
นายกฯรับประเมินแดงต่ำ
นายกฯเมินข้อเสนอเสื้อแดง ย้ำข้อเสนอยุบสภา 30 วันไม่ใช่ทางออกประเทศ ด้านผบ.ทบ.เผยกองทัพพร้อมสนองนโยบายรัฐบาล เล็งแยกคนบริสุทธิ์ออกจากแดงชุมนุมก่อนใช้กม.บังคับเคร่งครัด
นายกฯเมินข้อเสนอเสื้อแดง ย้ำข้อเสนอยุบสภา 30 วันไม่ใช่ทางออกประเทศ ด้านผบ.ทบ.เผยกองทัพพร้อมสนองนโยบายรัฐบาล เล็งแยกคนบริสุทธิ์ออกจากแดงชุมนุมก่อนใช้กม.บังคับเคร่งครัด
นายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ร่วมจัดรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" โดยมีการบันทึกเทปเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวานนี้ (24เม.ย.) โดยมีน.ส.สายสวรรค์ ขยันยิ่ง ทำหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินการซักถาม เกี่ยวกับสถาการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง และนับเป็นครั้งแรกของรายการที่มีผบ.ทบ.ร่วมด้วยท่ามกลางข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่า รัฐบาลมีความขัดแย้งกับกองทัพ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สาเหตุที่มอบอำนาจให้ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบสั่งการ เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่มีความกระชับมากยิ่งขึ้นและพล.อ.อนุพงษ์มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ชุมนุมขณะนี้ ซึ่งนายกฯยังยืนยันว่ามีขบวนการก่อการร้ายแฝงตัวในกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมยอมรับว่า ประเมินเหตุการณ์ชุมนุมต่ำไม่คาดคิดว่า ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ จะมีการใช้กองกำลังติดใช้อาวุธ ลงมือทำร้ายประชาชน ซึ่งแนวทางการสอบสวน ยืนยันชัดเจนแล้วว่า เหตุการณ์ที่สีลม มีการยิงเอ็ม 79มาจากฝั่งของกลุ่มคนเสื้อแดง
"ยอมรับว่า ได้เกิดอารมณ์กับสังคมในวงกว้าง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แยกราชประสงค์ ประเด็นอยู่ที่ว่า การแก้ปัญหาต้องทำอะไรบ้างผมไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ แต่ละวันไม่ต่ำกว่า 14-15 ชม. มีผบ.เหล่าทัพร่วมประชุมครบ อย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง เพราะทุกคนรู้หน้าที่ดีกว่านี้คือการมาทำภาระกิจเพื่อป้องปกสถาบันหลักของชาติ" นายกรัฐมนตรี กล่าว
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า กองทัพพร้อมทำตามนโนบายของรัฐบาล หากทำอะไรแล้วทำให้ปัญหาหมดไป และนำความสงบสุขกลับคืนมาสู่สังคม และไม่เกิดการสูญเสีย ส่วนในเรื่องเกี่ยวกับการสร้างความไม่เข้าใจที่ไม่ถูกต้องโดยสื่อ หรือในส่วนของภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นประชาชนมาจากภูมิภาคกำลังใช้กลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือ กรมน. และเมื่อไม่มีประชาชนผู้บริสุทธิ์อยู่ในกลุ่มนี้แล้วก็จะใช้กฎหมายดำเนินการได้เต็มที่กับผู้ที่ยังอยู่อย่างเต็มที่
"ที่ผ่านมาก็มีการใช้อาวุธ เราได้รับภาระกิจให้ดูแลย่านสีลม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ทหารก็วางกำลัง อีกส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็วางกำลังในส่วนนี้ อย่างไรก็ตามผมและตำรวจเองก็ไม่คาดคิดว่าจะมีคนจิตใจอำมหิตย์ยิงเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม นี่คือเหตุการณ์ที่เราได้เรียนรู้ ต้องยอมรับว่าขณะนี้มีกองกำลัง เพราะฉะนั้นกองกำลังของทหารก็ต้องมีกองกำลังที่เข้มงวดมากขึ้น" ผบ.ทบ.
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อด้วยว่า อาวุธของทุกหน่วยในกองทัพ ยังคงอยู่ในคลังครบไม่ได้มีการหลุดรอดออกมา และที่มีการใช้อาวุธสงครามที่ผ่านมาแต่ไม่ได้อยู่ในความครอบครองของกองทัพ ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า จะมีการนำอาร์พีจีเข้ามาใช้สร้างสถานการณ์ได้พยายามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสกัดกั้น ยอมรับว่าภายในกองทัพ เฉพาะตัวบุคคลอาจมีความแตกแยกด้านความคิด แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคน ทหารทำงานเต็มความสามารถและปฎิบัติ ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด
มาร์คย้ำยุบสภา30วันไม่ใช่คำตอบประเทศ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประเด็นที่ 2 ข้อเรียกร้องทางการเมืองที่มีการชูขึ้นมา มันมีหลายครั้งที่มันบ่งบอกว่าจริง ๆ มันไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย ยุบสภา ลาออก ดูจะไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย มันมีไกลกว่านั้น ไกลกว่านั้นอีกหน่อยก็เป็นเรื่องการชิงอำนาจรัฐ ไกลกว่านั้นไปอีก ก็ว่าชิงไปเพื่ออะไร เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับใคร และไปไกลกว่านั้นก็คือการที่เริ่มมีคำพูดเรื่องรัฐไทยใหม่ มีกระบวนการซึ่งกระทบกับสถาบันหลักของชาติ
เพราะฉะนั้นที่อยากจะย้ำคือว่าความมั่นคง หน่วยงานรัฐบาลทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำ ก็แก้ไข ปัญหาทางการเมืองก็แก้ไข แต่ว่าถ้าบอกว่าแก้เพียงด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ใช่ ถ้าจะบอกว่าเหตุการณ์สงบลงแล้ว ไม่ต้องหาคำตอบทางการเมืองกัน ไม่ใช่นะครับ ผมทราบดีในฐานะนักการเมืองซึ่งอยู่กับการเมืองมานาน เห็นสถานการณ์อย่างนี้ เห็นความแยกในทางความคิด
"ผมรู้ว่าอย่างไรก็ต้องมีคำตอบทางการเมือง และไม่ใช่เฉพาะเรื่องว่าจะยุบสภากันเมื่อไหร่ มันมีประเด็นโครงสร้าง ความไม่เป็นธรรม ประเด็นว่ากฎหมายที่บังคับใช้ทำอย่างไรให้คนมั่นใจมีมาตรฐานเดียว ซึ่งก็ต้องทำไป แต่ในทางกลับกันครับ วันนี้จะบอกว่ามีคำตอบทางเมืองแล้ว เราละเลยได้ว่าเราปล่อยให้มีการเคลื่อนไหว มีการใช้ความรุนแรง มีการใช้การก่อการร้าย มีการใช้อาวุธสงคราม แล้วมาเป็นตัวชี้ว่าการเมืองเดินไปไหน เราก็ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้"นายอภิสิทธิ์กล่าว
ผู้ดำเนินรายการได้ถามว่า ฟังอย่างนี้เหมือนกับท่านนายกฯ ก็คงจะไม่มีแนวคิดในการไม่ว่าจะลาออกหรือยุบสภาภายใต้สถานการณ์การชุมนุม ณ ปัจจุบัน ใช่ไหม
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผมได้บอกไปแล้วว่าถ้าเห็นว่าอยากจะให้เลือกตั้งกันใหม่ ผมก็บอกว่าก่อนจะเลือกตั้ง เราต้องทำอะไรบ้างบ้านเมืองถึงจะสงบสุขจริง เราต้องมาคุยกันในเรื่องของกติกา เราต้องมาคุยกันในเรื่องของการทำบรรยากาศของบ้านเมือง ไม่ให้การเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งเลือดหรือการเลือกตั้งซึ่งไม่สามารถให้ผู้ที่ลงสนามเลือกตั้งไปแข่งขันกันอย่างเสรีอย่างที่ควรจะเป็นในสังคมประชาธิปไตย อย่างนี้เป็นต้น
ปัญหาของประเทศขณะนี้ก็ไม่ใช่มีเฉพาะเรื่องการเมือง ยิ่งการเมืองมากระทบเศรษฐกิจ ผมก็ได้พูดชัดเจน ปัญหาเรื่องงบประมาณขณะนี้ที่เป็นปัญหามาก ถ้าหากว่ากระบวนการงบประมาณไม่สามารถเดินได้ตามปฏิทินปกติ นี่ก็เป็นตัวอย่าง เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าใครจะมาบอกมา มาเถียงกันมา 15 วัน 30 วัน 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน ปี 8 เดือนหรืออะไร ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขตัวนั้น ประเด็นมันอยู่ที่ว่าถ้าเราต้องการความปรองดอง สมานฉันท์ ความสงบสุขในบ้านเมือง เราต้องทำอะไรกันบ้าง เอาตัวนั้นเป็นตัวตั้ง และเราจะหาคำตอบได้เองว่าเมื่อสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำร่วมกัน อะไรทำก่อน อะไรทำหลัง อะไรทำได้ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง เราก็จะมีคำตอบในตัวเอง ว่าการเลือกตั้งที่เหมาะสม ที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติสูงสุดมันอยู่ที่ไหน
ผู้ดำเนินรายการถามว่า ควรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ถ้าอย่างนั้นตอบให้ชัด เพราะข้อเสนอของทางแกนนำ นปช. เพิ่งบอกมาเมื่อคืนนี้เอง คือบอกว่าอยากจะให้ยุบสภาภายในเวลา 3 เดือน รักษาการอีก 6 เดือน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งกันใหม่ และก็มีการเจรจากัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คงไม่มีใครรักษาการ 6 เดือนได้หรอกครับ ที่จริงขณะนี้สับสนเพราะว่าคุณวีระ มุสิกพงศ์ พูด 30 วัน มีบางคนพูด 5 เดือน มีบางคนพูด 6 เดือน ผมไม่ทราบ แต่อย่างที่ผมบอกครับ ผมตอบไม่ได้ล่ะครับ 30 วัน 6 เดือน 8 เดือนก็สาระไม่ได้อยู่ตรงนั้น สาระอยู่ในสิ่งที่จะทำ แต่ถ้าให้ตอบเร็ว ๆ ก็บอก 30 วันไม่ต้องพูด มีใครคิดบ้างว่ายุบสภา 30 วันแล้วบ้านเมืองสงบจริง แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มีการเรียกร้องถกเถียงกันมาได้จริง ผมว่าน้อยมากครับที่คิดว่ายุบสภา 30 วันแล้วเป็นคำตอบสำหรับประเทศ
"ผมต้องย้ำด้วยว่ามันไม่ใช่สิทธิที่ผูกขาดระหว่างรัฐบาลกับคนที่ ชุมนุม สังคมที่เขาไม่ชุมนุม หรือปัจจุบันเขาเริ่มชุมนุมในอีกทางหนึ่ง เขามีสิทธิไม่น้อยกว่าคนเหล่านี้ เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าเพื่อให้รัฐบาลอยู่สบาย ๆ และเพื่อให้คุณก็มีทางลงในการชุมนุม เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน นั่นเป็นการตัดสินใจที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมประเทศชาติ ผมก็ยืนยันว่าเราต้องฟังทุกฝ่าย คงไม่ใช่เรื่องที่ว่าบอกว่ามานั่งโต๊ะกันสองฝ่าย ตกลงกัน และคนอื่นก็ช่วยไม่ได้ เสร็จแล้วเราก็รอว่าตกลงกัน 2 กลุ่มนี้ ปรากฏว่ากลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ 4 มาชุมนุมใหม่ และเราจะแก้ปัญหากันอย่างไร"นายอภิสิทธิ์กล่าว







