posttoday
แค่ขึ้นภาษีสุราไม่พอ

แค่ขึ้นภาษีสุราไม่พอ

31 สิงหาคม 2556

การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้มีการขยายเพดานภาษีสรรพสามิต โดยจะต้องแก้ไข พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493

การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้มีการขยายเพดานภาษีสรรพสามิต โดยจะต้องแก้ไข พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 ซึ่งมีสาระสำคัญคือ การปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณภาษีสรรพสามิตสุรา จากเดิมใช้การคำนวณ 2 แบบ ทั้งในเชิงมูลค่าและเชิงปริมาณตามดีกรีแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้กรมสรรพสามิตมีช่องที่จะขยับภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มได้ หากเห็นว่ามีความจำเป็น

ภาษีไม่ได้ขึ้นทันที แต่เป็นการตั้งแท่นไว้ก่อนที่จะให้มีการขยับภาษีขึ้นได้ ซึ่งแน่นอนว่าหากขึ้นภาษีผู้ประกอบการคงจะผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคจะต้องซื้อเหล้า เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แพงขึ้น ผลพลอยได้จากการนี้คือ ทำให้การดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ลดลง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

การทำให้ประชาชนดื่มสุราลดลงนั้น เป็นเรื่องที่ควรจะสนับสนุนอย่างยิ่ง และควรจะช่วยกันรณรงค์ เนื่องจากสุราเป็นต้นเหตุของปัญหาสังคมหลายประการ เช่น ความรุนแรงในครอบครัวทำให้เกิดอุบัติเหตุต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ชุมชนอ่อนแอและปัญหาตามมาอีกมาก

ไม่ว่าการขยายเพดานภาษีนั้น กระทรวงการคลังจะทำเพื่อรีดภาษีให้ได้มากขึ้นหรือไม่ก็ตาม ต้องยอมรับว่าแนวคิดนี้เป็นเรื่องที่มีผลดีมากกว่าผลเสีย และต้องสนับสนุนให้กระทรวงการคลังรีบดำเนินการ

แต่แค่ขึ้นภาษีสุรา ใช้มาตรการด้านราคาเพียงด้านเดียวคงไม่น่าจะเพียงพอที่จะลดจำนวนนักดื่มลง การรณรงค์ลดจำนวนผู้ดื่มสุราเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และหลายๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องร่วมด้วยช่วยกัน

ภาคเอกชนสะท้อนผลของการขึ้นภาษีสุราออกมาอย่างน่าตกใจว่า ไม่มีทางที่จะทำให้นักดื่มในไทยลดลง มาตรการด้านราคาได้ผลเพียงระยะสั้นเท่านั้น ยังเป็นการเพิ่มต้นทุนราคาของสินค้า ซึ่งอาจส่งผลทำให้ความสามารถในการแข่งขันในการท่องเที่ยวของไทยในภูมิภาคนี้ลดลง และส่งผลต่อปัญหาสินค้าหนีภาษี เพราะปัจจุบันโครงสร้างของภาษีสุราของประเทศเพื่อนบ้านมีการจัดเก็บภาษีที่ต่ำกว่า ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการลักลอบสินค้าหนีภาษีเพิ่มขึ้นและภาครัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีสุราอีกด้วย

สิ่งที่ภาคเอกชนสะท้อนออกมานั้น เป็นเรื่องที่ควรจะต้องคำนึงถึงและวางแนวทางแก้ไข หากเห็นว่าจะมีการนำสุราหนีภาษีเข้ามามากขึ้น ก็จะต้องวางแนวทางป้องกันและสกัดกั้นกระบวนการเหล่านี้ให้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ศุลกากรและตำรวจ จะต้องเข้มงวดกวดขันตรวจจับการลักลอบนำเข้าสินค้ามาตามชายแดน

หากไม่ได้รับการร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย แทนที่รัฐจะเก็บภาษีได้มากขึ้นและลดจำนวนนักดื่มลง อาจจะกลายเป็นเสียทั้งสองทาง คือเสียทั้งรายได้จากภาษีเพราะของเถื่อนทะลัก จำนวนผู้ดื่มสุราก็ไม่ได้ลดลงรัฐยังต้องจัดสวัสดิการไปรักษาโรคให้กับผู้ป่วยจากสาเหตุดื่มสุราเท่าเดิมหรืออาจจะมากขึ้นอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท