
โพลหนุนพันธมิตรยุติบทบาท-ค้านปชป.ลาออก
นิด้าโพล เผย ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยพันธมิตรยุติบทบาท ไม่เชื่อมั่นพลังมวลชนเคลื่อนไหวนอกสภาฯ
นิด้าโพล เผย ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยพันธมิตรยุติบทบาท ไม่เชื่อมั่นพลังมวลชนเคลื่อนไหวนอกสภาฯ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การยุติบทบาทของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และการเคลื่อนไหวนอกสภาฯ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2556 จากประชาชนทั่วทุกภูมิภาค ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,241 หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ เกี่ยวกับการประกาศยุติบทบาทของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ นอกสภาฯ โดยมี ค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error: S.E.) ไม่เกิน ร้อยละ 1.4
จากผลการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อการประกาศยุติบทบาทของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 67.45 เห็นด้วย เพราะเป็นการลดความขัดแย้ง ลดการแบ่งแยกของคนในประเทศ อยากเห็นความสงบและความสามัคคีของชาติบ้านเมือง รองลงมา ร้อยละ 22.00 ไม่เห็นด้วย เพราะประชาชนย่อมมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น และเป็นตัวแทนออกมาเรียกร้องในสิ่งที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาต่าง ๆ เพื่อจะได้มีข้อเสนอแนะต่อการทำงานของรัฐบาล และเป็นสีสันทางการเมือง
ด้านความคิดเห็นต่อการลาออกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาธิปัตย์เพื่อไปเป็นแกนนำทางการเมือง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.24 ระบุว่า ไม่ควรลาออก และไม่เป็นแกนนำทางการเมืองเคลื่อนไหวนอกสภาฯ รองลงมา ร้อยละ 17.65 ระบุว่า ไม่ควรลาออก แต่ร่วมเป็นแกนนำทางการเมืองเคลื่อนไหวนอกสภาฯ ร้อยละ 16.28 ระบุว่า ควรลาออก และเป็นแกนนำทางการเมืองเคลื่อนไหวนอกสภาฯ และร้อยละ 21.83 ไม่มีความเห็น/ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ
เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อความเพียงพอของกลไกระบบรัฐสภาและกลไกองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และศาลรัฐธรรมนูญ ในการถ่วงดุลอำนาจกับรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.98 ระบุว่า ไม่เพียงพอ เพราะเสียงน้อยกว่ารัฐบาล ขณะที่ ร้อยละ 28.77 ระบุว่า เพียงพอ เพราะมีอำนาจในการควบคุมและกำกับดูแลมากกว่ารัฐบาล และเชื่อมั่นในการทำงานของกลไกระบบรัฐสภาและองค์กรอิสระ และร้อยละ 24.25 ไม่มีความเห็น/ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ
ท้ายสุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อพลังมวลชนที่เคลื่อนไหวนอกสภาฯ ว่าจะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมได้หรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.14 ไม่เชื่อ เพราะ รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทุกอย่างขึ้นอยู่การตัดสินใจของรัฐบาล ขณะที่ ร้อยละ 33.84 เชื่อ เพราะ กลุ่มคนหมู่มากย่อมมีแรงขับเคลื่อนมาก และรัฐบาลต้องฟังความเห็นของประชาชน และร้อยละ 14.02 ไม่มีความเห็น/ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ
รองศาสตราจารย์ ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน อาจารย์ประจำคณะรัฐประศาสนศาสตร์ กล่าวว่า “ผลการสำรวจ สะท้อนให้เห็นว่าภายใต้การรับรู้ของคนไทยนั้น "ระบบการเมืองการปกครองของประเทศไทยในปัจจุบันเป็นระบอบเผด็จการรัฐสภาโดยเสียงข้างมาก" ซึ่งยืนยันได้จากความคิดเห็นที่ได้จากการสำรวจใน 2 ประเด็นคือ 1) ประชาชนส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 46.98 มีความเห็นว่าภายใต้ระบบการเมืองของไทยในปัจจุบัน กลไกในการตรวจสอบและถ่วงดุลกับรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ด้วย "ระบบรัฐสภาฯ (การตรวจสอบโดยพรรคฝ่ายค้าน) และองค์กรอิสระ (เช่น ปปช.และศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ)" นั้นเป็น "กลไกที่ไม่เพียงพอ" ในการถ่วงดุลอำนาจกับรัฐบาล และ
2) ประชาชนส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 52.14 "ไม่เชื่อว่า" พลังมวลชนที่เคลื่อนไหวนอกสภาฯ จะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมได้ จึงต้องจำยอมปล่อยให้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลซึ่งคุมเสียงข้างมากอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร
สำหรับการประกาศยุติบทบาทของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในทัศนะมองว่า การที่พันธมิตรฯ ยุติบทบาทการเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวของประชาชนนอกสภาฯ จะส่งผลทำให้รัฐบาลติดตามและประเมินการเคลื่อนไหวทางการเมืองของประชาชนกลุ่มที่ต่อต้านระบอบทักษิณได้ยากขึ้นเพราะโครงสร้างการจัดตั้งเดิมที่เคยเคลื่อนไหวมาตลอดระยะเวลา 8 ปี ยุติลง
การเคลื่อนไหวนอกสภาฯของภาคประชาชนในอนาคต อาจเป็นไปได้หลายลักษณะ เช่น1) พรรคการเมืองฝ่ายค้าน นำการขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนเองโดยตรง หรือ 2) ประชาชนกลุ่มต่างๆ มีการประสานกันเพื่อระดมความคิดในการจัดตั้ง "โครงสร้างใหม่" เพื่อขับเคลื่อน "การเคลื่อนไหวในรูปแบบใหม่" ที่แตกต่างไปจากอดีตที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้รัฐบาลคาดการณ์และเตรียมการรับมือได้ยากขึ้น”







