจำนวนนี้มี 5 แห่ง ที่จ่ายยาให้กับผู้ป่วยไป อย่างไรก็ตาม ยาทั้งสองชนิดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน จึงไม่น่ามีผลกระทบหรืออันตรายต่อคนไข้
“จากการตรวจสอบแล้วพบว่ามีเพียงล็อตเดียวที่ผิดพลาด ซึ่งตอนนี้กำลังหาสาเหตุว่าเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนใด” นพ.สุวัช กล่าว
อีกด้าน นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ได้เตรียมปฏิรูปการบริหารงานของสำนักงานปลัด สธ. เพื่อสนับสนุนการจัดพื้นที่เขตบริการ 12 เขต และการปฏิรูประบบสุขภาพ ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยจะมีตั้งสำนักงานใหม่ ได้แก่ สำนักนโยบายการเงินการคลัง สำนักนโยบายสุขภาพ สำนักวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ และสำนักนโยบายด้านยา โดยเฉพาะการบริหารบัญชียาหลักเพื่อแก้ปัญหาการบริหารยา ซึ่งแต่ละปีสร้างความเสียหายมากกว่า 1 ล้านบาท จากการใช้ยาที่ไม่จำเป็น
นอกจากนี้ ยังหารือถึงการแก้ไขกฎหมาย เนื่องจากบางฉบับใช้มานานมากกว่า 4050 ปี ขณะเดียวกันได้วางแผนการใช้งบ ประมาณปี 2557 ซึ่งทีมงานมั่นใจว่าภายในเดือน ธ.ค. 2556 จะสามารถใช้งบลงทุนได้ 100% สำหรับการจัดซื้อครุภัณฑ์และการก่อสร้าง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้จ่าย







