posttoday
เกมยาวแก้รธน.พท.ได้ไม่คุ้มเสีย

เกมยาวแก้รธน.พท.ได้ไม่คุ้มเสีย

29 สิงหาคม 2556

แม้ว่าการบริหารเศรษฐกิจรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จะมีปัญหาและความสงสัยว่าจะนำพาประเทศไปได้รอดหรือไม่

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

แม้ว่าการบริหารเศรษฐกิจรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จะมีปัญหาและความสงสัยว่าจะนำพาประเทศไปได้รอดหรือไม่ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัวที่ออกมาในเวลานี้ดูไม่ค่อยเป็นที่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ แต่สำหรับการบริหารการเมืองแล้วต้องยอมรับว่ารัฐบาลอยู่ในช่วงทรงอิทธิพลอย่างมากที่สุด

สะท้อนได้จาก 2 ปัจจัย ประกอบด้วย 1.การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองนอกสภาที่ยังไม่สามารถสร้างแรงกดดันได้ และ 2.การเริ่มกระบวนการผลักดันกฎหมายที่มีความอ่อนไหวเข้าสู่สภา

ทั้งนี้ กลุ่มการเมืองนอกสภาโดยเฉพาะกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) พยายามจะหยิบฉวยบรรยากาศของสังคมที่เริ่มตั้งคำถามกับความสามารถของรัฐบาลมากขึ้นมาเป็นเงื่อนไขเพื่อสร้างเงื่อนไขในการเคลื่อนไหว

ทว่า เอาเข้าจริงกลับเป็น กปท.ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่า การออกมาขับไล่รัฐบาลมีจุดประสงค์แอบแฝงหรือไม่

เมื่อการเมืองนอกสภาทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ส่งผลให้รัฐบาลมีความกล้าได้กล้าเสียกับเกมในสภามากขึ้น อย่างการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ เข้าสภา

แต่ถึงรัฐบาลจะได้เปรียบในขณะนี้แต่ก็ไม่ใช้ความได้เปรียบดังกล่าวมาเป็นยุทธศาสตร์เสียงข้างมากปิดเกมในสภา เพราะประเมินแล้วว่าหากทำอย่างนั้นย่อมมีผลให้รัฐบาลตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที

ตัวอย่างมีให้เห็นแล้วก่อนหน้านี้ผ่านการใช้เสียงข้างมากลงมติปิดประตูไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 และร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ทั้งที่ยังมีผู้มีสิทธิอภิปรายอีกจำนวนมาก จนนำมาสู่วาทกรรม “เผด็จการเสียงข้างมาก” ถล่มพรรคเพื่อไทย (พท.)

เป็นผลให้พรรคเพื่อไทยจึงจำยอมเล่นบทพระเอกยอมฝ่ายค้านทุกอย่าง

ดังจะเห็นได้จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่มาของ สว. ในวาระที่ 2 ซึ่งพรรคเพื่อไทยยินดีตกอยู่ใน “แผนลากยาว” ของพรรคประชาธิปัตย์มานานถึง 5 วัน และที่สำคัญมีแนวโน้มว่าอาจต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ถึงจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเสร็จ

สถานการณ์แบบนี้พรรคเพื่อไทยรู้ทั้งรู้ว่ายิ่งปล่อยให้ฝ่ายค้านมีเวลาอภิปรายความล้มเหลวของการเลือกตั้ง สว.มากขึ้นเท่าไหร่ผลเสียย่อมตกอยู่กับพรรคเพื่อไทยมากขึ้นเท่านั้น แต่ตัวเองไม่ได้มีทางเลือกมากนัก เพราะหากฝืนใช้เสียงข้างมากเร่งเกมการแก้รัฐธรรมนูญ เท่ากับว่าได้สร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลมากขึ้น

ตรงกันข้าม ถ้ายอมให้ฝ่ายค้านอภิปรายชำแหละร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้จนหนำใจ ความชอบธรรมจะวิ่งเข้ามาพรรคเพื่อไทยอัตโนมัติ ในฐานะที่ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการทางรัฐสภาโดยสมบูรณ์และลบคำครหาเผด็จการเสียงข้างมาก

ถึงที่สุดแล้วหากพรรคเพื่อไทยสามารถประคับประคองสถานการณ์และบรรยากาศให้อยู่ในระดับนี้ต่อไปเรื่อยๆ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แม้จะเป็นหนึ่งในกฎหมายที่มีความละเอียดอ่อนก็ตาม

อย่างไรก็ดี ภายใต้ข้อได้เปรียบของพรรคเพื่อไทยปรากฏว่ามีจุดที่เป็นตำหนิเช่นกัน เนื่องจากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) วางปฏิทินการประชุมรัฐสภาสำหรับวาระแก้ไขที่มา สว.แบบไม่สมเหตุสมผล

ความไม่เป็นเหตุเป็นผลที่ว่านั้นคือ วิปรัฐบาลได้กำหนดวันประชุมไว้เบื้องต้นอีกอย่างน้อย 3 วัน ได้แก่ วันที่ 30 ส.ค. วันที่ 23 ก.ย. และกำลังเตรียมวางแนวทางให้มีการประชุมรัฐสภาสัปดาห์ละ 3 วัน (จันทร์ หรืออังคารพุธศุกร์) จนกว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 จะเสร็จสิ้น

การวางกรอบเวลาลักษณะนี้เท่ากับว่าบีบให้การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเหลือเพียงสัปดาห์ละ 1 วันเท่านั้น ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทยในทางการเมือง เพราะจะเป็นเครื่องยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับกฎหมายที่เป็นผลประโยชน์ต่อพรรคมากกว่ากฎหมายที่จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับสาธารณะ

พลิกดูร่างกฎหมายที่รอการพิจารณาของสภาแล้วมีไม่ต่ำกว่า 20 ฉบับ และล้วนเป็นกฎหมายสำคัญแทบทั้งสิ้น

อย่าง ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วเหลือเพียงรอให้สภาลงมติเป็นรายมาตราในวาระที่ 2 เท่านั้น

โดยหากกฎหมายตรวจเงินแผ่นดินมีผลบังคับใช้จะช่วยให้มีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตและการวางมาตรการรักษาวินัยการเงินการคลังให้กับภาครัฐ

ตามมาด้วย ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย สาระสำคัญคือ การกำหนดหลักเกณฑ์การใช้สิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนให้มีความรัดกุมป้องกันการสวมสิทธิ

ไม่เว้นแม้แต่ร่าง พ.ร.บ.ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอด้วยตัวเองก็ยังค้างอยู่ในสภา เช่น ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือร่าง พ.ร.บ.สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น

เพราะฉะนั้นคงถึงเวลาแล้วที่พรรคเพื่อไทยต้องปรับท่าทีต่อการบริหารงานนิติบัญญัติใหม่ เพื่อไม่ให้ถูกมองว่ามีเสียงข้างมากไว้ใช้ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท