
ศธ.ประกาศเด็กไทยต้องอ่านออกเขียนได้
ก.ศึกษาธิการ ประกาศนโยบายเร่งรัดเด็กไทยต้องอ่านออกเขียนได้ จัดการทดสอบระดับป.3และป.6 ในเดือนนี้
ก.ศึกษาธิการ ประกาศนโยบายเร่งรัดเด็กไทยต้องอ่านออกเขียนได้ จัดการทดสอบระดับป.3และป.6 ในเดือนนี้
นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขา กพฐ.) ร่วมแถลงข่าวประกาศนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการเร่งรัดคุณภาพการอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้ "นักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ต้องไม่มี" หลังพบว่า เด็กไทยจำนวนมากอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ซึ่งมีส่วนสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปถึงการให้เด็กคิดวิเคราะห์ การเรียนภาษาต่างประเทศ รวมถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ. ) ได้จัดทำเครื่องมือทดสอบ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปจัดการทดสอบนักเรียนชั้น ป.3 และ ป.6 ทั่วประเทศกว่า 1.6 ล้านคน เพื่อคัดกรองนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่ต้องปรับปรุงการอ่านออกเขียนได้ ให้แล้วเสร็จวันที่ 9-20 กันยายน 2556 และวิเคราะห์ข้อมูลสรุป รายงาน สพฐ.ทางออนไลน์ เสนอแผนของแต่ละเขตพื้นที่ในวันที่ 22 กันยายน หลังจากนั้นจะให้มีการพัฒนาครู ตามผลการประเมินนักเรียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม หรือช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556
จากนั้นจะมีการเร่งรัดพัฒนาครูตามผลการประเมินภายในเดือน ต.ค.56 เพื่อจะได้จัดสอนซ่อมเสริมให้แก่นักเรียนที่มีปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ให้แล้วเสร็จภายในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 โดย สพฐ.จะมีการกำกับ ติดตาม นิเทศให้ความช่วยเหลือครูภาษาไทย และครูทุกคนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาการอ่านของเด็ก
"จากตัวอย่างของหลายโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาคือการให้การดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและมีการสอนแบบเข้มข้น บางโรงเรียนใช้เวลาเพียง 120 ชั่วโมง ก็สามารถเปลี่ยนให้เด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เป็นอ่านออกเขียนได้ แล้วกลับเข้าห้องเรียนตามปกติ แต่สิ่งที่จะต้องเร่งรัดต่อไปหลังจากเด็กอ่านออกเขียนได้แล้ว คือ การอ่านรู้เรื่อง และสื่อสารได้ เพราะเมื่ออ่อนภาษาไทย ก็ไม่ต้องพูดถึงวิชาอื่น"
ด้านเลขา กพฐ. กล่าวว่า การคัดกรองครั้งนี้จะทำให้รู้ข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีเด็กอยู่ในกลุ่มที่ต้องปรับปรุงจำนวนเท่าใด เพื่อเตรียมความพร้อมครูผู้สอนในช่วงปิดภาคเรียน ให้สอนซ่อมเสริมได้ทันทีในภาคเรียนที่ 2 โดยมีเป้าหมายว่านักเรียนกลุ่มที่ต้องปรับปรุง จะต้องลดลงจนเป็น 0 ภายในสิ้นภาคเรียนที่2







