posttoday
ความจริงกรณีปรับภูมิทัศน์บนเขาพุทธทอง

ความจริงกรณีปรับภูมิทัศน์บนเขาพุทธทอง

04 กันยายน 2556

"เมตตา พานิช" หลานพุทธทาสเขียนบทความเผยความจริงกรณีปรับภูมิทัศน์เขาพุทธทอง ระบุการทำโครงการไม่มีการรับฟังความเห็นทุกฝ่าย

"เมตตา พานิช" หลานพุทธทาสเขียนบทความเผยความจริงกรณีปรับภูมิทัศน์เขาพุทธทอง ระบุการทำโครงการไม่มีการรับฟังความเห็นทุกฝ่าย

นายเมตตา พานิช ประธานกรรมการธรรมทานมูลนิธิ คณะธรรมทานไชยา และหลานพระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินทปัญโญ) ได้เขียนบทความเรื่อง "ความจริงกรณีปรับภูมิทัศน์บนเขาพุทธทอง" ส่งมาให้กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ โดยมีเนื้อหาดังนี้

"ความจริงกรณีปรับภูมิทัศน์บนเขาพุทธทอง"

ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ก่อนวันล้ออายุท่านพุทธทาส มีการประชุมพระสงฆ์ในวัดธารน้ำไหล เจ้าอาวาส พระอาจารย์สุชาติ  ได้แต่งตั้งพระอาจารย์ทองสุขเป็นที่ปรึกษา  และมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเขาพุทธทอง

ประมาณต้นเดือนมิถุนายน ได้ทราบข่าวว่ามีการปรึกษากันเพื่อดำเนินการโครงการนี้  โดยมีการเชิญนายอิทธิฤทธิ์ มาเป็นผู้ช่วยออกแบบดูแลการก่อสร้าง  เท่าที่ทราบจากคนรู้จัก นายอิทธิฤทธิ์ จะเป็นสถาปนิกหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ ทราบแต่ว่าเป็นนักออกแบบและวาดภาพ

ปลายเดือนมิถุนายน มีการนำแบบของโครงการทั้งหมดมาเสนอพระอาจารย์ทองสุข แบบที่นำมาเสนอในตอนแรกนั้นเป็นโครงการใหญ่ เริ่มตั้งแต่ปรับปรุงบนโบสถ์โดยบอกเล่าว่า สมัยท่านพุทธทาสยังอยู่ ท่านเคยปรารภว่าแสงแดดส่องลงมาร้อนมาก แต่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร จึงมีการเขียนแบบโครงสร้างมีเสา 4 ต้น  และมีโครงหลังคาผ้าใบเพื่อกันแดด ส่วนภูมิทัศน์ด้านล่างมีโครงการขยายบันไดทางขึ้น  และทำลานฝึกสมาธิบริเวณที่เผาศพท่านพุทธทาส ถัดลงไปที่เป็นส่วนของพื้นที่หน้าหอไตรต้องการถมปรับพื้นที่เป็นลานจอดรถ

โดยความเห็นส่วนตัว พระอาจารย์ทองสุข คงจะไม่คิดทำเต็มตามโครงการ โดยเฉพาะโครงการทำหลังคาคลุมเพื่อกันแดด ท่านอาจารย์โพธิ์ พูดว่า “สมัยก่อนถ้าแดดร้อนมากก็ใช้ผ้าจีวรผืนใหญ่ ๆ ใช้เชือกผูกโยงกับต้นไม้ก็ใช้ประโยชน์ได้แล้ว”

ต้นเดือนสิงหาคม เริ่มลงมือทำในวันกรรมกร ได้ขอแรงพระขึ้นไปช่วยจัดเรียงหินซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด หลังจากนั้น เริ่มมีการสั่งดินเข้ามากองไว้หลายสิบคันรถ และนำรถแบคโฮไปขุดภูเขา ซึ่งเดิมสมัยท่านพุทธทาส มีโครงการสร้างถ้ำอชันตาตามพุทธประวัติ   ท่านให้ขุดภูเขาไว้เป็นช่องเพื่อเตรียมสร้างถ้ำแต่ไม่ได้ทำต่อ

ในสมัยที่ท่านอาจารย์โพธิ์เป็นเจ้าอาวาส มีการปรับปรุงพื้นที่ให้เรียบและถมทราย เพื่อทำเป็นลานทรายสำหรับนั่งสมาธิ รถขุดและขนก้อนหินขึ้นไปใช้บนภูเขาอยู่หลายวัน มีร่องรอยภูเขาถูกขุดอยู่ชัดเจน

ผมทราบเรื่องนี้ เพราะมีพระแวะมาบอกที่บ้าน ว่ามีการสั่งทรายหินปูนและเหล็กขึ้นไปบนเขาเป็นจำนวนมาก ท่านถามผมว่าเขาจะทำอะไรกัน ตอนแรกท่านคิดว่าเป็นการจัดเรียงหินซ่อมส่วนที่ชำรุดแบบง่าย ๆ ท่านจึงชักชวนพระขึ้นไปช่วยกันในวันกรรมกร วันถัดมาใกล้มืด พระสิงห์ทองมาหาที่บ้าน ท่านบอกว่าดินที่กองถมไว้ที่โคนต้นไม้สูงมาก ถึงระดับเอว  ท่านเกรงว่าต้นไม้ขนาดใหญ่อายุกว่าร้อยปีจะตายเสีย รุ่งเช้าผมได้ไปหาผู้ใหญ่บ้านขอให้ช่วยยับยั้งโครงการไว้ก่อนแต่ไม่เป็นผล  ผมยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป และช่วงนั้นต้องเตรียมงานการอบรมสมาธิคนไทยด้วย จึงไม่ค่อยมีเวลาติดตามเรื่องนี้

