
ลุ้นซีเรีย
ถือว่าซื้อเวลายืดลมหายใจออกไปได้อีกสัปดาห์ล่ะค่ะ สำหรับวิกฤตการณ์ทางการเมืองในซีเรีย หลังจากที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา โยนเผือกร้อนไปให้สภาคองเกรสตัดสินใจ ซึ่งจะมีการประชุมสมัยในวันจันทร์ที่ 9 ก.ย.นี้
ถือว่าซื้อเวลายืดลมหายใจออกไปได้อีกสัปดาห์ล่ะค่ะ สำหรับวิกฤตการณ์ทางการเมืองในซีเรีย หลังจากที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา โยนเผือกร้อนไปให้สภาคองเกรสตัดสินใจ ซึ่งจะมีการประชุมสมัยในวันจันทร์ที่ 9 ก.ย.นี้
หากดูจากบริบทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าทีข่มขู่รายวันของสหรัฐและพันธมิตร รวมไปถึงการส่งเรือรบลำแล้วลำเล่าไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก็น่าเชื่อได้ว่า การโจมตีซีเรียอาจเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
อย่างไรก็ตาม การซื้อเวลาที่เกิดขึ้นนั้นก็เป็นหลักฐานชั้นดีเช่นกันว่า ซีเรียไม่เหมือนกับอียิปต์หรือลิเบีย ที่สหรัฐจะสามารถทำอะไรได้ตามใจชอบ
ประเด็นแรกนั้น ซีเรียเป็นพันธมิตรสำคัญกับรัสเซีย ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ชาติสมาชิกถาวรยูเอ็น ซึ่งยังได้จีนเข้ามาร่วมหนุนหลัง ทำให้แผนการถล่มไม่เป็นไปอย่างเอกฉันท์เหมือนครั้งลิเบีย ซึ่งครั้งนั้นไม่จำเป็นต้องงัดหลักฐานอะไรมาอ้างด้วยซ้ำ
ที่สำคัญก็คือ หากพิจารณาในแง่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะพบว่า ซีเรียไม่ใช่ทั้งผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ต่างจากลิเบียที่ส่งออกเป็นอันดับที่ 15 หรืออิรักที่ส่งออกลำดับที่ 6
หากไม่นับเรื่องการเอื้อต่อธุรกิจค้าอาวุธที่ติด 1 ใน 3 ธุรกิจบิ๊กเบิ้มของสหรัฐ การถล่มซีเรียอาจให้ประโยชน์เพียงแง่ของภูมิศาสตร์การเมือง ซึ่งอาจทำให้สหรัฐต้องคิดหนักไม่น้อยในยามที่ประเทศมีหนี้ท่วม และเศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ขณะที่คนอเมริกันต่างก็เบื่อสงครามเต็มทน ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วจากในอังกฤษ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนผลลงมติของรัฐสภาอังกฤษ
งานนี้อาจไม่มีใครฟันธงได้ 100% ว่าจะจบยังไง เพราะสถานการณ์อาจพลิกผันได้ทุกเมื่อในอีก 1 สัปดาห์หลังจากนี้ค่ะ







