ดีเอสไอจับรองเท้าปลอมแบรนด์ดัง
ดีเอสไอลุยศูนย์การค้าเขตปทุมวันจับรองเท้าปลอมเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดัง ตั้งข้อหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ดีเอสไอลุยศูนย์การค้าเขตปทุมวันจับรองเท้าปลอมเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดัง ตั้งข้อหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม นายเพิ่มพูน พึ่งประสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชินโชติ พุฒิวรรธธาดา ผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา และ พ.ต.ท.สุมิตร ชโนวิทย์ ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 1 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการเข้าจับกุมแหล่งจำหน่ายรองเท้ายี่ห้อดัง ปลอมเครื่องหมายการค้า ในศูนย์การค้าดัง เขตปทุมวัน ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (พื้นที่สีแดง)
สืบเนื่องจาก วันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา สำนักคดีทรัพย์สินฯ ดีเอสไอ เข้าทำการตรวจค้นร้านจำหน่ายรองเท้าชื่อ 999 จำนวน 4 ร้าน และจุดเก็บสินค้าของร้าน 999 จำนวน 2 จุด ทั้งหมดตั้งอยู่บริเวณชั้น 6 ของศูนย์การค้าดังกล่าว
ผลการตรวจค้นพบรองเท้าปลอมเครื่องหมายการค้ายี่ห้อต่างๆ เช่น NIKE , ADIDAS , VANS , Onitsuka Tiger , New Balance , Converse , LACOSTE , DC และ DR.MATENS เป็นต้น จำนวน 2,457 คู่ มูลค่าของกลางตามการประเมินราคาจากของปลอม ประมาณ 5 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าว นำส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของร้านในข้อหา เสนอจำหน่าย และมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร โดยขณะเข้าทำการตรวจค้น ไม่พบตัวเจ้าของร้าน 999 ในที่เกิดเหตุ ซึ่งสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาจะเรียกตัวมาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป
ทั้งนี้ เนื่องจากสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ได้ทำการสืบสวนพบว่าร้านดังกล่าวได้ลักลอบจำหน่ายรองเท้าปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้า จึงได้วางแผนเข้าทำการตรวจค้นจับกุม ซึ่งสินค้าดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534
อนึ่ง ในการตรวจค้นครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (NICE) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีนโยบายในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังในทุกมิติ จากการที่ประเทศไทยถูกสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) จัดอันดับสถานะทางการค้าให้อยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) ในเรื่องของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมีผลทำให้ประเทศไทยต้องถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้าจากสหรัฐฯ และสูญเสียโอกาสทางการค้าเป็นอย่างมากจนถึงปัจจุบัน







