
สุรินทร์ฉะสไกป์ทำปรองดองเหลว
โทนีแบลร์สอนรัฐฟังเสียงข้างน้อยยอมรับผลคอป.
โทนีแบลร์สอนรัฐฟังเสียงข้างน้อยยอมรับผลคอป.
สุรินทร์สวนกลางวง โทนี แบลร์ ความปรองดองไม่เกิดถ้ามีคนทางไกลสร้างความไขว้เขว
กระทรวงการต่างประเทศ จัดปาฐกถาพิเศษ “ผนึกกำลังสู่อนาคต : เรียนรู้ร่วมกันจากประสบการณ์” ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในการเจรจาสันติภาพโลกเป็นองค์ปาฐก อาทิ นายโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร
ทั้งนี้ หลังการบรรยายเปิดโอกาสให้ซักถาม ซึ่งนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ได้ขอความเห็นจากนายโทนี กรณีที่มีการเชื่อมอำนาจผ่านสไกป์จากนอกประเทศมาในประเทศจนส่งผลกระทบต่อภายในประเทศ โดยการสร้างความปรองดองจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ปรากฏว่านายโทนีไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว เนื่องจากผู้ดำเนินรายการได้สรุปและรวบรัดปิดการสัมมนาก่อนให้พักรับประทานอาหารกลางวัน
นายสุรินทร์ เปิดเผยว่า สิ่งที่พูดกันในเวทีนี้ยืนยันชัดเจนแล้วว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย อยู่ที่หลักการและกระบวนการประชาธิปไตย ที่ถูกตีความไปตามแต่ละความเห็น ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และเปิดพื้นที่ให้มีส่วนร่วม จะช่วยคลี่คลายปัญหาได้
“ผมยืนยันว่ากระบวนการประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายค้านหรือรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังมีความพยายามผลักดันของบางคนจากนอกประเทศ ทำให้สิ่งที่ทำกันอยู่ในประเทศเกิดความไขว้เขว เพิ่มเชื้อความเข้าใจผิดๆ และทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกัน แล้วกระบวนการปรองดองประเทศจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อยังมีสิ่งรบกวนประชาธิปไตยและสันติสุขของประเทศอยู่” นายสุรินทร์ กล่าว
สำหรับการบรรยายเมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายโทนี กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย คนไทยเท่านั้นจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ และสันติภาพจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกฝ่ายมองเห็นรางวัลที่วางอยู่ในเบื้องหน้าร่วมกัน
“กระบวนการปรองดองต้องเกิดความยุติธรรมและทุกฝ่ายยอมรับได้ เมื่อมีการกำหนดเป้าหมายในการปรองดองแล้ว หลักการที่สำคัญที่สุดอีกประการ คือ จะต้องเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง มีหลักนิติธรรม โดยประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่การลงคะแนนเลือกตั้ง และไม่ใช่การที่คนส่วนใหญ่เข้ามามีอำนาจ แต่ขึ้นอยู่กับว่าได้ให้ความสำคัญกับคนส่วนน้อยอย่างไร” นายโทนี กล่าว
นายโทนี กล่าวว่า ฝ่ายบริหารควรเคารพอำนาจและการตัดสินของฝ่ายตุลาการ แม้บางอย่างอาจขัดใจตัวเอง เชื่อว่าการที่ทำให้องค์กรดังกล่าวมีความเป็นอิสระ ปราศจากอคติ คือ กระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง
นางฟริซิลลา เฮย์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านความยุติธรรมฯ กล่าวว่า ส่วนตัวสนับสนุนให้เกิดการปรองดองโดยนำผลการศึกษาที่ได้ข้อยุติของ คอป.และสถาบันพระปกเกล้าฯ มาศึกษาด้วย
“เห็นว่าไม่ใช่กระบวนการเร่งรีบ และต้องเอาใจใส่ในการรับฟังความเห็นต่าง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่จะทำเพื่อประโยชน์ของชาติ” นางฟริซิลลา กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่มีเวทีดังกล่าว ส่วนจะจัดขึ้นครั้งที่ 2 หรือไม่ยังไม่ทราบ แต่ยืนยันจะมีการจัดขึ้นแน่







