
มาร์คจี้นายกฯแจงญัตติราคายางพารา
"มาร์ค"จี้นายกฯเข้าสภาเเจงญัตติราคายาง "ขุนค้อน"รับปากจ่อร่อนหนังสือแจ้ง ด้าน "สาทิตย์"ขู่ฟ้องกลับตร.ลาก วัชระออกจากห้องประชุม
"มาร์ค"จี้นายกฯเข้าสภาเเจงญัตติราคายาง "ขุนค้อน"รับปากจ่อร่อนหนังสือแจ้ง ด้าน "สาทิตย์"ขู่ฟ้องกลับตร.ลาก วัชระออกจากห้องประชุม
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. การประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขรายมาตราที่มา สว.ภายหลังเปิดการประชุม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลุกขึ้นหารือว่า เกิดกรณีที่ประธานรัฐสภาสั่งนำตัวสมาชิกออกนอกห้องประชุมตาม ข้อบังค้บ 114 วรรค 2 แม้ประธานจะมีหน้าที่สั่งได้ แต่ในส่วนของวิธีการนำตัวออกนั้น มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 20 ท่าน ฉุดกระชากลากสส.จนล้มไปนอนกับพื้น แต่เจ้าหน้าที่ยังลากถูไปกับพื้น คำสั่งดังกล่าวจึงอาจเป็นการทำผิดกฎหมายหมาย มีการใช้กำลังบังคับข่มขู่ประทุษร้ายนำสมาชิก ออกนอกห้องประชุม เพราะแม้แต่ตำรวจมีหมายจับ แต่หากเจ้าหน้าที่ทำผิดก็อาจมีสิทธิถูกฟ้องกลับได้
ทั้งนี้การใช้กำลังบังคับผิดกฎหมายอาญาเบื้องต้น ซึ่งจะมีความผิดทั้งคนสั่ง และ เจ้าหน้าที่ ซึ่งหากดูตามวีดีโอก็สามารถเอาผิดเป็นรายคนได้ แต่ไม่อยากทำ แต่ก็อาจจะต้องมีการไปแจ้งความ เหตุการณ์เช่นนี้ หากเกิดขึ้นอีก การประชุมก็จะไม่เป็นประชาธิปไตยอีกต่อไป
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม กล่าวว่า ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่คุมตัวสมาชิกออกนอกห้องประชุม ซึ่งหากสมาชิกทำหน้าที่โดยยึดข้อบังคับ ประธานยึดข้อบังคับก็ไม่มีปัญหา สมาชิกให้เกียรติประธาน ประธานให้เกียรติสมาชิก็ไม่มีปัญหา ที่ผ่านมาการทำหน้าที่ประธานก็อลุ่มอล่วยมาพอสมควร แต่ก็ไม่อยากให้เลยเถิดไปจนประธานไม่ทำหน้าที่ต่อไปไมได้จึงอยากให้ทุกฝ่ายให้เกีรยรติ
นายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวออกนอกห้องประชุมนั้น มือตนไปดึงไมโครโฟนสภาฯ หลุดจนเสียหายจึงขอชดใช้ด้วยเงิน 1,000 บาท หากไม่พอก็ให้หักจากบัญชีเงินเดือนของตน อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ประธานใช้อำนาจบาตรใหญ่ ทราบว่ามีการฝึกซ้อมเจ้าหน้าที่คุมตัวสมาชิกออกนอกห้องประชุม แต่ก็ทำไม่สำเร็จและ หากประธานใช้อำนาจเผด็จการอีก ตนเองจะไม่ยอมให้เกิด กับสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งคนใดอีก
จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่วาระการหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนเรื่องราคายางตกต่ำนายเจะอามิง โตะตาหยง สส.นราธิวาส พรรค ปชป.กล่าวว่า เกษตรกรสวนยางพาราเดือดร้อนอย่างหนักจากราคายางตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 60 บาท ประกอบกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น โดยราคาอาหารโดยเฉพาะไข่ไก่ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์แพงอย่างมาก ทำให้รายได้ของเกษตรกรไม่เพียงพอต่อรายจ่าย แต่วันนี้นายกรัฐมนตรีกลับพูดเพียงว่า ไม่สามารถขึ้นราคาได้ เพราะยางพาราเป็นสินค้าที่ไม่สามารถแทรกแซงราคาตลาดโลกได้ ทั้งที่ประเทศไทยส่งออกยางพาราเป็นอันดับ 1 ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้นายกฯ เร่งตัดสินใจแก้ปัญหาให้ชาวสวนยาง ไม่ใช่ให้บุคคลเช่น รองเลขาธิการนายกฯ ไปดำเนินการเพราะไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ
น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร สส. พัทลุง พรรค ปชป.ลุกขึ้นกล่าวว่า ราคายางพาราตกต่ำประกอบกับค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้นจากการปรับขึ้นราคาของก๊าซแอลพีจีทำให้ชาวเกษตรกรสวนยางเดือดร้อน แต่พบว่ารัฐบาลยังคงดำเนินมาตรการ 2 มาตรฐาน โดยเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) วงเงิน 2.7 แสนล้านบาทรับจำนำข้าวนาปี 2556/2557 เละข้าวนาปรัง แต่ขณะเดียวกันมีการอนุมัติให้เกษตรกรที่มีพื้นที่สวนยางตั้งแต่ 10 ไร่ลงมาได้รับการสนับสนุน 1,250 บาทต่อไร่ แต่ผู้ที่มีพื้นที่มากกว่า 10 ไร่นั้นให้เลื่อนไปประชุมวันที่ 5 ก.ย. แทนที่จะอนุมัติได้ในวันที่ 3 ก.ย.ถือว่ารัฐบาลจัดสรรนโยบายสินค้าเกษตรเเบบ 2มาตรฐานอย่างสิ้นเชิง
ต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ขณะนี้สัญญาณจากนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลยังคงยืนยันว่า ไม่สามารถแทรกแซงราคาได้ จึงยากที่ปัญหานี้ได้รับการคลี่คลาย ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งหนังสือถึงนายกฯ ให้เสียสละเวลาครึ่งวัน มารับฟังเสียงสะท้อนของผู้แทนในการเสนอญัตติ สอบถามรัฐบาลเรื่องการแก้ไขปัญหาราคายาง เพราะวันนี้มีเพียงนายกฯ เท่านั้นที่ให้คำตอบได้
"ผมขอร้องให้รัฐบาลเลิกคิดว่าเรื่องนี้มีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง หรือต้องรอให้เกษตรกรไปยืนยันถึงบ้านท่านนายกฯ ท่านถึงจะเชื่อว่าเป็นความเดือดร้อนของเกษตรกร" นายอภิสิทธิ์กล่าว
อย่างไรก็ตามนายสมศักดิ์ระบุว่าจะช่วยทำหนังสือให้นายกรัฐมนตรีมาฟังการเสนอญัตติเรื่องการแก้ปัญหาราคายางพารา วันที่ 5 ก.ย.นี้







