posttoday
รัฐปลุกม็อบคู่ขนาด ปฏิรูป-ปรองดองพัง

รัฐปลุกม็อบคู่ขนาด ปฏิรูป-ปรองดองพัง

30 สิงหาคม 2556

กลายเป็นสถานการณ์ “หนีเสือปะจระเข้” ไปเสียแล้วสำหรับรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เพราะถึงจะคุมม็อบการเมืองอย่าง “กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ” (กปท.)

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย


กลายเป็นสถานการณ์ “หนีเสือปะจระเข้” ไปเสียแล้วสำหรับรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เพราะถึงจะคุมม็อบการเมืองอย่าง “กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ” (กปท.) จนไม่สามารถนำมวลชนออกมานอกรั้วสวนลุมพินีได้ แต่กลับมีปัญหาในการจัดการ “ม็อบเกษตรกรชาวสวนยาง”

จับต้นชนปลายหาสาเหตุที่เอื้อม็อบสวนยางรวมตัวได้อย่างมีนัยสำคัญนั้น มาจากความผิดพลาดของรัฐบาลเองที่เคยไปประกาศว่าจะทำให้ราคายางพาราขึ้นมาในราคา 120 บาทต่อกิโลกรัมให้ได้

“จะเร่งหารือกับอธิบดีแต่ละกรมโดยเร็ว เพื่อรวบรวมข้อมูลแผนงานโครงการที่สำคัญของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงประเด็นปัญหาต่างๆ เพื่อกำหนดเป็นนโยบายให้การดำเนินงานต่างๆ เกิดความต่อเนื่อง และแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด...

...โดยเฉพาะปัญหาราคายาง ครม.ได้อนุมัติงบฯ เพิ่ม 1.5 หมื่นล้านบาท สำหรับรับซื้อยางเก็บเข้าสต๊อกของรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาราคาตกต่ำช่วงที่ผ่านมาและยกระดับราคายางให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท” (ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ให้สัมภาษณ์ขณะดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2555)

เมื่อรับปากแล้วทำไม่ได้ ผนวกกับราคายางพาราตกลงต่อเนื่อง จึงเป็นผลให้ม็อบสวนยางจุดติดถึงขั้นกล้าปิดถนนและรางรถไฟเส้นทางลงจังหวัดภาคใต้เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลยอมรับข้อเสนอของเกษตรกรที่ต้องการให้รัฐบาลรับซื้อยางในราคา 100 บาทต่อกิโลกรัม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่บานปลายเลยถ้ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่มีทัศนคติมองกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างที่เป็นอยู่ กล่าวคือมีการระบุว่าม็อบยางพารามีพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลัง โดยมีเป้าหมายฉวยจังหวะนี้จุดกระแสล้มรัฐบาล

นอกจากจะมีทัศนคติที่ไม่เป็นมิตรกับกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว ยังได้ใช้อำนาจรัฐในมือเพื่อโจมตีทางอ้อม

ดังจะเห็นจากกรณีที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ยุติการถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภาที่กำลังพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญลงชั่วคราวในช่วงบ่ายเมื่อวันที่ 28 ส.ค. เพื่อนำเสนอการรายงานสดของแกนนำสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เจรจาขอให้ผู้ชุมนุมเปิดเส้นทางการคมนาคม

นอกจากนี้ ยังใช้เวลาในช่วงเดียวกันเผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลในพื้นที่ จ.พัทลุง ว่ามีความยากลำบากในการขนส่งผู้ป่วยอย่างไรในระหว่างที่ผู้ชุมนุมปิดถนน

การใช้สื่อของรัฐลักษณะนี้ มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากต้องการเล่นงานฝ่ายตรงข้าม เนื่องจากรัฐสภามีข้อตกลงร่วมกันแล้วว่าการยุติการถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภาจะมีขึ้นได้เฉพาะการนำเสนอข่าวภาคค่ำของทางสถานีและข่าวในพระราชสำนัก หรือมีกรณีที่เกิดสถานการณ์พิเศษจริงๆ เท่านั้น

ด้วยท่าทีของรัฐบาลที่ส่งออกมาส่งผลให้ความสง่างามของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” มีความเคลือบแคลงขึ้นมาทันที ภายใต้คำว่า “เลือกปฏิบัติ” โดยมีสาเหตุจากรัฐบาลได้บริหารปัญหา “ข้าวยางพารา” แตกต่างกัน สะท้อนได้จากการเตรียมลดราคารับจำนำข้าวของรัฐบาลเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

ทันทีที่รัฐบาลส่งสัญญาณออกไป ปรากฏว่ามีกลุ่มสภาเกษตรกรแห่งชาติได้เดินทางมาเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนถึงที่ทำเนียบรัฐบาล เวลานั้นรัฐบาลมอบให้ “ยุคล ลิ้มแหลมทอง” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ มารับคำร้องเอาไว้ด้วยตัวเอง

ผิดกับท่าทีของรัฐบาลต่อม็อบยางพารา เพราะจนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ส่งตัวแทนในระดับที่มีอำนาจตัดสินใจไปพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช แม้ “สุภรณ์ อัตถาวงศ์” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองจะลงไปเจรจา แต่เมื่อดูสถานะของแรมโบ้อีสานแล้วก็ไม่มีอำนาจจะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดในนามรัฐบาลได้

การบริหารสถานการณ์ของรัฐบาลในลักษณะนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะนำมาซึ่งปัญหาในระยะยาวหลังจากเริ่มมีแนวโน้มว่าจะมี “ม็อบของแพง” เกิดขึ้น เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพของประชาชนที่เป็นรูปธรรมมากกว่าการผลักภาระให้กับประชาชนแบกรับราคาสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้น

โดยมีให้เห็นแล้วในกรณีของการขึ้นราคาก๊าซที่จะมีผลในวันที่ 1 ก.ย. ซึ่งเครือข่ายผู้บริโภคได้ชุมนุมคัดค้านบริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ขณะที่กลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่จะเป็นอีกซีกที่กดดันรัฐบาลหากยังไม่ทบทวนการขึ้นราคาก๊าซ

ทั้งนี้ ในส่วนรัฐบาลเองก็ยังดูเหมือนว่าจะนิ่งนอนใจกับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอยู่พอสมควร โดยมั่นใจว่าอำนาจรัฐในมือจะสามารถควบคุมไม่ให้ม็อบของแพงขยายการเคลื่อนไหวจนกลายเป็นม็อบรัฐบาลได้ โดยเฉพาะการมีมวลชนคนเสื้อแดงเป็นกำแพงและทำงานให้กับรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

ดูได้จากการชุมนุมหน้าสำนักงานใหญ่ ปตท. เพื่อสนับสนุนการขึ้นราคาก๊าซเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ของกลุ่มคนเสื้อแดงในนาม “รวมพลคนรักษ์พลังงาน”

ดังนั้น คงถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อกลุ่มผู้ชุมนุมใหม่ เลิกเหมารวมม็อบทุกม็อบว่ามีเป้าหมายล้มรัฐบาล เพื่อให้เกิดบรรยากาศทางการเมืองที่ดี อันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความปรองดองและการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท