posttoday
แนะไทยใช้"นอร์ดิกโมเดล"พัฒนาชาติ

แนะไทยใช้"นอร์ดิกโมเดล"พัฒนาชาติ

02 กันยายน 2556

เวทีปาฐกถาแนะรัฐบาลใช้"นอร์ดิกโมเดล"พัฒนาเศรษฐกิจควบทรัพยากรมนุษย์ "ปลัดยธ."ยันคอป.ทำหน้าที่อิสระเป็นกลาง

เวทีปาฐกถาแนะรัฐบาลใช้"นอร์ดิกโมเดล"พัฒนาเศรษฐกิจควบทรัพยากรมนุษย์ "ปลัดยธ."ยันคอป.ทำหน้าที่อิสระเป็นกลาง

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. การปาฐกถาพิเศษ “ผนึกกำลังสู่อนาคต : เรียนรู้ร่วมกันจากประสบการณ์” ณ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี ช่วงบ่ายเป็นการเสนอมุมมองของผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศและวิทยากรชาวไทย เช่น นายเยนส์ ออร์บัค อดีตรมว.ยุติธรรม ประเทศสวีเดน

ศ.สตีเฟน สเตทแมน นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) เมืองสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา นายเคนท์ ฮาร์สเต็ดท์ สมาชิกรัฐภาสวีเดน นายไมเคิล วาทิคิโอทิส ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ HDC นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

นายเยนส์ กล่าวว่า การสร้างบรรยากาศที่ดีในประเทศ หากภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็งจะนำไปสู่การสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืน  ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ประชาชน มีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นต้องสร้างความไว้วางใจ

นายเคนท์ ระบุว่า ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก แตกต่างจากสวีเดนที่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร รวมถึงไทยมีโอกาสในการแข่งขัน แต่คนที่จะทำลายโอกาสนั้น คือ ปัญหาภายในประเทศ
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเป็นเรื่องท้าทาย และต้องมีการนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศมาเป็นบทเรียนด้วย

“ผมเสนอ นอร์ดิก โมเดล ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศต้นแบบการปรับปรุงระบบเศรษฐกิจ ประกอบด้วย นอร์เวย์ เดนมาร์ก สวีเดน และฟินแลนด์ ที่ประสบความสำเร็จด้านดังกล่าวควบคู่ไปกับทรัพยากรมนุษย์ และให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริตของนักการเมือง”นายเคนท์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ ผ่านการทำงานที่เข้มแข็งของฝ่ายค้าน ซึ่งสวีเดนมีความสามารถในการพัฒนาสังคม และลดช่องว่างของรายได้ ส่วนปัญหาการชุมนุมนั้น สวีเดนก็เน้นเรื่องของการเจรจาเป็นหลัก แม้รัฐบาลหรือฝ่ายค้านจะมีความขัดแย้ง แต่ควรมีพื้นที่ในการหารือกัน

ขณะที่ นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะอดีตคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งคอป.ถูกตั้งขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองสูงสุด เป็นการแต่งตั้งพร้อมกับการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปด้านอื่นๆ อาทิ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ การเมือง และปฏิรูปสื่อสารมวลชน

ทั้งนี้ ได้มีการวางกรอบการศึกษาให้ลงลึกถึงรากเหง้าของปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งยอมรับว่าการศึกษาไม่ใช่เรื่องง่าย และขอยืนยันว่าการทำงานของคอป.มีอิสระ และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลและรับฟังข้อมูลจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่คนกลุ่มนั้นไม่เคยได้รับโอกาสในช่วงที่ผ่านมา

“การนิรโทษกรรมนั้นจะต้องพิจารณาร่วมกันว่าเรื่องใดยอมรับได้หรือไม่ และส่วนตัวมองว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ แต่ในวิกฤติก็ยังมีโอกาส ซึ่งจากผลการศึกษาของคอป.และสถาบันพระปกเกล้าฯ มีความเห็นสอดคล้องกันในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อเดินหน้าสร้างความปรองดอง ส่วนรายงานคอป.จะนำไปใช้ประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง”นายกิตติพงษ์ กล่าว

ขณะที่ นายธงทอง กล่าวว่า ข้อเสนอของคอป. และสถาบันพระปกเกล้าฯ ได้นำมาสู่แนวทางการสร้างความปรองดองในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการจัดเวทีประชาเสวนา 108 เวทีทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นพื้นที่การหารือ ซึ่งบรรยากาศโดยรวมการเสวนาเป็นไปด้วยดี และได้รับความร่วมมือจากกลุ่มต่างๆมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อเหลือและเสื้อแดง แม้มีความเห็นต่างเรื่องมุมมองประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และกระบวนการตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท