
เมินร่วมใช้ก๊าซถูก
ร้านก๊าซหวั่นถูกรีดภาษี ยื้อเข้าร่วมโครงการชดเชยกว่าหมื่นราย
ร้านก๊าซหวั่นถูกรีดภาษี ยื้อเข้าร่วมโครงการชดเชยกว่าหมื่นราย
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมได้ร่วมกับพลังงานจังหวัดซักซ้อมเรื่องระบบการลงทะเบียนใช้สิทธิโครงการบรรเทาผลกระทบจากการขึ้นราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจี ภาคครัวเรือน ซึ่งปัญหาที่พบ คือ จากที่ร้านจำหน่ายแอลพีจีจะต้องเข้าร่วม 3.5 หมื่นราย แต่มีเพียง 2 หมื่นรายเท่านั้นที่ได้ยืนยันเข้าร่วมโครงการแล้ว
ทั้งนี้ ช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ผู้ค้ามาตรา 7 หรือบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายแอลพีจีได้ส่งไปรษณียบัตรไปยังร้านก๊าซเพื่อให้แจ้งชื่อที่อยู่จริงและเลขที่บัญชีธนาคาร เพื่อที่ผู้ค้ามาตรา 7 จะได้โอนเงินส่วนต่างราคาแอลพีจีไปให้สำหรับจำหน่ายให้กับผู้มีสิทธิซื้อในราคาเดิม แต่ตอบรับกลับมาบางส่วน
“ร้านก๊าซเกรงว่าจะถูกเก็บภาษีเงินได้เพิ่ม เพราะบางร้านก็อาจไม่ได้เสียภาษีถูกต้อง หรือทำผิดระเบียบ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จึงไม่อยากลงทะเบียน กลัวจะถูกตรวจสอบย้อนหลัง แต่ขอชี้แจงว่า การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีฐานระบบ เพราะเป็นเรื่องของการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย” นายวีระพล กล่าว
นายณัฐพล แย้มฉิม รองประธานดำเนินงานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต กล่าวว่า ขณะนี้มีร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ได้ยืนยันขอใช้สิทธิประมาณ 7,700 ราย จากทั้งหมดราว 1.6 แสนราย
ทั้งนี้ประเมินว่า จำนวนการยืนยันใช้สิทธิ์ที่ยังน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเป็นการปรับขึ้นราคาครั้งแรกเพียง 50 สต.ต่อก.ก. เฉลี่ย ถังขนาด 15 ก.ก.ก็ปรับขึ้น 7.50 บาทต่อถัง ซึ่งอาจยังไม่กระทบกับผู้ใช้มากนัก แต่ถ้าปรับเพิ่มไปจนครบ 2 บาทต่อก.ก. จะเริ่มเห็นผลกระทบมากกว่านี้ ขณะเดียวกัน ร้านค้าหาบเร่ หลายรายก็เปลี่ยนเบอร์มือถือ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของกลุ่มคนเหล่านี้ที่มักเปลี่ยนเบอร์ เลือกโปรโมชั่อมือถือที่มีราคาถูก ทำให้พ่อค้าแม่ค้าบางรายมีรายชื่อหายไปจากการสำรวจ
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมของมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจากการทยอยปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ครัวเรือนในวันที่1 ก.ย.นี้ เนื่องจากตรงกับวันอาทิตย์เป็นหยุดราชการ เพราะหากเกิดปัญหาติดขัดในเรื่องการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ซื้อแอลพีจีราคาเดิม
สำหรับการเปิดรับลงทะเบียนของกลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ที่ตกสำรวจ ได้ขอความร่วมมือกับ พลังงานจังหวัดเป็นกลไกในการประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดรับลงทะเบีนต่อไป นอกจากนี้ยังขอให้สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และสวนดุสิตโพลล์ ส่งเจ้าหน้าที่เร่งประชาสัมพันธ์ โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ให้มากขึ้น
ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยเพิ่มขึ้นในขณะที่ระบบฐานข้อมูลของกลุ่มหาบเร่ แผงลอย ที่สวนดุสิตโพลล์ได้สำรวจไว้มีจำนวน
ด้านศาลปกครองกลางยืนยันตามคำสั่งเดิมนัดวันไต่สวนกรณีมีผู้ยื่นฟ้องขึ้นราคาแอลพีจีในวันที่ 10 ก.ย. ส่วนนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า การได้ประเมินแนวโน้มผลกระทบเงินเฟ้อในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ ปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มและค่าทางด่วนที่จะมีผลวันที่ 1 ก.ย. พบว่าจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อเพียงขึ้นเล็กน้อยโดยการปรับขึ้นค่าทางด่วนจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อที่ 0.0024% และกระทบต่อประชาชนในเขตเมืองเท่านั้น ส่วนการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงจะกระทบอัตราเงินเฟ้อเพียง 0.0102% เท่านั้นในขณะที่ภาพรวมราคาสินค้าขณะนี้ส่วนใหญ่ยังทรงตัว และสินค้าบางชนิดก็มีการปรับลดราคาลงตามสถานการณ์เศรษฐกิจ เช่น ปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง ปุ๋ย เป็นต้น
“จากสถานการณ์โดยรวมภาวะค่าครองชีพไม่ได้สูง แต่ประชาชนมีการใช้จ่ายระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากยังมีกังวลภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งกระทรวงฯประเมินอัตราเงินเฟ้อทั้งปีจะอยู่ที่ 2.53.5% แต่หากประเมินจากสถานการณ์ขณะนี้ ทำให้เชื่อว่าทั้งปีอัตราเงินเฟ้ออาจต่ำกว่า 2.5% ไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะเงินฝืด” นายยรรยง กล่าวเนื่อง จากไม่มีเหตุฉุกเฉินให้ต้องบรรเทาคดี ก่อนมีคำพิพากษาเป็นที่สิ้นสุด
สำหรับการยืนยันนัดวันไต่สวนที่เกิด เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 ส.ค. มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้มอบหมายให้ทนายความเดินทางเข้ายื่นเรื่องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลปกครองเร่งรัดวันนัดไต่สวนคดีให้เร็วขึ้นจากวันที่ 10 ก.ย. เนื่องจากการปรับขึ้นราคาจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือนร้อน จากมีการปรับราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจี ภาคครัวเรือน ที่ให้ปรับขึ้นเดือนละ 0.50 บาท/กิโลกรัม จนถึงราคาต้นทุนโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ 24.82บาท/กิโลกรัม
น.ส.สารี กล่าวว่า หากศาลไม่คุ้มครองชั่วคราวถึงวันที่ 10 ก.ย. จะทำให้บริษัท ปตท. ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นราคาถึง 33.6 ล้านบาท







