
ปึ้งโวจีนซื้อข้าวไทย1ล้านตัน
"สุรพงษ์"โวจีนเตรียมซื้อข้าวไทย 1 ล้านตัน พร้อมวางแผนดำเนินการเองหวั่นข้าวโดนปลอมปน ชูนายกฯไปต่างประเทศได้ประโยชน์
"สุรพงษ์"โวจีนเตรียมซื้อข้าวไทย 1 ล้านตัน พร้อมวางแผนดำเนินการเองหวั่นข้าวโดนปลอมปน ชูนายกฯไปต่างประเทศได้ประโยชน์
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการหารือระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กับนายหลี เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ในระว่างการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ โดยจีนระบุว่าจะซื้อข้าวจากไทยจำนวน 1 ล้านตัน และหากราคาในขณะนั้นสูงถึง 1.5 หมื่นบาท ก็จะสร้างรายได้ถึง 1.5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้ดำเนินการต่อ โดยให้พิจารณาส่งข้าวคุณภาพดีไปให้กับจีน เนื่องจากปัจจุบันผู้ส่งออกปลอมปนข้าวด้อยคุณภาพเป็นจำนวนมาก ทำให้คุณภาพข้าวไทยตกต่ำ และมีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะจัดการบรรจุหีบห่อพร้อมจัดส่งเอง แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินการ เพราะต้องประสานงานอีก
“เป็นการแสดงให้เห็นว่าการเยือนประเทศต่างๆของนายกฯ สามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศ ที่มีการโจมตีว่าใช้งบประมาณเดินทางต่างประเทศมากถึง 300 ล้านบาทนั้น หากเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับ ถือว่าใช้ไปแค่ร้อยละ 1.2 เท่านั้น จึงอยากให้ฝ่ายที่ติติงเข้าใจด้วย อีกทั้ง ทางการจีนยังยินดีที่จะพิจารณาสินค้าเกษตรอื่นๆ เพื่อสนับสนุนไทยได้อีกด้วย”นายสุรพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือเรื่องรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ทางการจีนสนใจจะเชื่อมโยงเส้นทางจีน ลาว และเข้าสู่ไทย ซึ่งนายกฯ ได้เสนอว่าหากฝ่ายจีนสนใจเข้าร่วมการก่อสร้างรถไฟ การชำระค่าใช้จ่ายในบางส่วน จะขอชำระเป็นสินค้าเกษตร ซึ่งเรื่องนี้ยังคงต้องพูดคุยหารือกันอีกในอนาคต ขณะเดียวกันยังได้พูดคุยถึงเรื่องการค้าระหว่างไทย- จีน อาจจะใช้เงินสกุลหยวนแทนดอลล่าร์สหรัฐ
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญทางการจีนพร้อมจะรื้อฟื้นการประชุมคณะธรรมาธิการร่วม (เจซี) ไทย-จีน ด้านเศรษฐกิจ ที่มีการประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2548 ซึ่งนายกฯ ได้เสนอให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อหารือเรื่องสินค้าเกษตรเป็นการเฉพาะด้วย นอกจากนี้ จีนยังเห็นด้วยที่จะมีการพูดคุยระหว่างประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการลำน้ำโขง ซึ่งพบว่าปัจจุบันบางช่วงของลำน้ำ เกิดภัยพิบัติและขาดแคลน ความปลอดภัยในการเดินเรือ ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในระดับรัฐมนตรีประมาณต้นปี 2557 เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม







