
แห่ร้องเครือข่าย4ภาครีดเงิน
ชาวบุรีรัมย์แห่แจ้งจับเครือข่าย ปชช. 4 ภาคเรียกเก็บเงินรายละ 5,000 บาทอ้างจะได้รับจัดสรรที่ดิน
ชาวบุรีรัมย์แห่แจ้งจับเครือข่าย ปชช. 4 ภาคเรียกเก็บเงินรายละ 5,000 บาทอ้างจะได้รับจัดสรรที่ดิน
น.ส.เพ็ญพิมล ใสงาม น้องสาวนายการุณ ใสงาม อดีต สส.และ สว.บุรีรัมย์ อยู่บ้านเลขที่ 1/4 ถนนอิสาณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้นำชาวบ้านจาก อ.คูเมือง และ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ จำนวน 36 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.ไพศาล สุวรรณทา หัวหน้าพนักงานสอบสวนชำนาญการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้ดำเนินคดีกับนายประยุทธ์ สมเจตนา อยู่บ้านเลขที่ 89 หมู่ 7 ต.สะแกซำ อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค อ้างว่า หากใครชำระเงินค่าดำเนินการจำนวน 5,000 บาท จะมีสิทธิได้รับที่ดินรายละ 15 ไร่จากรัฐบาล ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อ แต่กลับไม่ได้จริงตามที่กล่าวอ้าง
ทั้งนี้ ต่อมาตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้เชิญตัวนายประยุทธ์ผู้ถูกกล่าวหามาสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น โดยนายประยุทธ์ให้การว่า เขามีตำแหน่งเป็นฝ่ายจัดหาที่ดินทำกินของเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค พร้อมกับยอมรับว่า ได้เรียกเก็บเงินจริงรายละ 5,000 บาท เพราะต้องเอาไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อนำรายชื่อไปยื่นเพิ่มเติม เนื่องจากได้ส่งรายชื่อไปก่อนแล้ว โดยได้แบ่งเงินส่วนหนึ่งที่เก็บจากชาวบ้านให้กับนายอนุรักษ์ แสนเวียง หัวหน้ากลุ่ม แต่ชาวบ้านเต็มใจที่จะให้เงินเพื่อเป็นค่าดำเนินการ
น.ส.เพ็ญพิมล เปิดเผยว่า หลังจากชาวบ้านมาปรึกษาเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวก็ทนไม่ได้กับพฤติกรรมที่เอาเปรียบชาวบ้าน จึงได้นำชาวบ้านผู้เสียหายที่ถูกเรียกเก็บเงินเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดกับนายประยุทธ์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะถือเป็นการหลอกลวงชาวบ้าน หากินบนหลังคน นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบหลักฐานว่า นายประยุทธ์กับพวกตระเวนหาซื้อที่ดินของชาวบ้านในราคาถูก โดยอ้างว่ารัฐบาลจะเอามาแจกคืนให้
อย่างไรก็ตาม กลับนำไปขายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในราคาแพง เช่น ที่ดินแปลงที่ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง พบหลักฐานการซื้อที่ดินจำนวน 618 ไร่ ในราคาไร่ละ 3.5 หมื่นบาท รวมราคาซื้อขายทั้งหมดประมาณ 21 ล้านบาท จากนั้นจึงนำไปขายให้กับ ส.ป.ก. ไร่ละ 5.9 หมื่นบาท รวมเป็นเงินกว่า 36 ล้านบาท
“พฤติกรรมเครือข่าย ปชช. ยังหลอกชาวบ้านว่าเงินส่วนต่างที่ได้จะนำไปซื้อรถไถให้หลังคาเรือนละ 1 คัน เงินสดอีก 2 หมื่นบาท ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวส่วนตัวนั้นรับไม่ได้ โดยหลังจากนี้จะให้ผู้เสียหายทยอยเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก” น.ส.เพ็ญพิมล กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ไพศาล กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากชาวบ้านก็ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ พร้อมจะดำเนินการเรียกสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป







