
สรรพสามิตโต้น้ำเมาขึ้น5บาท
ภาษีปรับวันที่4ก.ย.นี้เฉลี่ยขยับแค่7-15%.
ภาษีปรับวันที่4ก.ย.นี้เฉลี่ยขยับแค่7-15%.
วงการน้ำเมาเตรียมโขกราคาขวดละ7บาท.สรรพสามิต ระบุขึ้นภาษีเหล้า 4 ก.ย. ราคาขยับ 715% หรือ 35 บาท ค่ายน้ำเมาแย้มจ่อขึ้น 7 บาท
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะออกประกาศกระทรวงเกี่ยวกับอัตราภาษีสรรพสามิตสุราใหม่ของภาษีสุรา เบียร์ ไวน์ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันที วันที่ 4 ก.ย. 2556 เวลา 01.00 น. เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้าราคาใหม่
สำหรับภาษีสรรพสามิตสุราใหม่ ไม่ได้ปรับขึ้นชนเพดาน 2,000 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ตามที่ พ.ร.ก.แก้ไข พ.ร.บ.สุราฯ กำหนด แต่จะยึดหลักทยอยปรับขึ้นในอนาคต โดยครั้งนี้ปรับภาษีสรรพสามิตสุราขึ้นเฉลี่ย 78% และอาจมีบางรายการปรับขึ้น 10-15% ซึ่งไม่ได้ส่งผลให้ราคาขายปลีกปรับขึ้นมากนัก เช่น เบียร์จะปรับขึ้นเพียง 23 บาทต่อกระป๋องเท่านั้น แต่บางรายการก็สูงกว่านี้ เช่น เหล้า โดยเฉพาะสุรานำเข้า
ด้านนายปริญ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้น กล่าวว่า การปรับภาษีสรรพสามิตเบียร์ครั้งนี้ ทำให้เบียร์ราคาขึ้น 37 บาท หรือเท่ากับขึ้นราคา 10% ถือว่าเป็นราคาที่สูง ซึ่งเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา หรือปี 2552 มีการขึ้นภาษีสรรพสามิตแล้ว ส่งผลให้ราคาเบียร์ต่อขวดขึ้น 5.5% หรือ 45 บาทต่อขวด
“การปรับราคาเบียร์ขึ้นทุกครั้ง จะส่งผลกระทบต่อยอดขายเบียร์อยู่แล้ว เพราะจะส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อในระยะสั้นๆ” นายปริญ กล่าว
แหล่งข่าวจากบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างภาษีในครั้งนี้ ส่งผลให้เบียร์ปรับราคาเพิ่มขึ้น 5 บาท ในขนาด 630 มล. ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่คนนิยมซื้อดื่มมากที่สุด ถือว่าเป็นการปรับราคาที่สูงสำหรับภาวะตลาดในขณะนี้
ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างภาษีในครั้งนี้ กระทรวงการคลังคิดการจัดเก็บภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้น 200% ของผลิตภัณฑ์ เพราะเป็นการคิดการจัดเก็บ 2 แบบ โดยนำระบบการจัดเก็บภาษีในเชิงปริมาณดีกรีแอลกอฮอล์เพิ่ม 3 บาทต่อลิตรปริมาณดีกรี
“อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เพียงเฉพาะเบียร์เท่านั้น ไวน์และเหล้าได้รับผลกระทบมากกว่าเบียร์ด้วยซ้ำ พูดได้ว่าการจัดเก็บดังกล่าวจะทำให้ผู้ผลิตเบียร์ขาดทุน บริษัทจะทำเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีเสนอภาครัฐ เพราะเป็นระบบจัดเก็บที่ไม่ถูกต้อง” แหล่งข่าวจากบริษัท สิงห์ฯ เปิดเผย
นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและการตลาด บริษัท ตั้งงี่สุ่น จ.อุดรธานี ผู้ค้าส่งสุรา กล่าวว่า ช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปั่นป่วนหนัก ผู้ผลิตไม่ยอมส่งหรือส่งให้ปริมาณจำกัดกับร้านค้าส่ง
ขณะที่กลุ่มผู้ค้าปลีกก็แห่กักตุนสินค้า เพื่อหวังโกยกำไรที่เพิ่มจากภาษีที่ขึ้น ขณะในห้างมีการจำกัดการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังจากที่ภาครัฐจะประกาศปรับโครงสร้างภาษีในวันที่ 4 กันยายน นี้ นอกจากนี้ในส่วนช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ยังพบว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการจำกัดปริมาณการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์







