
เหรียญอีกด้าน เค-วอเตอร์มือไม่ถึง-ทำลายสิ่งแวดล้อม
“โพสต์ทูเดย์” มีโอกาสสัมภาษณ์ ยัม ฮชองฮอล ผู้อำนวยการสหพันธ์สิ่งแวดล้อมเกาหลี หรือ KFEM ที่กรุงโซล ระหว่างบริษัท เควอเตอร์
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
“โพสต์ทูเดย์” มีโอกาสสัมภาษณ์ ยัม ฮชองฮอล ผู้อำนวยการสหพันธ์สิ่งแวดล้อมเกาหลี หรือ KFEM ที่กรุงโซล ระหว่างบริษัท เควอเตอร์ นำคณะสื่อมวลชนไทยไปดูการดำเนินงานในโครงการของบริษัทในเกาหลีใต้
ยัม ย้ำว่า เควอเตอร์ ที่เขารู้จักอันเป็นเหรียญอีกด้าน ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่ผู้บริหาร เควอเตอร์ อธิบายมาตลอดขณะตอบคำถามแก่สื่อมวลชนไทย
“ไม่ใช่ว่าทุกอย่างที่เควอเตอร์ ทำในเกาหลีประสบความสำเร็จทั้งหมด หลายโครงการที่บริษัทนี้ทำ สร้างปัญหาตามมาอีกมาก ซึ่งเรากังวลว่าหากปล่อยให้เควอเตอร์ จัดการต่อ จะล้มเหลวในไทยเช่นกัน” ยัม เริ่มเล่า พร้อมกับบอกว่าเทคโนโลยีที่เควอเตอร์ ทำแล้วประสบความสำเร็จโดยไม่มีข้อโต้แย้ง มีเพียงการจัดการน้ำแบบ Single Command เท่านั้น
ยัม ย้ำว่า โครงการ กยองอินอารา วอเตอร์เวย์ ซึ่งเชื่อมระหว่างแม่น้ำฮัน และทะเลตะวันตก เพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตลุ่มน้ำกัลโป ที่ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี 2555 ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
“เริ่มแรก เควอเตอร์ ระบุว่าโครงการแห่งนี้จะเป็นช่องทางระบายน้ำฉุกเฉิน แต่พอเวลาผ่านไปกลับกลายเป็นคลองเพื่อให้เรือวิ่งผ่านเข้าออกเท่านั้น และมีเรือใหญ่วิ่งเข้าออกน้อยมาก เป็นการใช้เงินกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างคลองที่ไม่มีใครใช้งาน” เอ็นจีโอเกาหลีผู้นี้ ระบุ
เมื่อนำประสบการณ์ในเกาหลีมาเปรียบเทียบกับโครงการสร้างฟลัดเวย์ โมดูล เอ 5 มีจุดประสงค์หลักเพื่อช่วยระบายน้ำหลากจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่อ่าวไทย ความยาวกว่า 300 กิโลเมตร ซึ่งเควอเตอร์ไม่มีประสบการณ์การก่อสร้างฟลัดเวย์ ไม่ว่าจะในเกาหลีหรือในประเทศอื่น โครงการนี้จึงน่าวิตกอย่างมาก
ทั้งนี้ โครงการพัฒนา 4 แม่น้ำของเกาหลีใต้ ยัม มองว่า เป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดของเควอเตอร์ เพราะใช้เงินกว่า 5.5 แสนล้านบาท ในการปรับปรุงคุณภาพ 4 แม่น้ำสายหลัก ผ่านการขุดลอกแม่น้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำ ฝาย 16 แห่ง และเขื่อนอีก 2 แห่ง โดยที่เควอเตอร์ อธิบายว่าจะเป็นต้นแบบฟลัดเวย์ในโมดูล เอ 5
ยัม เล่าว่า โครงการพัฒนา 4 แม่น้ำ เริ่มมีปัญหาตั้งแต่เริ่มทำประชาพิจารณ์ โดยนักการเมืองพยายามเปลี่ยนกฎหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อเลี่ยงกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งโครงการของเควอเตอร์ระยะหลังมักเป็นในลักษณะเดียวกันหมด คือจะทำประชาพิจารณ์หลังตัดสินใจแล้วว่าจะทำ
“หลังก่อสร้างเสร็จเมื่อปี 2554 โครงการสร้างปัญหาตามมามาก โดยเฉพาะการไหลของแม่น้ำที่ช้าลงกว่า 20 เท่า นำมาสู่ปรากฏการณ์แม่น้ำสีเขียว หรือ Algae Booms ในช่วงฤดูร้อน และกระทรวงสิ่งแวดล้อมของเกาหลีก็ออกมายอมรับว่าปรากฏการณ์แม่น้ำสีเขียวรุนแรงขึ้นจากโครงการพัฒนา 4 แม่น้ำ เพราะฉะนั้นเควอเตอร์จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้” ยัม ระบุ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังบอกว่า คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและการไต่สวนของเกาหลี ระบุว่า ไม่มีความจำเป็นในการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม เนื่องจากน้ำท่วมส่วนใหญ่เกิดขึ้นในแม่น้ำส่วนบนและภาคเหนือ ไม่ใช่แม่น้ำในภาคกลางหรือภาคใต้ของประเทศ ซึ่งโครงการตั้งอยู่
นอกจากนี้ ในแต่ละปีโครงการต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซ่อมบำรุงและดูแลรักษา เฉพาะในโครงการ 4 แม่น้ำ มีภาคประชาชนและเอ็นจีโอเกาหลีมากกว่า 280 กลุ่ม คัดค้านโครงการนี้ร่วมกัน ขณะเดียวกันก็กำลังตรวจสอบในประเด็นการคอร์รัปชั่นที่ฝ่ายค้านเกาหลีนำมาเปิดเผยด้วย
ขณะที่โครงการในไทยนั้น ยัม เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลปกครองกลางไทย ที่สั่งให้ยุติโครงการบริหารจัดการน้ำทุกโมดูล เนื่องจากเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 57 วรรค 2 และมาตรา 67 วรรค 2
“เราจะร่วมกับภาคประชาชนของไทยเพื่อเกาะติดโครงการนี้ต่อไป จนถึงตอนนี้เราพูดได้เต็มปากว่า เราไว้ใจเควอเตอร์ไม่ได้” ยัม ทิ้งท้าย







