posttoday
ประชาชนอ่วม ค่าครองชีพพุ่ง

ประชาชนอ่วม ค่าครองชีพพุ่ง

01 กันยายน 2556

นับเป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะที่ช่างไม่เหมาะเอาเสียเลย ที่ราคาพลังงาน ทั้งค่าก๊าซหุงต้ม ค่าไฟ และค่าทางด่วน มาปรับขึ้นในเวลาเดียวกัน

นับเป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะที่ช่างไม่เหมาะเอาเสียเลย ที่ราคาพลังงาน ทั้งค่าก๊าซหุงต้ม ค่าไฟ และค่าทางด่วน มาปรับขึ้นในเวลาเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการปรับขึ้นในภาวะที่เศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัว จึงมีผลกระทบไม่น้อยต่อภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน ผู้ประกอบกิจการรายเล็ก และคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำ

ว่าตามจริงแล้ว ค่าครองชีพก็ปรับขึ้นมายกหนึ่งแล้วหลังจากมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท เมื่อช่วงต้นปี ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าหลายชนิดถีบตัวสูงขึ้น รวมทั้งอาหารตามสั่งจานด่วน ที่หลายร้านปรับราคาขึ้นไปแล้วจานละ 5 บาทเป็นอย่างน้อยเมื่อต้นปี จากราคา 25-30 บาทเป็น 30-35 หรือ 40 บาท เนื่องจากผัก เนื้อหมู ไข่ไก่ ราคาสูงต่อเนื่อง จนเมื่อล่วงเข้ากลางปีนักธุรกิจทั้งจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ก็สะท้อนความเห็นออกมาว่า ค่าครองชีพที่สูงขึ้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนชะลอการใช้จ่าย ส่งผลให้ยอดผลิตและขายสินค้าในประเทศลดต่ำลง

สำหรับการปรับขึ้นราคาก๊าซครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ชี้แจงว่าเป็นการปรับโครงสร้างราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ลดภาระการอุดหนุนที่ทำให้มีการใช้อย่างไม่ประหยัด และสกัดกั้นการลักลอบนำไปใช้ผิดประเภท โดยได้ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถใช้สิทธิซื้อก๊าซราคาเดิม แต่ก็ยังมีเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนบางส่วน และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้ระงับการขึ้นราคา และศาลนัดไต่สวนในวันที่ 10 ก.ย.

ในส่วนของค่าเอฟที รอบเดือน ก.ย.ธ.ค. 2556 จำเป็นต้องปรับเพิ่มขึ้นจากปัจจัยเงินบาทอ่อนค่าและปัญหาในประเทศอียิปต์ที่ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหากไม่ปรับขึ้นในรอบนี้ ภาระค่าเอฟทีจะไปเพิ่มสูงขึ้นในช่วงต้นปี 2557 ซึ่งค่าเอฟทีรอบนี้ต้นทุนจริงต้องปรับเพิ่มขึ้น 14 สตางค์ต่อหน่วย แต่ขอให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ช่วยรับภาระส่วนหนึ่ง ส่วนการปรับขึ้นค่าทางด่วน เป็นการดำเนินงานตามสัญญาสัมปทานกับเอกชนที่ให้ปรับค่าผ่านทางทุกๆ 5 ปี

แม้กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกำกับดูแลราคาสินค้า จะออกตรวจร้านค้าก๊าซและโรงบรรจุก๊าซ เพื่อป้องกันการขายเกินราคาและการบรรจุไม่เต็มปริมาณ แต่ในความเป็นจริงคงไม่อาจดูแลได้ทั่วถึง เพราะจากการสำรวจ แม่ค้าร้านกาแฟโบราณย่านตลาดพลู กล่าวว่า ร้านขายก๊าซได้แจ้งปรับราคาถังก๊าซหุงต้มขนาดเล็ก (4 กิโลกรัม) กับทางร้านแล้ว โดยอาจจะปรับเพิ่มอีก 30-50 บาท จากปกติถังละ 120 บาท จะขึ้นเป็น 150-180 บาท รวมค่าขนส่ง ซึ่งตามจริงแล้ว กรณีนี้ค่าก๊าซจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 2 บาทต่อถังเท่านั้น หากรวมค่าขนส่งแล้วก็ไม่น่าจะปรับราคาขึ้นไปสูงเช่นนั้น