ประมาณวันที่ 20 ตอนเย็น  มีชาวบ้านที่ขายของอยู่หน้าวัดไปหาผม เล่าให้ฟังว่า เมื่อตอนเช้ามีพระลงมาขนก้อนหินบางส่วนที่กองไว้ข้างลานหินโค้ง และมีชาวบ้านหลายคนปรึกษาร่วมกันว่า จะรวมกลุ่มคัดค้าน  ขอให้ผมช่วยไปชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจว่า โครงการที่เขากำลังทำอยู่มีความเป็นมาอย่างไร   เวลาประมาณ 18.00 น. หลังจากทำวัตรเย็นเสร็จ ผมจึงออกไปพบกับกลุ่มชาวบ้านที่รออยู่ ชาวบ้านได้เอาใบถ่ายเอกสารให้อ่าน  มีใจความว่าพระสิงห์ทองได้ไปขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่สำนักงานป่าไม้  ขอให้ช่วยเขียนจดหมายถึงเจ้าอาวาส เพื่อให้คำแนะนำในการแก้ไขและป้องกันไม่ให้ต้นไม้ที่มีอายุกว่า 100 ปี ต้องยืนต้นตายเพราะถูกดินถม

ต่อมาวันอาทิตย์ ที่ 25 ได้มีชาวบ้านจากหลายท้องที่ขึ้นไปดูบนเขาพุทธทอง ผมตามขึ้นไปดู เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น. และตกเป็นจำเลยว่าเป็นผู้นำการประท้วง เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตที่ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการแสดงออกถึงความรุนแรง และเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าเป็นเกมทางการเมืองเป็นการต่อสู้กับอำนาจของวัตถุนิยมอันเลวร้าย  ยากที่คนธรรมดาระดับชาวบ้านหรือแม้แต่พระซึ่งบวชใหม่ จะมองเห็นหรือเข้าใจได้ตามโครงการนี้ 

ถ้าจะทำให้สำเร็จเต็มโครงการจะต้องใช้ก้อนหินมากมาย ภูเขาอาจจะถูกขุดทำลายเพิ่มขึ้นอีก และเมื่อทำเสร็จแล้วจะได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่าจากการลงทุนหรือไม่ ยังไม่มีคำตอบหรือคำอธิบายที่ชัดเจนจากเจ้าของโครงการ  การจัดสวนหินให้เป็นที่นั่งโดยคิดว่าจะใช้เป็นที่ฝึกสมาธิ อาจเกิดปัญหาทำนองเดียวกันกับที่เคยเกิดเหตุการณ์ที่สระนาฬิเกร์  บันไดที่นั่งข้างสระนาฬิเกร์ มีบ่อยครั้งที่วัยรุ่นมานั่งคุยกันและแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมกับสถานที่ จนกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องแก้ปัญหาด้วยการปิดประตูวัดไม่ให้สามารถขับรถเข้ามาได้โดยสะดวก

โดยสรุปแล้วทุกคนที่เกี่ยวข้อง ล้วนรักเคารพท่านพุทธทาส และปรารถนาดีต่อสวนโมกข์ น่าเสียดายที่ไม่ได้มีการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกัน และรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายให้รอบด้านและครบถ้วน ก่อนตัดสินใจทำโครงการนี้

ส่วนโมกข์เป็นสมบัติของคนทั้งประเทศ  หรือทั้งโลกก็ว่าได้  ควรที่ทุกคนต้องช่วยกันปกป้องรักษาไว้ให้เป็น ไปตามปณิธานของท่านพุทธทาส  ตลอดไปชั่วกาลนาน

ท่านพุทธทาส  เขียนเป็นลายมือว่า ความสำราญทางกายย่อมต้องแลกมาด้วยความรุ่มร้อนทางใจเสมอ  ในกรณีนี้ผมเห็นว่า  ความสวยงามสะดวกสบายทางวัตถุย่อมต้องแลกมาด้วยความสูญเสียของสมดุลตามธรรมชาติที่ไม่อาจประเมินค่าได้

***********************

มรดกที่ 6 สวนโมกข์คือ สถานที่ให้ความสะดวกในการเป็นเกลอกับธรรมชาติ  ทั้งฝ่ายจิตและฝ่ายวัตถุ,  ควรจัดให้มีกันทุกแห่งหนเพื่อการศึกษาธรรมชาติโดยตรง, เพื่อการรู้จักกฎของธรรมชาติ, และเพื่อการชิมรสของธรรมชาติ  จนรู้จักรักธรรมชาติ  ซึ่งล้วนแต่ช่วยให้เข้าใจธรรมะ  ได้โดยง่าย

***********************

อนึ่งในวันที่ 7 ก.ย.นี้เวลา 13.00น.ได้มีการนัดพบร่วมแสดงความคิดเห็นของกลุ่มผู้รักสวนโมกข์ บริเวณอาคารคณะธรรมทาน หน้าสวนโมกข์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท