posttoday
เงินเฟ้อ "เพ้อ" หรือ "จริง"

เงินเฟ้อ "เพ้อ" หรือ "จริง"

04 กันยายน 2556

นับตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ หลายๆ นโยบายประชานิยมที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

นับตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ หลายๆ นโยบายประชานิยมที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเป็นสัญญาใจกับประชาชนในเรื่องของการเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย ได้มีการดำเนินการไปแล้วทั้งนโยบายการเพิ่มรายได้ คือ ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาททั่วประเทศ เงินเดือนเดือนละ 1.5 หมื่นบาท สำหรับแรงงานใหม่ที่เรียนจบชั้นปริญญาตรี โดยได้นำร่องใช้กับหน่วยงานราชการ ส่วนเอกชนนั้นใช้วิธีการขอความร่วมมือ

แต่ในส่วนของนโยบายลดรายจ่าย รัฐบาลก็ได้ต่ออายุมาตรการรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เพื่อประชาชน ออกไปครั้งละ 6 เดือน เมื่อมาตรการใกล้หมดอายุ ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ลิตรละ 30 บาท แต่อีกหลายๆ เรื่อง เช่น ค่าน้ำค่าไฟฟรี ก็ลดจำนวนผู้ได้ใช้ฟรีลงจำกัดให้อยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจริงๆ

ดูเหมือนรัฐบาลได้ทำตามสัญญาที่ได้หาเสียงไว้แล้ว แต่สิ่งที่ทำกลับดูเหมือนจะทำให้รัฐบาลติดกับดักประชานิยมเสียแล้ว เมื่อนโยบายเพิ่มรายได้กลับพ่นพิษไปดันให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างพรวดพราด ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเกือบทุกประเภทเพิ่มสูงขึ้น

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เคยจัดทำรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในเดือน มิ.ย. 2556 เสนอต่อนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไปว่า ข้อมูลราคาสินค้าตั้งแต่เดือน ก.ย. 2554-มิ.ย. 2556 ราคาสินค้าหลายหมวดเพิ่มขึ้น อาทิ ราคาผักสดเพิ่มขึ้น 25.8% ราคาผลไม้สดเพิ่มขึ้น 16.3% ราคาอาหารบริโภคในบ้านสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 5.4% ราคาไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 19.9% ราคาน้ำประปาเพิ่มขึ้น 12% ราคาเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 14.7% ราคายาสูบเพิ่มขึ้น 12.8% และราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 3.8%

สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าสำคัญที่ประชาชนต้องกินต้องใช้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะราคาสินค้าบริโภคเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 10-25% จากเดือน ก.ย. 2554-มิ.ย. 2556 แต่จนถึงขณะนี้ตัวเลขของ สศช.เป็นตัวเลขที่ล้าหลังไปแล้ว เพราะตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2556 รัฐบาลปล่อยให้มีการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจี ภาคครัวเรือน เดือนละ 50 สตางค์ จนกว่าจะครบ 6 บาทต่อกิโลกรัม ค่าเอฟทีไฟฟ้าอีก 7.08 สตางค์ต่อหน่วย ตั้งแต่งวดเดือน ก.ย.ธ.ค. และขยับค่าทางด่วนขึ้นอีก 5-10 บาท ยิ่งเป็นชนวนให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอีกรอบโดยอ้างราคาก๊าซเป็นต้นเหตุ ทั้งข้าวแกง อาหารสำเร็จรูปที่ปรับราคาขึ้นไปจานละ 510 บาท เป็นต้น

ดังนั้น ตัวเลขราคาสินค้าหลังจากเดือน ก.ย. จะปรับสูงขึ้นไปกว่าที่ สศช.รายงานต่อนายกฯ เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาเสียอีก

แต่ราคาสินค้าแพงนั้น กลับถูกมองว่าเป็นการคิดไปเองของประชาชน โดย วัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน ส.ค. 2556 เท่ากับ 105.41 สูงขึ้น 1.59% เทียบกับเดือน ส.ค. 2555 ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวต่ำสุดในรอบ 46 เดือน

และเมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. 2556 เงินเฟ้อลดลง 0.01% ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 8 เดือน สูงขึ้น 2.47% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ที่คนมองว่าสินค้ามีราคาแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น เป็นแค่ความรู้สึก เพราะกรมการค้าภายในได้ดูแลราคาสินค้าเป็นอย่างดี ได้ขอผู้ผลิตให้ร่วมมือตรึงราคาถึงสิ้นปี แต่ที่คนคิดว่าค่าครองชีพสูงขึ้น เพราะไปมองว่าค่าทางด่วนขึ้น ค่าไฟฟ้าขึ้น ค่าก๊าซหุงต้มขึ้น ทั้งที่เพิ่งเริ่มขึ้นเดือน ก.ย.นี้เอง

ในขณะที่ ชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า แม้ผู้ใช้แรงงานจะได้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท แต่ก็ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น คณะกรรมการค่าจ้างจึงควรทบทวนมติเดิมที่จะไม่มีการปรับค่าจ้างอีก 3 ปี ตามเงื่อนไขการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท

ราคาสินค้าแพงเป็นแค่ความรู้สึกหรือเป็นความจริงนั้น เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ในทางวิชาการกระทรวงพาณิชย์เก็บตัวเลขเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งประเทศและมีการถ่วงน้ำหนักสินค้าในกรอบของสูตรคำนวณเงินเฟ้อ จึงทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อของประเทศออกมาไม่สูง

แต่ค่าครองชีพที่ประชาชนต้องเจอในแต่ละวันนั้น เป็นของจริงที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะราคาน้ำมันลดลง แต่ประชาชนไม่ได้รับผลประโยชน์อะไร เนื่องจากค่าโดยสารรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ค่ารถตู้โดยสาร และราคาสินค้าที่ขอขึ้นราคาไปแล้ว ไม่ได้ลดราคาลงตามน้ำมัน

นอกจากนี้ สินค้าที่ประชาชนบริโภคในแต่ละวันมีมากชนิดกว่าสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์นำไปถ่วงน้ำหนักคำนวณอัตราเงินเฟ้อ ตัวเลขเงินเฟ้อ กับตัวเลขค่าครองชีพที่ประชาชนเจอ จึงต่างกัน

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สศช. เคยระบุว่า ประเด็นราคาสินค้านั้นแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดย 6 เดือนแรกของปีนี้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 2.7% เทียบกับปีก่อนที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% และเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี ไม่ได้หมายความว่าราคาสินค้าจะไม่เพิ่มขึ้น เพราะราคาสินค้าได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว

พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ก็ยังแถลงผลการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) เป็นห่วงค่าครองชีพประชาชนที่จะสูงขึ้น เห็นว่ารัฐบาลควรออกมาตรการดูแลกำลังซื้อของประชาชน ด้วยวิธีการที่ชัดเจนและปฏิบัติได้ เพื่อให้เศรษฐกิจครึ่งปีหลังขยายตัว

เป็นเรื่องแปลกที่ สศช. และ กกร. มองสวนทางกับกระทรวงพาณิชย์และรัฐบาล ทั้งที่เป็นหน่วยงานจัดเก็บและสำรวจข้อมูลทางเศรษฐกิจเช่นกัน

การเห็นต่างของทั้งสององค์กร เป็นการคิดไปเองเหมือนประชาชนทั้งประเทศได้อย่างไร เป็นเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ต้องคิดบนพื้นฐานของตัวเลขและข้อเท็จจริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท