
แจ้งกองปราบจับแก๊งนักข่าวผีตุ๋นชาวบ้าน
เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ส่งน้องสาวแจ้งความกองปราบจับแก็งนักข่าวประเด็นเด็ด7สีหลอกชาวบ้านในอ.จะนะ
เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ส่งน้องสาวแจ้งความกองปราบจับแก็งนักข่าวประเด็นเด็ด7สีหลอกชาวบ้านในอ.จะนะ
ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.รัตติยา นิมา อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ถนนประชาอุทิศ ซอย 69 แยก 1 แขวงและเขตทุ่งครุ กทม.รับมอบอำนาจจาก นายปราโมทย์ นิมา อายุ 42 ปี พี่ชาย ซึ่งเป็นเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ในพื้นที่เขตทุ่งครุ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายประสิทธิ์ และนายกฤษฎา อับดุลเลาะห์ สองพ่อลูก ซึ่งแอบอ้างตัวเป็นผู้สื่อข่าวรายการ “ประเด็นเด็ดเจ็ดสี” และสนิทสนมกับนักการเมืองและมูลนิธิชื่อดัง ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ นอกจากนี้ยังมีพฤติการณ์หลอกลวงเรียกรับเงินจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา อีกด้วย โดยทำหนังสือร้องทุกข์ ประกอบกับภาพถ่ายและเอกสารที่เกี่ยวข้องมอบไว้เป็นหลักฐาน
น.ส.รัตติยา กล่าวว่า พี่ชายตนได้รู้จักกับนายปราโมทย์ เนื่องจากได้มาทำข่าวกรณีมีผู้เสียชีวิตภายในอพาร์ทเม้นท์ของพี่ชาย เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว จากนั้นนายปราโมทย์ กับลูกชายเขา ก็เข้ามาทำความรู้จักและตีสนิทกับมารดาและน้องสาวคนสุดท้องของตน ก่อนจะพูดคุยถึงเรื่องต่างๆ รวมทั้งหลอกลวงว่าสามารถช่วยเหลือในปัญหาต่างๆ ได้ เพราะทำงานให้กับทางมูลนิธิชื่อดังอีกด้วย ต่อมานายปราโมทย์ ก็มาจีบน้องสาวตน และมาหลอกเอาเงินค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์จากมารดาหลายครั้ง นอกจากนี้ยังหลอกให้เช่าซื้อรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน ถบ 3479 กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้งานด้วย
น.ส.รัตติยา กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการหลอกเอาเงินจากมารดากับน้องสาวแล้ว ทั้งสองยังลงพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านพักของพี่ชาย อ้างว่าจะเปิดศูนย์ข่าวประจำ 14 จังหวัดภาคใต้ ในนามสมาคมข่าวแห่งหนึ่ง ขอเงินจากมารดาตนมา 40,000 บาท แล้วไปบอกกับพี่ชายตน นักการเมืองท้องถิ่นรวมถึงชาวบ้าน ว่ามีส่วนพัวพันกับการเรียกรับผลประโยชน์ต่างๆ ซึ่งหากไม่อยากถูกตรวจสอบว่าเกี่ยวพันกับสถานการณ์ความมั่นคง เนื่องจาก อ.จะนะ เป็น 1 ใน 4 อำเภอของ จ.สงขลา ที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ความไม่สงบ เช่นเดียวกับใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับการไม่ร้องเรียนเรื่องต่างๆ ทำให้มีผู้หวาดกลัวหลงเชื่อ ยอมจ่ายเงินให้กับบุคคลทั้งสอง โดยเฉพาะนายอาโหรน หมัดเส๊าะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ ซึ่งจ่ายเงินไปแล้วถึง 80,000 บาท
“เรื่องที่เกิดขึ้นดิฉันจะทราบข้อมูลต่างๆ เพราะได้เคยสอบถามนายประสิทธิ์ จนทำให้เขาไม่พอใจ และคิดว่าจะกีดกันไม่ยอมให้คบหากับน้องสาวถึงขั้นใช้ปืนยิงข่มขู่ถึงหน้าอพาร์ทเม้นท์ที่ทุ่งครุ มาแล้ว 2 ครั้ง ทำให้รู้สึกหวาดกลัวเกรงว่าคนในครอบครัวและผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงต้องเข้าแจ้งความในครั้งนี้เพื่อขอให้ตำรวจช่วยตรวจสอบและดำเนินคดีโดยเร็ว” น.ส.รัตติยา กล่าวและว่า ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังบริษัทต้นสังกัดของทั้งสองแล้ว เพราะมีผู้ที่เดือดร้อนจากการกระทำของเขาเป็นจำนวนมาก
ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า ได้รับเรื่องไว้ในเบื้องต้น โดยสั่งการให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.สอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป.