ขณะเดียวกัน ผู้ขายนมสดให้กับร้านกาแฟดังกล่าว จะถือโอกาสขอปรับราคาส่งนมเช่นเดียวกัน โดยอ้างเหตุผลเรื่องต้นทุนค่าก๊าซที่เพิ่มขึ้นวันที่ 1 ก.ย.นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ปรับ แม้จะมีต้นทุนเรื่องค่าแรง 300 บาท โดยหากวัตถุดิบอย่างนมสดปรับขึ้นราคา ทางร้านคงต้องปรับราคาขายกาแฟและนมสดเพิ่มอีกอย่างน้อยถุงละ 1 บาท เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้นหลายทาง

สำหรับร้านกาแฟโบราณร้านนี้ ไม่ได้เข้าร่วมโครงการขอรับความช่วยเหลือซื้อก๊าซในราคาเดิมจากกระทรวงพลังงาน เนื่องจากการใช้ไฟฟ้าเกินกว่ากำหนดที่จะได้รับการชดเชย และถึงอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการชดเชย แต่คงไม่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว เพราะมองว่ามีขั้นตอนที่ยุ่งยาก

ขณะที่แม่ค้าร้านโจ๊กในย่านเดียวกัน กล่าวว่า ไม่รับทราบข้อมูลการชดเชยดังกล่าว พร้อมกับถามว่าจะติดต่อกับหน่วยงานใดได้บ้าง

แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าจะดูแลราคาสินค้าไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะขณะนี้ราคาสินค้าหลายชนิดปรับขึ้นไปล่วงหน้าแล้ว โดยเฉพาะอาหาร เช่น อาหารตามสั่งจานด่วน ก๋วยเตี๋ยว ขยับขึ้นไป 510 บาท ส่วนค่าโดยสารรถสาธารณะ เช่น รถตู้ที่ขึ้นทางด่วน จากการสอบถาม ส่วนใหญ่จะไม่ปรับหลังการขยับค่าทางด่วน ทั้งนี้เพราะได้ปรับไปล่วงหน้าแล้วหลายเดือนที่ผ่านมา

ในส่วนร้านค้าที่ไม่ได้ปรับราคา เช่นพ่อค้าแม่ค้าหลายรายในตลาดดวงแก้ว อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ่อบ้านท่านหนึ่งที่มักไปจับจ่ายที่ตลาดนี้บ่อยๆ กล่าวว่า พ่อค้าแม่ค้าในตลาดปรับทุกข์กันถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ก็ยังขายสินค้าโดยเฉพาะอาหารในราคาเดิม แต่สังเกตดูพบว่าจะใช้วิธีลดปริมาณลง เช่น แกงถุง เพื่อลดภาระต้นทุน

ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากราคาสินค้าและบริการเหล่านี้ ส่งผลให้หลายคนต้องรัดเข็มขัดแน่นขึ้นไปอีก ข้าราชการหญิงคนหนึ่งที่เพิ่งได้รับการบรรจุที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยเงินเดือนเริ่มต้น 1.5 หมื่นบาท เปิดเผยว่า มีค่าโดยสารรถและเรือสาธารณะตกวันละ 200 บาท หรือเดือนละ 5,000 บาท ไม่นับค่าอาหารการกิน ค่าเสื้อผ้า เครื่องใช้ และอื่นๆ ซึ่งทำให้รายได้แทบไม่ชนเดือน

ในขณะที่พนักงานชายของบริษัทย่านสีลมคนหนึ่ง กล่าวว่า แม้จะได้เงินเดือนเดือนละ 3 หมื่นบาท แต่ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน จากบ้านย่านบางบัวทอง รวมแล้ววันละ 300 บาท ตกเดือนละเกือบ 1 หมื่นบาท หรือ 1 ใน 3 ของรายได้ทีเดียว ไม่รวมค่าอาหารที่ต้องรับประทานนอกบ้านเกือบ 3 มื้อ มื้อละไม่ต่ำกว่า 100 บาท ตกราวเดือนละ 6,000 บาท ที่เหลือก็เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถคันแรก ดังนั้นจึงแทบไม่เหลือให้ไปใช้จ่ายอย่างอื่นได้ และหากต้องจ่ายค่าทางด่วนเพิ่มอีกวันละ 5-10 บาท เดือนหนึ่งก็ต้องควักกระเป๋าเพิ่มอีกเกือบ 150-300 บาท หากต้องจ่ายค่าอาหารเพิ่มอีกมื้อละ 5 บาท เดือนหนึ่งก็ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 450 บาท โอกาสที่จะเก็บออมเห็นจะยากเต็มทน

ในภาวะค่าครองชีพถูกราคาสินค้าและค่าสาธารณูปโภคผลักให้พุ่งทะยานขึ้นเช่นนี้ รัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชน ก็ควรเร่งนำออกมาปฏิบัติอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อย่าให้ประชาชนทนทุกข์กับยุคข้าวยากหมากแพง และไม่มีใครให้พึ่งพิง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท