
จับสัญญาณแกนนำ ปัจจัยแดงถอดใจ
"แรงต่อต้านจากกระแสสังคมที่เพิ่มมากขึ้น กลายเป็นแรงเหวี่ยงสะท้อนกลับไปยังแกนนำ นปช. ที่ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์บานปลาย"
"แรงต่อต้านจากกระแสสังคมที่เพิ่มมากขึ้น กลายเป็นแรงเหวี่ยงสะท้อนกลับไปยังแกนนำ นปช. ที่ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์บานปลาย"
โดย...ทีมข่าวการเมือง
เป็นที่น่าเคลือบแคลงสงสัยอย่างยิ่งกับท่าทีของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ล่าสุดมีข้อเสนอจะขอเปิดเจรจารอบ 3 กับรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขให้ยุบสภาภายใน 30 วัน
ทั้งที่ก่อนหน้านี้แกนนำคนเสื้อแดงเคยยื่นคำขาดว่า รัฐบาลต้องยุบสภาภายใน 15 วันหลังการเจรจาในรอบที่ 2 และยังแสดงท่าทีแข็งกร้าวมาตลอดชนิดยอมหักไม่ยอมงอ อีกทั้งยังเป็นฝ่ายล้มโต๊ะเจรจากับรัฐบาลเอง
ทว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ปะทะครั้งรุนแรงและมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงเอ็ม 79 จำนวน 5 ลูก ใส่กลุ่มเสื้อหลากสีที่แยกศาลาแดง ถนนสีลม ทำให้แกนนำ นปช. ประกาศเปลี่ยนเงื่อนไขข้อเรียกร้องให้มีการยุบสภา โดยขยายเวลาจากเดิม 15 วัน เป็น 30 วัน หากรัฐบาลไม่ตอบสนองคนเสื้อแดงจะยกระดับความรุนแรงในการชุมนุมเพื่อสร้างความระส่ำระสายเพิ่มมากขึ้น
แต่ในที่สุดหนทางการเจรจารอบ 3 ก็ถูกปิดตาย เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันชัดว่าจะไม่เจรจาอีกเด็ดขาด ตราบใดที่ยังบีบคั้นด้วยเงื่อนเวลาของการยุบสภา ทั้งยังสำทับด้วยว่า เหตุที่ นปช. ยื่นข้อเสนอใหม่ เพราะต้องการกลบเกลื่อนความรุนแรงจากเหตุการณ์ปะทะที่แยกศาลาแดง
ไม่เพียงแต่จะปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยต่อข้อเสนอของแกนนำ นปช.แล้ว รัฐบาลยังแสดงความพร้อมเต็มที่ที่จะลงมือเข้าสลายผู้ชุมนุมทันที หากกลุ่มคนเสื้อแดงเพลี่ยงพล้ำหรือมีช่วงจังหวะที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้เข้าร่วมชุมนุมมีจำนวนน้อย
ความพยายามในการขอเปิดโต๊ะเจรจาของแกนนำ นปช. มองเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากเป็นการดิ้นรนเพื่อหาทางลง ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมและถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย เช่นเดียวกับนายเมธี อมรวุฒิกุล นักแสดงหัวรุนแรงฝ่ายเสื้อแดงที่ถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้
อาการถอดใจของแกนนำ นปช. ยังสะท้อนให้เห็นผ่านมาตรการที่ให้ผู้ชุมนุมถอดเสื้อแดงออกและทิ้งสัญลักษณ์ตีนตบหรือสัญลักษณ์อื่นๆ เพื่อไม่ต้องการแสดงตัวว่าเป็นคนเสื้อแดง เนื่องจากแกนนำเริ่มไม่มั่นใจในปริมาณของมวลชนที่ร่อยหรอลงทุกขณะ และเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่เข้าปราบปรามได้ทุกเมื่อ
การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคลื่อนย้ายจากเวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศมาปักหลักที่สี่แยกราชประสงค์กินเวลายาวนานมากว่า 1 เดือน นอกจากจะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศภายใต้รัฐบาลอภิสิทธิ์แล้ว ในทางกลับกันหากการชุมนุมยิ่งยืดเยื้อนานวันก็ยิ่งไม่ส่งผลดีต่อกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยเช่นกัน
การแข็งขืนดึงดันชุมนุมอยู่ต่อไป ไม่เพียงแต่จะทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมลดจำนวนลงจากความเหนื่อยล้า ยังทำให้เกิดแรงต้านจากกลุ่มเสื้อหลากสีและพลังเงียบที่ไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดม็อบชนม็อบได้ง่าย
อีกทั้งเหตุวินาศกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลอบวางระเบิดซีโฟร์เพื่อหวังโค่นเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ จ.พระนครศรีอยุธยา การยิงอาร์พีจีถล่มคลังน้ำมัน จ.ปทุมธานี รวมถึงการขู่วางระเบิดตึกสูงในย่านราชประสงค์ ทำให้ความชอบธรรมในการชุมนุมของคนเสื้อแดงถูกลดทอนลง เพราะการกระทำดังกล่าวส่งผลให้คนจำนวนมหาศาลได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส
แรงต่อต้านจากกระแสสังคมที่เพิ่มมากขึ้น กลายเป็นแรงเหวี่ยงสะท้อนกลับไปยังแกนนำ นปช. ที่ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์บานปลาย
นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลประการสำคัญที่ทำให้แกนนำตกอยู่ในความหวาดหวั่น จนนำไปสู่ข้อเสนอในการเข้าเจรจากับรัฐบาลอีกครั้งก็คือ การตกเป็นเป้าเด็ดหัวเป็นรายตัว
สังเกตได้จากการขึ้นเวทีปราศรัยของแกนนำแต่ละครั้งจะใช้เวลารวบรัดตัดตอนมากขึ้น เพราะกลัวจะถูกส่องจากระยะไกลได้ ในระยะหลังจึงมีการเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยบนเวทีด้วยการนำแผ่นกรองแสงมาปิดครอบบริเวณหลังคาเวที เพื่อป้องกันการลอบสังหาร
การส่งสัญญาณนับถอยหลังของแกนนำ นปช. เริ่มส่อเค้าให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งภายในกลุ่มแกนนำที่มีการแย่งชิงอำนาจการนำกันเอง และยังแตกออกเป็นหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม 3 เกลอที่เคลื่อนไหวเป็นหน้าฉาก กับกลุ่ม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และกลุ่มของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินเกมเคลื่อนไหวใต้ดิน โดยมีกองกำลังที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ในมือ
ความขัดแย้งที่ชัดเจนที่สุดคือ นายวีระ มุสิกพงศ์ ที่ก่อนหน้านี้เคยประกาศบนเวทีหลายครั้งว่า จะยึดหลักชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา หากเกิดความรุนแรงและความสูญเสียเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนชาวไทย จะขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
สุดท้ายนายวีระก็ไม่สามารถควบคุมมวลชนกลุ่มต่างๆ ให้อยู่ภายใต้อาณัติได้ ทำให้เกิดข่าวกระเส็นกระสายอยู่บ่อยครั้งว่า นายวีระแตกคอกับแกนนำเสื้อแดง เพราะจุดยืนและแนวทางในการเคลื่อนไหวไม่ตรงกัน
อีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลกระทบทำให้แกนนำหลายคนถอดใจก็คือ การที่บรรดาผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มเสื้อแดงถูกเรียกตัวไปสอบสวนเป็นรายตัว มีการสาวลึกไปถึงแหล่งทุน ที่มาของเงิน และการเส้นทางการไหลเวียนของเงินไปยังกระเป๋าของกลุ่มคนต่างๆ รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงกับการให้ทุนสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้ายในการก่อวินาศกรรม
เมื่อกองทัพแดงที่เดินด้วยท้องถูกตัดท่อน้ำเลี้ยงอย่างฉับพลัน ทำให้เกิดอาการง่อยเปลี้ย แขนขาอ่อนแรง ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ กระทั่งนำไปสู่อาการถอดใจในที่สุด
ล่าสุดรัฐบาลเปิดเกมบุกด้วยการเรียกถกผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศจำนวน 61 จังหวัด เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมว่ามีการหนุนหลังการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ ซึ่งเป็นการปิดช่องทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงอีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจหาทางลงของแกนนำ นปช. ก็คือข่าวลือเรื่องอาการป่วยปางตายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งสร้างความเสียขวัญทั้งแก่กลุ่มผู้ชุมนุมและแกนนำ นปช. เนื่องจากเป็นผู้บงการรายใหญ่ที่คุมการเดินเกมทั้งหมด
หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ใกล้เสียชีวิตจริง ก็หมายความว่า การต่อสู้ทุกอย่างของคนเสื้อแดงเป็นการสูญเปล่า ไม่สามารถนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านได้ นอกเสียจากจะนำร่างไร้วิญญาณกลับมาฝังที่มาตุภูมิเท่านั้น







