
นายกฯสั่งคมนาคมศึกษายางพาราสร้างถนน
รัฐบาลเตรียมพาสื่อดูก่อสร้างถนนยางพารา 30 ส.ค. เพื่อกระตุ้นการใช้ในประเทศ ยันไม่ใช้ความรุนแรงกับม็อบปิดถนน ปัดลำเอียงเอาใจแต่ชาวนา
รัฐบาลเตรียมพาสื่อดูก่อสร้างถนนยางพารา 30 ส.ค. เพื่อกระตุ้นการใช้ในประเทศ ยันไม่ใช้ความรุนแรงกับม็อบปิดถนน ปัดลำเอียงเอาใจแต่ชาวนา
ร.ท. หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของชาวสวนยาง และมีแนวทางช่วยเหลือหลายมาตรการ ทั้งระยะสั้น กลาง และ ยาว โดยขณะนี้ มีบางมาตรการที่รัฐบาลได้เริ่มดำเนินการแล้ว คือ การนำยางพารามาใช้ก่อสร้างถนน โดยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม ไปพิจารณานำยางพารามาใช้ในการก่อสร้างถนน แบบที่นิยมใช้ในต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้ยางพาราในประเทศอีกทางหนึ่ง และยังเป็นการระบายสต็อคยางพารา รวมทั้ง จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมยางพาราและชาวสวนยางในระยะยาวอีกด้วย โดยวันพรุ่งนี้ (30 ส.ค. 56) นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะพาสื่อมวลชนไปสำรวจการนำยางพาราไปใช้ก่อสร้างถนน ของกระทรวงคมนาคม บริเวณดอนเมืองโทลเวย์ กทม.
นอกจากนี้ รัฐบาลขอปฏิเสธว่า รัฐบาลไม่ได้มีนโยบายใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมเรื่องใด โดยท่าน นายกฯ ได้กำชับ พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ว่าให้กำกับดูเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิบัติกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาวสวนยาง หรือผู้ชุมนุมทางการเมือง อย่างละมุนละม่อม และปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายและเป็นไปตามหลักสากล อย่างไรก็ตาม รัฐบาลขอวิงวอนผู้ประท้วงให้เคารพกฎหมายด้วย เพราะรัฐบาลก็ต้องดูแลและให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนจากการชุมนุมด้วยเช่นกัน จึงขอวิงวอนผู้ชุมนุมอย่าใช้วิธีการปิดถนน หรือ ปิดสถานีรถไฟ เพราะไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาที่แท้จริง ทั้งยังทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย จึงขอให้ผู้ชุมนุมใจเย็น ๆ และหันมาพูดคุยกัน เพราะขณะนี้ราคายางพาราในตลาดโลกกำลังปรับตัวสูงขึ้น
หากผู้ชุมนุมจับมือกับรัฐบาล เราจะสามารถผ่านพ้นปัญหาราคายางตกต่ำไปได้ด้วยกัน ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ลำเอียงหรือเอาใจชาวนา มากกว่าชาวสวนยาง อย่างที่พรรคฝ่ายค้านกล่าวหา แต่รัฐบาลรักเกษตรกรเท่ากันทุกคน อย่างไรก็ตาม ผลผลิตทางการเกษตรแต่ละประเภท ย่อมมีปัจจัยทางการผลิตและการตลาดแตกต่างกัน จึงต้องใช้โมเดลหรือวิธีการที่แตกต่างกันในการช่วยเหลือเพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
นอกจากนี้ กรณีของยางพารา ก็ไม่เหมาะที่จะแก้ปัญหาโดยใช้วิธีแทรกแซงราคาเพื่อแก้ปัญหา เนื่องจาก เป็นตลาดที่ผู้ซื้อเป็นฝ่ายกำหนดราคา เพราะยางดิบที่ผลิตได้ในอาเซียน มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ผู้ซื้อจึงดูที่ราคาต่ำที่สุดเป็นหลัก โดยผู้ซื้อรายใหญ่ในตลาดโลก คือ จีน และกลุ่มผู้ประท้วงเอง ก็ระบุว่าไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลแทรกแซงราคายาง ดังนั้น จึงขอให้พรรคประชาธิปัตย์หยุดโจมตีว่ารัฐบาลลำเอียงเข้าข้างชาวนาได้แล้ว ทั้งนี้ นอกจากชาวสวนยางแล้ว รัฐบาลก็จะดูแลพืชผลทางการเกษตรกรอื่น ๆ ที่จะประสบภาวะราคาผลผลิตตกต่ำอย่างเต็มที่เช่นกัน โดยไม่เกี่ยวกับว่าจะเป็นฐานเสียงของรัฐบาลหรือไม่ เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูแลคนทั้งประเทศอย่างเท่าเทียมกัน







