posttoday
เร่งสอบดวงตราวีซ่า

เร่งสอบดวงตราวีซ่า

29 สิงหาคม 2556

กรณีแผ่นปะตรวจลงตราหรือวีซ่าสติกเกอร์ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการแสดงตัวตนของบุคคลที่ต้องการขอเข้าประเทศไทย ได้หายไปจากสถานทูตไทยในต่างประเทศ ในเบื้องต้น 3 ประเทศ คือ มาเลเซีย 300 ใบ เนเธอร์แลนด์ 2,000 ใบ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) 500 ใบ นั้น นับเป็นความเสียหายของประเทศ อย่างสุดที่จะประเมินค่าได้

กรณีแผ่นปะตรวจลงตราหรือวีซ่าสติกเกอร์ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการแสดงตัวตนของบุคคลที่ต้องการขอเข้าประเทศไทย ได้หายไปจากสถานทูตไทยในต่างประเทศ ในเบื้องต้น 3 ประเทศ คือ มาเลเซีย 300 ใบ เนเธอร์แลนด์ 2,000 ใบ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) 500 ใบ นั้น นับเป็นความเสียหายของประเทศ อย่างสุดที่จะประเมินค่าได้

ทั้งนี้ เพราะดวงตราวีซ่านั้นถือเป็นเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ยังปล่อยให้สูญหายหรือถูกขโมยไปได้ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของประเทศไทย หละหลวม ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

ยิ่งประเทศไทยถูกจับตามองจากต่างประเทศว่าเป็นทางผ่านของกลุ่มก่อการร้ายระดับโลก หรือมีกลุ่มอาญากร ระหว่างประเทศ กลุ่มยาเสพติด เข้ามาหากินกันมากมาย ผนวกกับการเกิดคอร์รัปชั่นกันภายในประเทศเอง เมื่อข่าวมีการขโมยตราวีซ่าเกิดขึ้น ยิ่งเสมือนเป็นการทับตราความเชื่อดังกล่าวทันที

แม้กระทรวงการต่างประเทศ โดย นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวง จะออกมายอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากความผิดพลาดในการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยตามระเบียบการตรวจลงตรา

ขณะเดียวกันได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว รวมทั้งได้ประสานหน่วยงานความมั่นคงในการติดตาม จนพบว่ามีการใช้ดวงตราวีซ่าที่ถูกขโมยจากประเทศมาเลเซียไปแล้ว 262 ใบ และได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้ว 49 คน เหลืออีก 55 คนที่ยังอยู่ในไทย ซึ่ง สตม.จับกุมได้แล้ว 9 คน

นอกจากนี้ ในระยะยาว กระทรวงการต่างประเทศจะนำระบบการตรวจลงตราแบบสากลมาใช้ในรูปแบบของ อีวีซ่า คาดจะแล้วเสร็จใน 1012 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะทำให้การปลอมแปลงเป็นไปได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศครั้งนี้ยังไม่กระจ่าง เพราะลำพังแค่ระดับเจ้าหน้าที่จะทำเรื่องเช่นนี้ไม่ได้หากกลุ่มบุคคลระดับสูงไม่ร่วมด้วย ยิ่งมีการขโมยเกิดขึ้นในหลายประเทศ ยิ่งแสดงให้เห็นว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ

ฉะนั้น กระทรวงการต่างประเทศต้องเร่งยกเครื่องปฏิรูปบุคลากรของกระทรวง และเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยกันเสียใหม่ รวมถึงการคัดเลือกบุคลากรที่ให้มีความสำนึกถึงผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้งให้มากกว่านี้

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ ลำพังกระทรวงการต่างประเทศ คงยากจะแก้ไขในเรื่องนี้ได้ รัฐบาลและหน่วยที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศจะเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันเร่งทำความกระจ่างในเรื่องนี้โดยเร็วก่อนที่ประเทศไทยจะล้มละลายทางความเชื่อมั่นในสายตาต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท