posttoday
แจงยิบเหตุขอศาลเร่งไต่สวนระงับขึ้นก๊าซ

แจงยิบเหตุขอศาลเร่งไต่สวนระงับขึ้นก๊าซ

30 สิงหาคม 2556

เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แจง เหตุขอศาลปกครองเร่งรัดไต่สวนขึ้นราคาแอลพีจี ชี้หากศาลมีคำสั่งไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว หลังการบังคับใช้แล้วจะผลเสียต่อระบบความยุติธรรม

เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แจง เหตุขอศาลปกครองเร่งรัดไต่สวนขึ้นราคาแอลพีจี  ชี้หากศาลมีคำสั่งไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว หลังการบังคับใช้แล้วจะผลเสียต่อระบบความยุติธรรม

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า มีชีวิต ต้องมีความหวัง หวังว่าศาลจะพิจารณาคุ้มครองให้ไต่สวนเร็วกว่าวันที่ 10 กันยายนนี้

ข้อ 1. คดีนี้ ผู้ฟ้องคดียื่นคำฟ้องพร้อมคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาโดยมีเหตุฉุกเฉิน ฉบับลงวันที่ 29 สิงหาคม 2556 ต่อศาล ศาลได้โปรดพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินให้นัดไต่สวนคำร้องขอมาตรการชั่วคราววันที่ 10 กันยายน 2556 เวลา 09.30 น. แจ้งคู่กรณีทราบ โดยในส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้จัดส่งหมายตามระเบียบข้อ 16 ผู้ฟ้องคดี ทราบคำสั่งเวลา 13.15 น. และได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคำร้องขอมาตรการชั่วคราวโดยเร็วเมื่อเวลา 14.30 น.ในวันเดียวกัน และศาลได้โปรดพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้

แม้จะมีการขึ้นราคา LPG ในวันที่ 1 กันยายน2556  ก็ตาม แต่การพิจารณาคำสั่งในเรื่องนี้ต้องเป็นไปโดยละเอียดรอบคอบ และให้โอกาสแก่ผู้ถูกฟ้องคดีในการชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายประกอบกับการฟ้องคดีในเวลากระชันชิด ทำให้ไม่สามารถไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งได้ทันภายในวันที่ 1 กันยายน 2556 และถึงแม้การขึ้นราคาจะมีผลกระทบต่อค่าครองชีพบ้าง แต่ก็เป็นการทยอยขึ้นราคา ซึ่งหากไต่สวนแล้วมีเหตุที่จะเข้าลักษณะที่จะใช้มาตรการคุ้มครองได้ ศาลก็จะสั่งระงับการขึ้นราคาต่อไป กรณีจึงไม่ใช่เหตุฉุกเฉินเร่งด่วน จึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งเดิม ผู้ฟ้องคดีได้รับทราบคำสั่งในวันเดียวกันเวลา 16.30 น. นั้น ผู้ฟ้องคดีขอเรียนว่า ผู้ฟ้องคดียอมรับว่า ผู้ฟ้องคดีในระยะเวลากระชันชิดจริง แต่คณะรัฐมนตรีเพิ่งมีมติในวันที่ 13 สิงหาคม 2556 ซึ่งผู้ฟ้องคดีไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกับผู้ถูกฟ้องคดีได้ตามกฎหมาย และ ครม.ก็มิได้พิมพ์เผยแพร่มติดังกล่าวในทันที หากผู้ฟ้องคดีนำคดีมาฟ้องต่อศาลในทันทีที่มีการแถลงข่าว มติที่ฟ้องก็จะไม่ถูกต้องตามมติที่แท้จริงได้ ผู้ฟ้องคดีได้มติที่นำมาฟ้องในวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2556 ประกอบกับก่อนฟ้องคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 และคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน ได้ทำหนังสือที่ 006/2556 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 เพื่อคัดค้านการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน และมีข้อเสนอ 2 ประการ (เอกสารแนบท้ายหมายเลข 1) แต่จนถึงวันฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ยังไม่ได้รับทราบคำชี้แจงหรือเหตุผลในการขึ้นราคาแต่ประการใด นอกจากนี้ผู้ฟ้องคดีที่ 1 และผู้ฟ้องคดีที่ 3 กับเครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย จำนวน 17 องค์กร ได้ทำหนังสือลงวันที่ 14 สิงหาคม 2556  ขอให้จำเลยที่ 1 หยุดการขึ้นราคาก๊าซ แอลพีจี และขอให้ปฏิรูปกิจการพลังงานของประเทศโดยด่วน โดยมีข้อเสนอ 7 ประการ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบหรือคำชี้แจงแต่ประการใด (เอกสารแนบท้ายหมายเลข 2)

รวมทั้งล่าสุด ผู้ฟ้องคดีที่ 1,3 และ 4 กับเครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย จำนวน 2,000 คน ได้ยื่นคำร้องขอต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ในวันที่ 23 สิงหาคม 2556 ณ สำนักงานกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นผู้เสนอมติขอให้พิจารณาทบทวนมติให้ขึ้นราคาก๊าซ และขอฟังคำตอบในวันที่ 28 สิงหาคม 2556ทั้งนี้เพื่อมิให้การฟ้องคดีเป็นเรื่องรกโรงรกศาลหากฝ่ายบริหารพิจารณาทบทวนมติ แต่มิได้คำตอบใดๆจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 4 ผู้ฟ้องคดีจำเป็นต้องนำคดีนี้มาฟ้องต่อศาลเพื่ออาศัยบารมีศาลเป็นที่พึ่งสุดท้ายในวันที่ 29 สิงหาคม 2556 ด้วยเห็นว่า ที่ผ่านมาศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุดเคยใช้ดุลพินิจพิจารณาคำร้องขอมาตรการชั่วคราวในกรณีที่กระทบต่อประชาชนจำนวนมากโดยเร็ว โดยพิจารณาในวันถัดจากวันที่ยื่นคำร้องขอมาตรการชั่วคราว และด้วยเหตุผลที่ผู้ฟ้องคดีได้เคยประทานกราบเรียนต่อศาลในคำฟ้องและคำร้องแล้วว่า หากไม่มีคำสั่งมาตรการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาก่อนวันที่ 1 กันยายน 2556 ให้ระงับการบังคับใช้มติ ครม. ก็จะเกิดแต่ผลเสียหายต่อประชาชนโดยทั่วไปอย่างกว้างขวาง และยากแก่การเยียวยาในภายหลังเพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้น

แม้ศาลมีคำสั่งให้ใช้มาตรการชั่วคราวหลังวันที่ 1 กันยายน 2556 ประชาชนจะไม่ต้องรับภาระค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นต่อไปอีกนับถัดจากวันที่มีคำสั่งดังที่ศาลได้โปรดมีคำวินิจฉัยไว้ แต่ภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นไปแล้วก็เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าไม่เคยปรับลดลงอีก เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ประชาชนซึ่งไม่มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ผู้ฟ้องคดีจึงขอศาลได้โปรดพิจารณาทบทวนคำสั่งคำร้องขอมาตรการคุ้มครองชั่วคราวโดยเร็วอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุผลและดังต่อไปนี้ 1. ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้ถูกตัดสิทธิไม่ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย หากศาลได้โปรดกรุณาส่งหมายคำฟ้องและคำร้องให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าในทันที และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าชี้แจงข้อเท็จจริงในทันที ซึ่งจะชี้แจงเป็นเอกสารหรือด้วยวาจาต่อศาลก็น่าจะไม่ขัดต่อระเบียบวิธีการปฏิบัติของศาลปกครอง ทั้งนี้ ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าเป็นเจ้าของมติที่พิพาทคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าย่อมมีข้อมูลทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอยู่แล้ว

2. หากศาลปกครองมีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องขอมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ภายหลังจากมีการบังคับใช้แล้วจะส่งผลเสียต่อระบบความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ ต่อไปหากฝ่ายบริหารเห็นว่ามีประชาชนคัดค้านไม่เห็นด้วยกับมติใดฝ่ายบริหารก็จะไม่เผยแพร่มตินั้นต่อสาธารณชน จนทำให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยไม่สามารถนำมตินั้นมาขึ้นสู่ศาลเพื่อขอระงับการบังคับใช้ก่อนมตินั้นมีผลบังคับเลย ฝ่ายบริหารก็จะใช้อำนาจตามอำเภอใจยิ่งขึ้นไป ยิ่งกรณีที่มติไปเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ผู้นั้นก็จะได้รับประโยชน์ไปแล้วสมดังเจตนาที่ฝ่าบริหารเจตนาจะเอื้อประโยชน์ให้ เช่นในคดีนี้ การขึ้นค่า LPG เอื้อประโยชน์ให้ผู้ผลิตให้ได้รับเงินมากขึ้น (ตามหลักการไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ค้าก๊าซเพราะได้รับค่าการตลาดเท่านั้น) ซึ่งผู้ผลิตก๊าซ LPG รายใหญ่ คือ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เฉพาะเวลาที่ศาลยังไม่พิจารณาคำขอมาตรการคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 1-10 กันยายน 2556 เป็นเวลา 10 วัน นั้น จากข้อมูลของ สนพ. เอกสารแนบท้ายคำร้อง ปรากฏว่า เดือนมกราคม 2556 – มิถุนายน 2556 ใช้ก๊าซเฉลี่ย 202พันตันต่อเดือน หรือ 202,000,000 กิโลกรัมต่อเดือน คิด 1 เดือน = 30วัน เวลา 10 วันที่ศาลยังไม่พิจารณาคำร้องฯ ของผู้ฟ้องคดี คิดเป็นการใช้ก๊าซถึง 67,333,333 กิโลกรัม ราคาขึ้นไปกิโลกรัมละ 50 สตางค์ คิดเป็นเงิน 33,666,666 บาท ที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือผู้ผลิต ได้ไปจากประชาชนผู้ใช้ก๊าซ LPG ทั้งประเทศ และ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ก็ยังคงได้รับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอีกส่วนหนึ่งด้วย เพราะไม่มีมติยกเลิกการชดเชยราคา เป็นการเพิ่มกำไรให้แก่ บมจ. ปตท. ทั้งที่ บมจ.ปตท.มีกำไรเป็นแสนล้านบาทต่อปี

3. ส่วนเรื่องมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคา LPG (ครัวเรือนรายได้น้อย ร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร) นั้น วิธีการ คือ ผู้ได้รับการช่วยเหลือจะแจ้งสิทธิที่ได้รับจากผู้ค้าก๊าซ ผู้ได้รับการช่วยเหลือจะซื้อได้ในราคาเดิม ซื้อไปเท่าใด ผู้ค้าก๊าซจะไปขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอีกทีหนึ่ง ดังนั้น ผู้ค้าก๊าซอาจจะทำตัวเลขให้มีการใช้สิทธิที่ได้รับการช่วยเหลือจำนวนมากแล้วนำไปเบิกเงินกับรัฐบาลซึ่งนำเงินจากภาษีอากรของประชาชนคนไทยไปจ่าย (เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 6 หน้าที่ 2 บรรทัดที่ 2-3 มิได้นำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้ = ใช้เงินจากงบประมาณแผ่นดิน) หากศาลมีคำสั่งระงับใช้มติ ครม. ตั้งแต่ก่อนมีการบังคับใช้ เงินส่วนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เลย

4. ผู้ฟ้องคดีเชื่อว่า ศาลปกครองกลางจะพิจารณาคำร้องอย่างละเอียดรอบคอบได้แม้ใช้เวลาอันจำกัด ซึ่งการพิจารณาดังกล่าวหากใช้เวลาเท่าใดก็ตามผู้ฟ้องคดีก็ขอน้อมรับการพิจารณาของศาลต่อไป

เมื่อพิจารณาถึงความเดือดร้อนเสียหายที่ประชาชนต้องรับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และประโยชน์ที่ไม่ต้องนำเงินภาษีอากรไปจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ประกอบกับการระงับการบังคับใช้มติ ครม.ที่พิพาท ไม่ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหาย (บมจ.ปตท.เพียงไม่ได้กำไรเพิ่ม) ผู้ฟ้องคดีจึงขอศาลได้โปรดพิจารณาและมีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำฟ้องและคำร้องให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีโดยด่วนที่สุด ซึ่งผู้ฟ้องคดีพร้อมที่จะนำส่งสำเนาคำฟ้องและคำร้องให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีด้วยตนเองหากไม่ขัดต่อระเบียบของศาล เพื่อดำเนินการไต่สวนคำร้องขอมาตรการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ของประชาชนส่วนใหญ่ และมีคำสั่ง ในวันนี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท