
Japan Inc.
ประเทศที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ร่วมทุนด้วยมากที่สุดคือญี่ปุ่น ผมทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่นอยู่หลายสิบปี พอเข้าใจนิสัยใจคอของคนญี่ปุ่นและวัฒนธรรมชาวญี่ปุ่นบ้าง
ประเทศที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ร่วมทุนด้วยมากที่สุดคือญี่ปุ่น ผมทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่นอยู่หลายสิบปี พอเข้าใจนิสัยใจคอของคนญี่ปุ่นและวัฒนธรรมชาวญี่ปุ่นบ้าง ขอถ่ายทอดสู่กันฟัง เฉพาะประสบการณ์ของนักธุรกิจกับนักธุรกิจด้วยกัน สำหรับเรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ ควรศึกษาจากเอกสารต่างๆ ที่มีมากมาย และไม่ได้ตั้งใจที่จะนำมาถ่ายทอดไว้หมด ณ ที่นี้
ญี่ปุ่นเป็นชนชาติชาวเกาะ อยู่โดดเดี่ยวและมีความภูมิใจว่า เชื้อสายเผ่าพันธุ์ชาวญี่ปุ่นบริสุทธิ์ เป็นลูกพระอาทิตย์อุทัยโดยแท้ มีสิ่งเจือปนน้อยมาก มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสืบทอดต่อกันมายาวนาน เนื่องจากความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นที่ทำมาหากิน กอปรกับต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาตินานาประการ ทั้งแผ่นดินไหว คลื่นสึนามิ และพายุไต้ฝุ่นหรือมรสุมต่างๆ คนญี่ปุ่นจึงมีความสุภาพ อดทน มีระเบียบวินัย มีความเป็นหมู่คณะ พึ่งพาซึ่งกันและกัน มีผลประโยชน์ร่วมกัน ผลประโยชน์ของกลุ่มอยู่เหนือผลประโยชน์ของบุคคล เสียสละชีวิตเพื่อส่วนรวมได้อย่างเต็มใจ
ในศตวรรษที่ 20 ภาครัฐเป็นผู้นำการพัฒนาธุรกิจของประเทศ รัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบาย เอกชนเป็นผู้สนองตอบและให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ญี่ปุ่นเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว คนญี่ปุ่นมุ่งหน้าที่จะสร้างประเทศด้วยการส่งออกสินค้าและบริการ และรณรงค์การใช้สินค้าของญี่ปุ่นที่ผลิตในประเทศเท่านั้น ความสำเร็จดังกล่าวทำให้มีการกล่าวขานกันว่า ประเทศญี่ปุ่น คือ บริษัทจำกัดทั้งประเทศ (Japan Inc.)
นโยบายเศรษฐกิจของญี่ปุ่นถูกขับเคลื่อนโดยข้าราชการประจำมากกว่านักการเมือง ระบบข้าราชการประจำมีความมั่นคง มีเกียรติ จึงดึงดูดคนเก่งและคนดีเข้าร่วมงานได้ก่อนหน่วยงานอื่นของภาคเอกชน นักศึกษาเก่งๆ ที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจะเลือกอาชีพรับราชการเป็นอันดับแรกๆ นักการเมืองเมื่อเข้ามาบริหารประเทศจะอาศัยข้าราชการประจำเป็นผู้นำเสนอนโยบาย และนำไปปฏิบัติหลังจากได้รับความเห็นชอบ ข้าราชการชั้นสูงคือผู้ที่มีอิทธิพลทางการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
ประเทศไทยในยุคแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครองก็เช่นกัน ที่มีผู้ที่มีความสามารถเข้ารับราชการและเป็นกำลังสำคัญในการบริหารราชการบ้านเมือง ต่อมาภายหลังมีการแทรกแซงจากนักการเมืองในการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงมากขึ้น ทำให้คนดีมีความสามารถท้อใจและไม่อยากรับราชการเหมือนในอดีต ปัจจุบันระบบข้าราชการไทยอ่อนแอไปมาก หวังว่าจะได้รับการแก้ไขก่อนที่จะสายเกินไป
หัวใจของเศรษฐกิจญี่ปุ่นอยู่ที่ผู้ประกอบการรายเล็กๆ เป็นธุรกิจครอบครัวที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ เกษตรกรโดยเฉพาะชาวนาเป็นคนกลุ่มน้อย แต่มีรายได้สูงและมั่นคง เพราะรัฐบาลประกันราคาพืชผล คนกลุ่มนี้คือฐานเสียงการเมืองระดับรากหญ้าของนักการเมืองส่วนใหญ่ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาด กลาง และเกษตรกร คือมดงานที่สำคัญ
เป็นชนชั้นกลางที่มีรายได้ปานกลาง และเป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงเป็นหลักของประเทศ
การเปิดตลาดและบุกเบิกตลาดต่างประเทศเป็นหน้าที่ของบริษัทใหญ่ๆ ที่มีกำลังทรัพย์และกำลังคนที่มีความพร้อม เราจะได้ยินหรือรู้จักเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นกองหน้า แต่ความสำเร็จของญี่ปุ่นขึ้นอยู่กับทั้งระบบ ทั้งกองหน้าและกองหลังที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวกัน
บริษัทใหญ่ๆ เหล่านี้เริ่มมีชื่อเสียงและสามารถดึงดูดคนเก่งที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำมาร่วมด้วย เช่นเดียวกับทางราชการ คนกลุ่มนี้เมื่อโตขึ้นมาเป็นผู้บริหารสามารถทำงานใกล้ชิดกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เรียนมาด้วยกัน นอกจากมีผู้บริหารที่เติบโตขึ้นมาภายในบริษัทเองแล้ว บริษัทใหญ่ๆ ยังใช้วิธีจ้างข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณแล้วมาเป็นที่ปรึกษาอีกด้วย ทำให้เกิดข้อครหานินทาว่าเป็นการเกื้อกูลผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน
ระบบนี้ญี่ปุ่นเรียกว่า “อะมาคูดาริ” หรือแปลตามตัวว่า “ลอยลงมาจากฟ้า” คือ ลงมานั่งตำแหน่งอาวุโสของบริษัทโดยไม่ต้องไต่เต้าขึ้นมา
ประเทศไทยคงเลียนแบบมาจากญี่ปุ่น แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องรอจนเกษียณสามารถแต่งตั้งไปเป็นกรรมการหรือประธานกรรมการในรัฐวิสาหกิจหลายๆ แห่ง ทำให้มีรายได้เสริมมากมายกว่าเงินเดือนประจำ
นี่เป็นระบบที่ไม่ค่อยเป็นธรรม เพราะมีแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้สิทธินี้
บางคนที่หน้าไม่ค่อยบางนัก เป็นกรรมการอยู่หลายๆ แห่ง จนไม่มีเวลาทำงานประจำ หรือไม่มีเวลาศึกษาวาระการประชุมของรัฐวิสาหกิจนั้นได้รอบคอบก็มี
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)







