
เหล้าเบียร์เตรียมขึ้นราคา
รอใช้โครงสร้างภาษีแอลกอฮอล์ใหม่นักดื่มไม่เมินเอกชนหวั่นของเถื่อนทะลัก
รอใช้โครงสร้างภาษีแอลกอฮอล์ใหม่นักดื่มไม่เมินเอกชนหวั่นของเถื่อนทะลัก
เหล้านอก เหล้าไทย เบียร์ ขยับราคารับคลังรีดภาษีเพิ่ม คอทองแดงหันซดน้ำเมาราคาถูก หวั่นเหล้าเถื่อนทะลัก
นายปริญ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบียร์ไฮเนเก้น เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 โดยขยายเพดานภาษีสรรพสามิตขึ้นจาก 10-15% แม้ขณะนี้แนวทางการปรับโครงสร้างภาษียังไม่มีความชัดเจน แต่ก็มีแนวคิดจัดเก็บในเชิงมูลค่าตามราคาหน้าโรงงานและในเชิงปริมาณตามดีกรีแอลกอฮอล์ จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะปรับขึ้นเท่าไหร่
“ตลาดเบียร์ระดับบนจะหดตัวทันที เนื่องจากจะปรับราคาสูงกว่าตลาดล่าง และทุกครั้งที่ภาษีปรับขึ้นจากการที่คนหันไปดื่มเบียร์ระดับล่างหรือระดับกลาง ขณะที่เบียร์ระดับล่างกลายเป็นตลาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายปริญ กล่าว
รายงานข่าวจากบริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ ผู้นำเข้าวิสกี้ตระกูลจอห์นนี่วอล์กเกอร์ แจ้งว่า การปรับโครงสร้างภาษี ขยายเพดานภาษีสุราเพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสุราด้วย อาทิ การท่องเที่ยว โรงแรม สถานบริการ ร้านอาหาร เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเพิ่มต้นทุนราคาของสินค้า ซึ่งอาจส่งผลทำให้ความสามารถในการแข่งขันในการท่องเที่ยวของไทยในภูมิภาคนี้ลดลง และส่งผลต่อปัญหาสินค้าหนีภาษี เพราะปัจจุบันโครงสร้างของภาษีสุราของประเทศเพื่อนบ้าน มีการจัดเก็บภาษีที่ต่ำกว่า ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการลักลอบสินค้าหนีภาษีเพิ่มขึ้น และภาครัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีสุราอีกด้วย
นายสุธาบดี สัตตบุศย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์สิงห์ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้ราคาสุราปรับสูงขึ้น ย่อมกระทบต่อผู้บริโภคแน่นอน ซึ่งขณะนี้ตลาดเบียร์ก็เติบโตน้อยอยู่แล้ว แต่ยังต้องรอความชัดเจนจากคณะรัฐมนตรีว่าจะปรับเพิ่มและบังคับใช้เมื่อใด
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากรมสรรพสามิตจะใช้ตัวเลขคำนวณภาษีเบียร์ที่ 800 บาทต่อลิตร ซึ่งตัวเลขนี้ดูขั้นพื้นฐานแล้วจะช่วยเพิ่มฐานภาษีสรรพสามิตเบียร์ได้อีก 1015% และหากว่าเป็นตัวเลขนี้จะทำให้การจ่ายภาษีสรรพสามิตเบียร์เพิ่มขึ้น และจะมีผลทำให้ราคาขายเบียร์ปรับขึ้นตาม
ด้านวิธีคำนวณภาษีซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมคิดต้นทุนจากหน้าโรงงานเป็นราคาขายปลีกขั้นสุดท้ายไม่เห็นด้วย เนื่องจากราคาขายปลีกไม่ได้ถูกกำหนดโดยตรงจากบริษัท เพราะราคาขายปลีกจากช่องทางค้าปลีกแต่ละแห่งไม่ว่าจะเป็นค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด หรือแม้แต่โชห่วย จะไม่เท่ากัน เพราะผันแปรตามต้นทุนขนส่งอื่นๆ การนำราคาขายปลีกมาคำนวณต้นทุนจึงไม่สะท้อนต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตที่แท้จริง
นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและการตลาด บริษัท ตั้งงี่สุ่น จ.อุดรธานี กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หากยังไม่มีความชัดเจน ถ้าการปรับภาษีล่าช้า จะส่งผลให้ทั้งผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง และค้าปลีกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กักตุนสินค้าหรือไม่ยอมขายตามกลไกตลาด และยังส่งผลให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นในช่วงที่รอความชัดเจน รวมทั้งอาจเกิดสินค้าขาดตลาด และการปรับภาษีจะทำให้ราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงขึ้นแน่นอน แต่ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้าในระยะ 12 สัปดาห์เท่านั้น เพราะเหล้า เบียร์ บุหรี่ เป็นสินค้าพิเศษ ต่อให้ปรับราคามากขึ้น ผู้บริโภคก็พร้อมจะจ่าย
ทางด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยืนยันว่า กระทรวงการคลังไม่ได้หวังจะเพิ่มรายได้จากภาษีสุรา เพียงแต่เพดานที่ใช้กันอยู่นั้น ใช้มานานเป็นทศวรรษแล้ว จนอัตราภาษีเต็มเพดาน
“ถามว่าที่พิจารณาเรื่องนี้ เพื่อหวังที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ผมไม่ได้หวังตรงนี้ เพราะปีที่แล้ว เราก็ขยับ แต่ก็เคยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้ บางคนบอกถังแตกเตรียมไปรีดคอเหล้า เราไม่ได้อยากได้สตางค์เลย ถ้าจะดื่มกันให้น้อยๆ กันหน่อยก็ดี ผมขอร้อง ถ้าช่วยดื่มน้อยแล้วเก็บภาษีเหล้าได้น้อยลง ผมจะอนุโมทนาสาธุ” นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายกิตติรัตน์ ย้ำว่า ปัจจุบันอัตราภาษีสุราและแอลกอฮอล์ได้ปรับเพิ่มจนเต็มเพดานแล้ว และหากภาษีชนเพดานแล้วไม่มีการเตรียมเพดานใหม่ไว้ เวลาทำงานจะทำงานกันอย่างไร รวมทั้งปรับปรุงหลักในการเก็บภาษีให้ครอบคลุมมากขึ้น
"ภาษีสุราที่พูดถึง เราเคยใช้หลักการที่ว่า เก็บเป็นเปอร์เซ็นต์ตามมูลค่าหรือบาทต่อลิตรของแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ แล้วแต่ว่าอย่างใดจะสูงกว่ากัน แต่เมื่อมันชนเพดานแล้วมันกลายเป็นเปอร์เซ็นต์ตามมูลค่าไปหมด ทำให้เก็บภาษีได้เฉพาะในกลุ่มที่แพง แต่กลุ่มสุราถูกและแอลกอฮอล์โหดๆ จะทำอย่างไร เพราะไม่มีกลไก"นายกิตติรัตน์กล่าว
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาภารกิจกรมสรรพสามิต (กสพ.) ยืนยันว่า ไม่มี ขณะที่การจัดตั้งกองทุน รัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 186 ระบุว่า การจัดตั้งกองทุนออกเป็นพ.ร.ก.ไม่ได้
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า เดิมการพิจารณาเพิ่มกรอบเพดานภาษีสุรา ไม่ได้มีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเป็นวาระจรด้วยซ้ำ เพียงแต่มีการหยิบยกมาถกเถียงและอภิปรายกันในครม. แต่ตรงนี้ก็ยังไม่ได้นำไปสู่การปรับเพิ่มภาษีสุราใดๆทั้งสิ้น เพราะเป็นการถกกันให้เกิดกระบวนการว่า เมื่อภาษีสุราชนเพดานแล้ว ก็ต้องมีการดำเนินการเปลี่ยนเพดานใหม่







