posttoday
โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง

โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง

30 สิงหาคม 2556

เรื่องที่รู้กันดีอยู่แล้วบางเรื่อง บางทีก็ควรแก่การฟังซ้ำ พอเป็นถนิมประดับกรรณ ไม่ถึงขั้นต้องบังคับให้ใส่บ่าแบกหาม

เรื่องที่รู้กันดีอยู่แล้วบางเรื่อง บางทีก็ควรแก่การฟังซ้ำ พอเป็นถนิมประดับกรรณ ไม่ถึงขั้นต้องบังคับให้ใส่บ่าแบกหาม

ในประเทศที่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญ แล้วฉีก แล้วร่าง แล้วแก้ แล้วเขียนกันใหม่บ่อยๆ จนกลายเป็นแบบพิธีอันจะขาดมิได้ของการปฏิรูปการเมือง ย่อมทำให้สังคมการเมืองของประเทศนั้นคงเกิดการสั่งสมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเสรีภาพและประชาธิปไตยซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนตกผลึกและตรึกตระหนักถึงความแตกต่างกันระหว่างหลักทั้งสองเป็นอย่างดี เพราะคงมีการชะลอมาใช้ มาอภิปรายให้ได้ยินได้ฟังกันในการประชุมสภาต่างๆ โดยท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอยู่เสมอๆ

อีกทั้งหลักที่แตกต่างกันทั้งสองคงจำหลักสถิตแน่นหนาอยู่ในกฎหมายแม่บท กฎหมายลูก ไปจนถึงระเบียบพัสดุ และในวิถีปฏิบัติของการใช้อำนาจรัฐ และอำนาจของขบวนมวลชนยิ่งๆ ขึ้น ในจำเนียรกาลนานที่ผ่านมา

ดังนั้น ในวันที่แนวรบทุกทิศเหตุการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง ขอถือโอกาสนำเรื่องที่รู้กันดีอยู่แล้วมาเสนออีกครั้ง มิใช่ว่าจะเป็นการสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ หรือจะชี้โพรงให้กระรอก หากเพื่อแสดงออกถึงการสมัครใจเข้าร่วมในพิธีกรรมอันจริงจังของการปฏิรูป อันจัดเป็นการบำเพ็ญกรณีย์ของพลเมืองด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง ด้วยการส่งอินผุดที่เป็นสูตรสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับหลักเสรีภาพและประชาธิปไตยเข้าสู่ระบบการเมือง

และเพื่อทำให้เรื่องที่รู้กันดีแล้วนี้ดูไม่เป็นของดาษดื่นพื้นถิ่น แต่เป็นเรื่องสากล ระดับที่ได้มาตรฐานเหมาะสมสำหรับสังคมที่นิยมตราประทับรับรองจากนานาอารยประเทศ ก็จะขอพึ่งพาสติปัญญาบารมีผู้ทรงคุณวุฒิจากต่างประเทศตะวันตกมาประกอบการนำเสนอกระสวนความคิดแบบสำเร็จรูปพอเป็นกระสายของการวิสัชนาในรูปจุดกระสุนบนพื้นที่กะทัดรัด

• ความเห็นของ Jose Ortega y Gasset (1883-1955) : เสรีภาพนิยมกับประชาธิปไตย คือสองคำตอบต่อสองคำถามที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

นักปรัชญาผู้ผ่านพบประสบการณ์ในระบบการเมืองหลากหลายระบอบของสเปนที่ผันผวนเปลี่ยนแปลงในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 จากระบอบกษัตริย์มาสู่ระบอบสาธารณรัฐ จนกลายเป็นระบอบเผด็จการในที่สุด ได้แยกความแตกต่างระหว่างเสรีภาพนิยมกับประชาธิปไตยออกมาให้เห็นกระจ่างในหนังสือ สเปนที่ไม่มีกระดูกสันหลัง (Invertebrate Spain) ว่า :

• “ประชาธิปไตยตอบคำถามนี้ – ‘ใครควรจะเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐ?’ คำตอบของประชาธิปไตยคือ – การใช้อำนาจรัฐเป็นของปวงชนที่เป็นพลเมือง

• “แต่คำถามนี้มิได้พิจารณาว่าควรจำกัดขอบเขตอาณาอำนาจของรัฐไว้ตรงไหนอย่างไร สิ่งที่มันสนใจมีเพียงแต่การกำหนดว่าอำนาจในการปกครองเป็นของใคร ประชาธิปไตยเสนอว่าเรา, ผู้เป็นพลเมือง, ปกครอง นั่นคือการกระทำทางสังคมทั้งหมดในสังคมการเมือง เราคืออธิปัตย์

• “ส่วนเสรีภาพนิยม มุ่งเสนอคำตอบต่ออีกคำถามหนึ่งที่แตกต่างออกไป – ‘ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ใช้อำนาจการปกครองก็ตาม ควรมีอะไรมาจำกัดขอบเขตของมันไว้ไหม?’ คำตอบที่เสรีภาพนิยมให้ก็คือ ‘ไม่ว่าจะเป็นการปกครองโดยเอกาธิปัตย์หรือโดยประชาชน รัฐไม่ควรมีอำนาจสัมบูรณ์เบ็ดเสร็จ บุคคลแต่ละคนยังมีสิทธิบางอย่างที่อยู่เหนือและพ้นจากการที่รัฐจะใช้อำนาจแทรกแซง’”

โดยนัยแตกต่างกันระหว่างประชาธิปไตยกับเสรีภาพนิยมข้างต้น การอ้างอิงหลักการยึดเสียงข้างมากของประชาธิปไตยจึงใช้เป็นฐานสำหรับพิจารณาความชอบธรรมของ ที่มาของกฎหมาย และวิธีการสำหรับการเข้าใช้อำนาจรัฐและการปกครอง แต่มิได้แปลว่า โดยปริยายเสียงข้างมากจะผลิตกฎหมายที่ดี หรือเป็นหลักประกันการใช้อำนาจรัฐได้อย่างเหมาะสมเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามันมิได้เคารพหลักการเกี่ยวกับเสรีภาพส่วนบุคคลที่พึงถือเป็นสิทธิพื้นฐานต่างๆ ของเขาในฐานะพลเมืองและในฐานะมนุษย์ และจำกัดบทบาทและอำนาจของรัฐไว้เท่าที่จำเป็น

การจำกัดอำนาจรัฐ รวมทั้งการป้องกันอันตรายจากการใช้อำนาจอย่างไม่เหมาะสม ไม่อาจพึ่งหลักเสียงข้างมากของประชาธิปไตย หากต้องอาศัยกฎที่ตราขึ้นและยึดถือร่วมกันว่า ไม่ว่าใครจะมีเสียงข้างมากหนุนอยู่แค่ไหน ก็ไม่อาจละเมิดสิทธิมนุษย์และพลเมืองของบุคคล และการสร้างกลไกอันมีประสิทธิภาพที่สามารถกำกับตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐและรัฐบาลว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่ล่วงล้ำสิทธิพื้นฐานเหล่านั้น อันเป็นหลักของเสรีภาพนิยม

• Friedrich August von Hayek (1899-1992) เสนอไว้ในหนังสือ รัฐธรรมนูญของเสรีภาพ (The Constitution of Liberty) ซึ่งอ้างงานของ Ortega ข้างต้นว่า “ความแตกต่างระหว่างอุดมคติทั้งสองจะปรากฏเด่นชัดที่สุด ถ้าบอกสิ่งที่เป็นขั้วตรงข้ามกับอุดมคติแต่ละอันออกมา : รัฐบาลเผด็จการแบบ authoritarian คือขั้วตรงข้ามกับประชาธิปไตย ส่วน totalitarianism คือขั้วตรงข้ามกับเสรีภาพนิยม” โดยเหตุนี้เราจึงอาจพบระบอบ authoritarian ที่เคารพหลักเสรีภาพนิยม และพบระบอบประชาธิปไตยที่ใช้อำนาจแบบ totalitarian

การสนับสนุนแต่หลักเสียงข้างมาก แต่ละเลยที่จะสนับสนุนการจำกัดขอบเขตและการสร้างระบบตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่มีประสิทธิภาพ คือการเปิดทางให้แก่การเปลี่ยน democracy ไปสู่ demagoguery โดยมี totalitarianism รออยู่ที่ปลายทาง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท